หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 24/2/2560

เปรียบเทียบภาพถ่ายของ Nokia 6 และ iPhone 7 Plus สองสมาร์ทโฟนสุดฮอตแห่งยุคกับนวัตกรรมกล้องถ่ายภาพ รุ่นใดเก็บรายละเอียดได้ดีที่สุด พร้อมแสดงสีสันได้คมชัดสดใส มาดูกัน!


สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ กลับมาพบทีมงาน Thaimobilecenter กับนานาสาระน่ารู้ และข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนกันอีกครั้งนะครับ ในช่วงปี 2016 เป็นต้นมา เห็นได้ว่ากระแสการแข่งขันของสมาร์ทโฟนในด้านกล้องถ่ายภาพเริ่มร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ บรรดาผู้ผลิตแบรนด์ต่างๆ ล้วนงัดกลยุทธ์ทั้งหมดมาพัฒนากล้องถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนรุ่นเด็ดของตนเองกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเทรนด์ของกล้องคู่ (Dual-Camera) ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ ก็ทำให้สมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่นที่มาพร้อมกล้องถ่ายภาพแบบคู่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้อย่างล้นหลาม

สมาร์ทโฟนกล้องคู่รุ่นหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมของผู้ใช้ทั่วโลกก็คือ iPhone 7 Plus ไอโฟนรุ่นใหม่จาก Apple ที่มาพร้อมฟีเจอร์กล้องคู่ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพให้คมชัดทุกรายละเอียด และทำภาพแบบ หน้าชัด-หลังเบลอ ได้ดียิ่งขึ้น แต่ล่าสุดก็มีสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับคำชมว่ามีกล้องถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเดียวกัน นั่นก็คือ Nokia 6 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากอดีตราชาแห่งมือถือโลกที่เปิดตัวมาในราคาเพียง 1,699 หยวน หรือประมาณ 8,900 บาท และได้มีผู้นำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยในรูปแบบเครื่องหิ้วด้วยราคาประมาณ 12,000 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และหลังจากที่ทีมงาน Thaimobilecenter ได้ครอบครอง Nokia 6 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็เลยถือโอกาสทดสอบกล้องถ่ายภาพของ Nokia 6 และ iPhone 7 Plus พร้อมทั้งนำมาเปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆ ว่า กล้องของสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง หากพร้อมแล้วขอเชิญทุกท่านติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยครับ

 

ความคมชัดของภาพ

ภาพถ่ายจาก iPhone 7 Plus

ภาพถ่ายจาก Nokia 6


กล้องคู่ของ iPhone 7 Plus มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล  ส่วนกล้องของ Nokia 6 มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นสามารถถ่ายภาพทั่วไปได้ความคมชัดไม่แตกต่างกันมากนัก จะเห็นได้จากการซูมภาพแบบ 100% วัตถุในภาพก็ยังไม่แตกพร่าจนเกินไป

 

ระยะโฟกัส

ภาพถ่ายจาก iPhone 7 Plus

ภาพถ่ายจาก Nokia 6


iPhone 7 Plus และ Nokia 6 สามารถโฟกัสวัตถุได้ใกล้ที่สุดประมาณ 8 เซ็นติเมตร แต่เลนส์รับภาพของ Nokia 6 จะมีองศารับภาพที่กว้างกว่า iPhone 7 Plus เล็กน้อย ทำให้เก็บภาพได้กว้างกว่าในระดับหนึ่ง

 

การเบลอฉากหลัง (ชัดตื้น)

ภาพถ่ายจาก iPhone 7 Plus

ภาพถ่ายจาก Nokia 6


สำหรับการถ่ายภาพแบบเบลอฉากหลัง หรือภาพแบบชัดตื้นที่ทำให้วัตถุด้านหน้าดูโดดเด่นขึ้นมานั้น สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นสามารถเบลอฉากหลังได้ค่อนข้างใกล้เคียงกัน

 

การถ่ายแบบมาโคร (Macro)

ภาพถ่ายจาก iPhone 7 Plus

ภาพถ่ายจาก Nokia 6


ด้วยระยะโฟกัสของ iPhone 7 Plus และ Nokia 6 ที่สามารถโฟกัสวัตถุได้ใกล้ที่สุดประมาณ 8 เซ็นติเมตรก็ทำให้การถ่ายภาพแนวมาโคร (Macro) เช่น การถ่ายภาพดอกไม้, แมลง หรือวัตถุขนาดเล็ก ก็สามารถทำให้เช่นเดียวกัน

 

การถ่ายภาพแบบ HDR (High Dynamic Range)

ภาพถ่ายจาก iPhone 7 Plus

ภาพถ่ายจาก Nokia 6


สำหรับการถ่ายภาพแบบ HDR สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นให้ภาพที่แตกต่างกันพอสมควร โดย iPhone 7 Plus จะเฉลี่ยค่าแสงให้ทั่วทั้งภาพ แต่ภาพที่ได้ก็จะออกไปทาง Fade เล็กน้อย ส่วน Nokia 6 จะดึงรายละเอียดในที่มืดออกมาได้มากกว่า และภาพจะออกไปในแวการเน้น Contrast ค่อนข้างสูง

 

การถ่ายภาพในที่แสงน้อย (Low Light)

ภาพถ่ายจาก iPhone 7 Plus

ภาพถ่ายจาก Nokia 6


ทั้ง iPhone 7 Plus และ Nokia 6 สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยออกมาได้ดีใกล้เคียงกัน แต่ภาพของ Nokia 6 จะให้สีสันที่อ่อนกว่า iPhone 7 Plus และปรากฏ Noise ในภาพที่ชัดเจนกว่า

 

ระบบ White Balance

(ภาพบน - iPhone 7 Plus, ภาพล่าง - Nokia 6)


สำหรับการวัดค่าสมดุลแสงขาวของ iPhone 7 Plus และ Nokia 6 ก็มีความแตกต่างกันออกไป โดย iPhone 7 Plus จะให้ภาพในโทนออกส้มมากกว่า ส่วน Nokia 6 จะให้ภาพในโทนออกฟ้า และอาจมีบางจุดที่สีสันเปลี่ยนไปจากวัตถุจริงเล็กน้อยด้วย

 

ภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า

ซ้าย - iPhone 7 Plus, ขวา - Nokia 6


อย่างที่กล่าวไว้ในหัวข้อที่แล้วว่า iPhone 7 Plus จะให้ภาพที่ออกโทนส้ม ทำให้บางครั้งการถ่ายภาพเซลฟี่ก็อาจมีสีผิวที่เหลืองอมส้มกว่าปกติ ส่วนภาพเซลฟี่ของ Nokia 6 นั้นจะได้สีผิวที่ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ และสีสันของภาพโดยรวมก็จะออกฟ้าตามไปด้วย
 

ภาพจาก iPhone 7 Plus

ภาพจาก Nokia 6


นอกจากนี้ การถ่ายภาพเซลฟี่ในที่แสงน้อยก็จะเห็นได้ว่าภาพจาก iPhone 7 Plus ยังออกโทนส้ม แต่เกิด Noise น้อยกว่า ส่วนภาพจาก Nokia 6 จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า แต่ก็เกิด Noise มากกว่าเช่นเดียวกัน
 

ซ้าย - iPhone 7 Plus, ขวา - Nokia 6


และถ้าหากเป็นการถ่ายภาพเซลฟี่ในที่แสงน้อยจนถึงเกือบไม่มีแสง ภาพที่ได้จากสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นจะเกิด Noise จนสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน และภาพที่ได้ก็จะมีคุณภาพลดลง แต่ภาพของ iPhone 7 Plus จะมีความสว่างกว่าเล็กน้อยเพราะซอฟต์แวร์จะเพิ่มค่าแสงให้โดยอัตโนมัติเพื่อให้เห็นรายละเอียดของวัตถุ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับการเปรียบเทียบภาพถ่ายของ Nokia 6 และ iPhone 7 Plus ในเบื้องต้น จะเห็นได้ว่ากล้องถ่ายภาพของสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นให้ภาพถ่ายที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป โดย iPhone 7 Plus จะให้ภาพที่ออกโทนสีส้ม ส่วน Nokia 6 จะให้ภาพที่ออกโทนสีฟ้ามากกว่า และภาพถ่ายของ Nokia 6 จะเกิด Noise ได้มากกว่าด้วย แต่ความคมชัดของภาพ และคุณภาพไฟล์ถือว่าค่อนข้างใกล้เคียงกัน

สำหรับคุณสมบัติด้านกล้องถ่ายภาพของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่น มีรายละเอียดดังนี้

Nokia 6

- กล้องด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0

 

iPhone 7 Plus

- กล้องดิจิทัล iSight แบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่ใช้งานเลนส์สองแบบ คือ เลนส์มุมกว้าง (Wide) ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และเลนส์ถ่ายภาพระยะไกล (Telephoto) ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.8 สามารถซูมภาพแบบ Optical Zoom ได้ถึง 2 เท่า แบบปกติ และสามารถซูมได้ถึง 10 เท่าจากซอฟต์แวร์ พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพอัจฉริยะใหม่ล่าสุด, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว (OIS), ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.8, ใช้โครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์ และไฟแฟลชสี่ดวง (Quad-LED)
- กล้องดิจิทัล FaceTime HD ด้านหน้า ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล

 

ส่วนราคาวางจำหน่ายนั้นแน่นอนว่าสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นมีราคาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะ Nokia 6 แบบเครื่องหิ้วในประเทศไทยมีราคาวางจำหน่ายที่ 12,000 บาท ขณะที่ iPhone 7 Plus มีราคาเริ่มต้นที่ 31,500 บาท ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่ว่า Nokia จะนำ Nokia 6 บุกไปตีตลาดมือถือทั่วโลกด้วยหรือไม่ ซึ่งก็ต้องติดตามกันภายใน MWC 2017 ที่กำลังจะจัดขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้านี้ สำหรับวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 24/2/2560

 









Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy