ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม ข่าวมือถือ >> News
     
Date : 5/02/2560

iPhone 8 และ iPhone 8 Plus สรุปราคา ฟีเจอร์ สเปก และวันวางจำหน่าย : อัปเดตโปรโมชั่น iPhone 8 Series จาก 3 ค่ายใหญ่ กับส่วนลดพิเศษ เริ่มต้นเพียง 17,500 บาท!

 


 

เปิดตัวอย่างเป็นทางการกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้วสำหรับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus สองไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย Apple โดยมาพร้อมกับจุดเด่นหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์ตัวเครื่องใหม่แบบ Metal-Glass ที่ช่วยให้ตัวเครื่องดูสวยหรูพรีเมียมมากยิ่งขึ้น, ชิปเซ็ต Apple A11 Bionic ที่เร็วแรงที่สุดในปัจจุบัน, กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) พร้อมฟีเจอร์ Studio Light ที่ช่วยปรับสภาพแสงให้เหมาะกับตัวแบบได้มากยิ่งขึ้น และรองรับการชาร์จไร้สายเป็นรุ่นแรกของค่ายด้วย วันนี้เราจึงได้ทำการสรุปโปรโมชั่นของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาให้ทุกท่านได้รับชมกันเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าโปรค่ายไหนจะโดนใจที่สุด โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

AIS


AIS จัดโปรโมชั่น Hot Deal มอบส่วนลดพิเศษสำหรับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus สูงสุดถึง 10,000  บาท โดยมีรายละเอียดแต่ละรุ่น ดังนี้

- iPhone 8 รุ่นความจุ 64GB ลดเหลือเพียง 19,000 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,499 พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท
- iPhone 8 รุ่นความจุ 256GB ลดเหลือเพียง 23,500 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,499 พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท
- iPhone 8 Plus รุ่นความจุ 64GB ลดเหลือเพียง 23,000 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,499 พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท
- iPhone 8 Plus รุ่นความจุ 256GB ลดเหลือเพียง 29,000 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,499 พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท

*รับสิทธิ์ Serenade Gold เมื่อสมัครแพ็กเกจตั้งแต่ 1,099 บาทขึ้นไป

รายละเอียดเพิ่มเติม : AIS

 

dtac


สำหรับค่าย dtac เองก็มีการจัดโปรโมชั่นของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เช่นเดียวกัน ตามรายละเอียด ดังนี้

- iPhone 8 รุ่นความจุ 64GB ลดเหลือเพียง 19,000 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,499 พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท
- iPhone 8 รุ่นความจุ 256GB ลดเหลือเพียง 23,500 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,499 พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท
- iPhone 8 Plus รุ่นความจุ 64GB ลดเหลือเพียง 23,000 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,499 พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท
- iPhone 8 Plus รุ่นความจุ 256GB ลดเหลือเพียง 29,000 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,499 พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม : dtac

 

TrueMove H


ปิดท้ายกันที่ TrueMove H กับส่วนลดค่าเครื่องที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว เพราะว่า iPhone 8 จากค่ายนี้มีราคาเริ่มต้นเพียง 17,500 บาท เท่านั้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้

- iPhone 8 รุ่นความจุ 64GB ลดเหลือเพียง 17,500 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,499 พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท
- iPhone 8 รุ่นความจุ 256GB ลดเหลือเพียง 23,500 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,499 พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท
- iPhone 8 Plus รุ่นความจุ 64GB ลดเหลือเพียง 21,500 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,499 พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท
- iPhone 8 Plus รุ่นความจุ 256GB ลดเหลือเพียง 27,500 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,499 พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม : TrueMove H

 

iPhone 8 เปิดราคาในไทยเริ่มต้นที่ 28,500 บาท ด้านตัวท็อป iPhone 8 Plus 256GB ราคา 38,500 บาท สั่งซื้อได้แล้ววันนี้!

 

ทันทีที่นาฬิกาเคาะเวลา 00.01 น. ของวันที่พุธที่ 1 พฤศจิกายน 2560 บนเว็บไซต์ Apple Online Store รวมถึงค่ายมือถือในบ้านเราต่างก็พร้อมใจกันประกาศราคา พร้อมโปรโมชั่นของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus อย่างเป็นทางการออกมาเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งสามารถเริ่มสั่งซื้อล่วงหน้าได้ทันที

โดยราคาของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus บน Apple Online Store นั้นแบ่งออกเป็น 4 รุ่นย่อยดังต่อไปนี้ (เริ่มสั่งซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560)

- iPhone 8 64GB ราคา 28,500 บาท
- iPhone 8 256GB ราคา 34,500 บาท
- iPhone 8 Plus 64GB ราคา 32,500 บาท
- iPhone 8 Plus 256GB ราคา 38,500 บาท

ส่วนราคาของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในบ้านเรานั้นจะมีราคาตั้งที่แพงกว่ารุ่นละ 500 บาท ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 รุ่นย่อยเช่นกันดังนี้ (เริ่มสั่งซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560)

- iPhone 8 64GB ราคา 29,000 บาท
- iPhone 8 256GB ราคา 35,000 บาท
- iPhone 8 Plus 64GB ราคา 33,000 บาท
- iPhone 8 Plus 256GB ราคา 39,000 บาท

และแน่นอนว่าแต่ละค่ายก็มีโปรโมชั่นส่วนลดค่าเครื่องมากน้อยกันไปขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งในเบื้องต้นแล้ว สามารถซื้อได้ในราคาต่ำสุดที่ 23,000 บาท สำหรับ iPhone 8 รุ่นความจุ 64GB โดยดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้

ข้อมูลเพิ่มเติม : เปิดราคา iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ในไทยอย่างเป็นทางการ! เคาะเริ่มต้นที่ 28,500 บาท ด้านตัวท็อป iPhone 8 Plus 256GB ราคา 38,500 บาท เริ่มสั่งซื้อได้แล้ววันนี้!

 

Apple ประกาศราคา iPhone X (ไอโฟนเท็น) ในไทยแล้ว เริ่มต้นที่ 40,500 บาท

นอกจาก Apple จะเปิดราคา iPhone 8 กับ iPhone 8 Plus อย่างเป็นทางการในประเทศไทยออกมาแล้ว ก็ได้มีการประกาศราคา iPhone X (ไอโฟน เท็น) ในไทยอย่างเป็นทางการออกมาด้วยเช่นเดียวกัน โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 40,500 บาท สำหรับขนาดความจุ 64GB ส่วนรุ่นท็อปขนาดความจุ 256GB เคาะราคาที่ 46,500 บาท ซึ่งแพงกว่าถึง 6,000 บาทเลยทีเดียว แต่ก็เป็นราคาที่ไม่เกินความคาดหมายมากนัก

ข้อมูลเพิ่มเติม : Apple ประกาศราคา iPhone X (ไอโฟนเท็น) ในไทยแล้ว เริ่มต้นที่ 40,500 บาท

 

วิดีโอรีวิว Hi-Shield 3D Super Strong Max สำหรับ iPhone 8 Plus กระจกกันรอยที่แข็งแกร่ง 2 เท่า ทนทานเกินคาด พร้อมนวัตกรรมที่อัดแน่นเต็มแผ่น!

iPhone 8 หรือ iPhone 8 Plus กำลังจะเริ่มวางจำหน่ายในบ้านเราวันที่ 3 พฤศจิกายน นี้แล้ว และแน่นอนว่าหลายๆ ท่านก็คงกำลังจะมองหากระจกกันรอยดีๆ มาช่วยปกป้องหน้าจอสวยๆ งามๆ ของ iPhone 8 ด้วยเช่นกัน ดังนั้นในวันนี้เราจึงนำเอากระจกกันรอยรุ่นพรีเมียมที่แข็งแกร่งที่สุดอย่าง Hi-Shield 3D Super Strong Max มาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกัน โดยกระจกกันรอยรุ่นนี้นั้นมีความแข็งแกร่งกว่ากระจกกันรอยปกติถึง 2 เท่า พร้อมนวัตกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย แต่กระจกกันรอย Hi-Shield 3D Super Strong Max รุ่นนี้จะผ่านด่านทดสอบสุดโหดของเราได้หรือไม่ ไปติตตามกันได้เลยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม : รีวิว Hi-Shield 3D Super Strong Max สำหรับ iPhone 8 Plus กระจกกันรอยที่แข็งแกร่ง 2 เท่า ทนทานเกินคาด พร้อมนวัตกรรมที่อัดแน่นเต็มแผ่น!

 

อัปเดตราคาเครื่องหิ้ว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เริ่มต้นที่ 32,000 บาท ด้าน iPhone 8 Plus เริ่มที่ 36,500 บาท!

 


 

หลังจากที่ Apple ได้เปิดตัว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ล่าสุดในวันนี้ (22 กันยายน 2560) ก็เป็นวันแรกที่ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ได้ฤกษ์วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับกลุ่มประเทศแรกจำนวน 28 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยอาจจะต้องรอการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการจนถึงช่วงปลายปี แต่ถ้าหากใครที่ไม่อยากรอก็มีอีกหนึ่งทางเลือก คือ การซื้อเครื่องหิ้ว (เครื่องนอก) จากร้านจำหน่ายมือถือชื่อดังที่รับหิ้วกันนั่นเอง และล่าสุดก็มีราคาเครื่องหิ้ว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus จากร้านค้าในห้างมาบุญครอง (MBK) ชื่อว่า BLINK7 มาอัปเดตให้ทุกท่านในรับทราบกันแล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้


หมายเหตุ - ราคาเครื่องหิ้ว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มีอัตราการเปลี่ยนแปลงแบบรายชั่วโมง หากท่านใดสนใจโปรดติดต่อทางร้านเพื่อสอบถามราคาให้แน่ชัดก่อนที่จะสั่งจองนะครับ

 

อัปเดตราคา ณ เวลา 13.00 น.

- iPhone 8 64GB สีเทา (Space Gray) / สีเงิน (Silver) ราคา 33,000 บาท
- iPhone 8 64GB สีทอง (Gold) ราคา 32,000 บาท

- iPhone 8 256GB สีเทา (Space Gray) / สีเงิน (Silver) ราคา 38,500 บาท
- iPhone 8 256GB สีทอง (Gold) ราคา 38,000 บาท

- iPhone 8 Plus 64GB สีเทา (Space Gray) / สีเงิน (Silver) / สีทอง (Gold) ราคา 36,500 บาท

- iPhone 8 Plus 256GB สีเทา (Space Gray) / สีเงิน (Silver) / สีทอง (Gold) ราคา 42,500 บาท

 

ที่มา : BLINK7

 

iPhone 8 และ iPhone X เรือธงรุ่นท็อปประจำปีจาก Apple กับการพลิกโฉมดีไซน์แบบใหม่ล่าสุด พร้อมจัดเต็มด้วยฟีเจอร์ระดับท็อปครบครัน และกล้องคู่ (Dual-Camera) เวอร์ชันใหม่!

 


 

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ iPhone 8 (ไอโฟน 8) , iPhone 8 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของค่าย Apple ที่มาพร้อมการดีไซน์ตัวเครื่องเหมือนกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus แต่ปรับเปลี่ยนมาใช้การดีไซน์ตัวเครื่องแบบกระจก พร้อมผสานเข้ากับกรอบด้านข้างตัวเครื่องแบบโลหะอะลูมิเนียมแทน นอกจากนี้รวมถึงเรือธงรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 10 ปี iPhone อย่าง iPhone X (ไอโฟน X) ด้วยเช่นกัน

การกลับมาในครั้งนี้ของ iPhone ถือได้ว่าเปลี่ยนแปลงไปจากธรรมเนียมเดิมๆ อยู่หลายอย่างด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งการยุติ iPhone ตระกูล S พร้อมเพิ่มรุ่น Plus และรุ่นพิเศษเข้ามาอย่าง iPhone X พร้อมการดีไซน์โฉมใหม่หมดจดแบบหน้าจอไร้ขอบที่แตกต่างไปจากเดิม ในขนาดใหญ่กว่า 5.8 นิ้ว บนตัวเครื่องแบบกระจกที่ผสานเข้ากับกรอบตัวเครื่องสแตนเลสสตีล

นอกจากนี้ยังอัปเกรดฟีเจอร์ภายในเพิ่มขึ้นจากในรุ่นก่อนอยู่หลายด้านด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบแบบใหม่, ระบบจดจำใบหน้า Face ID ที่มาแทนที่การสแกนลายนิ้วมือ Touch ID แบบเดิมๆ และเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging
 


iPhone X

 


 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ iPhone 8

- ตัวเครื่องมีขนาด 138.4x67.3x7.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 148 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 750x1334 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 326 ppi
- ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB
- กล้องด้านหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD
- ฟีเจอร์กันน้ำ IP67
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเทคโนโลยี Touch ID
- รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
- มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Gold, Space Gray และ Silver
- ราคาเริ่มต้นที่ 699 ดอลลาร์ (ประมาณ 23,200 บาท)

- สรุปคุณสมบัติ และราคาของ iPhone 8 64GB
- สรุปคุณสมบัติ และราคาของ iPHone 8 256GB

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ iPhone 8 Plus

- ตัวเครื่องมีขนาด 158.4x78.1x7.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 202 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080x1920 พิกเซล) ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 401 ppi
- ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB
- กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ใช้งานเลนส์ Wide และ Telephoto, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และ F/2.8, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD
- ฟีเจอร์กันน้ำ IP67
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเทคโนโลยี Touch ID
- รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
- มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Gold, Space Gray และ Silver
- ราคาเริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์ (ประมาณ 27,500 บาท)​

- สรุปคุณสมบัติ และราคาของ iPhone 8 Plus 64GB
- สรุปคุณสมบัติ และราคาของ iPhone 8 Plus 256GB

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ iPhone X

- ตัวเครื่องมีขนาด 143.6x70.9x7.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 174 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ OLED Super Retina HD แบบไร้ขอบ ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436x1125 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 458 ppi
- ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB
- กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ใช้งานเลนส์ Wide และ Telephoto, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และ F/2.4, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบคู่ (Dual-OIS), ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD
- ฟีเจอร์กันน้ำ IP67
- ฟีเจอร์จดจำใบหน้า (Facial Recognition)
- รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
- ราคาเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์ (ประมาณ 33,000 บาท)

- สรุปคุณสมบัติ และราคาของ iPhone X 64GB
- สรุปคุณสมบัติ และราคาของ iPhone X 256GB

 

 

ราคา และการวางจำหน่าย iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus


 

สำหรับ iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศโซนยุโรปก่อนเป็นอันดับแรกเช่นเคย โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กันยายนนี้เป็นต้นไป ซึ่ง iPhone 8 มีราคาเริ่มต้นที่ 699 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 23,200 บาท และ iPhone 8 Plus มีราคาเริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 27,500 บาท

สำหรับ iPhone X เปิดราคาวางจำหน่ายที่ 999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 33,000 บาท โดยจะเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าวันที่ 27 ตุลาคม และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 พฤศจิกายนเป็นต้นไป

สรุปราคา iPhone X, iPhone 8 และราคา iPhone 8 Plus

สำหรับราคา iPhone 8 ในสิงคโปร์ มีรายละเอียด ดังนี้

- iPhone 8 รุ่น 64GB ราคา 1,148 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 28,200 บาท (ราคาไทย +-ไม่เกิน 1,000 บาท)
- iPhone 8 รุ่น 256GB ราคา 1,388 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 34,000 บาท (ราคาไทย +-ไม่เกิน 1,000 บาท)

ส่วน iPhone 8 Plus มีราคา ดังนี้

- iPhone 8 Plus รุ่น 64GB ราคา 1,308 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 32,100 บาท (ราคาไทย+-ไม่เกิน 1,000 บาท)
- iPhone 8 Plus รุ่น 256GB ราคา 1,548 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 38,000 บาท (ราคาไทย +-ไม่เกิน 1,000 บาท)

เว็บไซต์ Apple (สิงคโปร์) ได้ประกาศราคาวางจำหน่ายของ iPhone X อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีรายละเอียด ดังนี้

- iPhone X รุ่น 64GB มีราคาวางจำหน่ายที่ 1,648 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 40,500 บาท
iPhone X รุ่น 256GB มีราคาวางจำหน่ายที่ 1,888 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 46,500 บาท

ส่วนราคา iPhone X ในประเทศไทยทางทีมงานคาดการณ์ไว้โดยอ้างอิงจากฐานราคา iPhone 7 Plus ที่เปิดตัวในสิงคโปร์ และในประเทศไทย ซึ่งมีส่วนต่างบวกลบห่างกันไม่เกิน 1,000 บาท และได้ข้อสรุป ดังนี้

- iPhone X รุ่น 64GB อาจมีราคาวางจำหน่ายในไทยที่ 39,500-41,500 บาท
- iPhone X รุ่น 256GB อาจมีราคาวางจำหน่ายในไทยที่ 45,500-47,500 บาท


ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ยังไม่มีการระบุไว้อย่างแน่ชัด แต่หากพิจารณาจากกำหนดการวางจำหน่ายของ iPhone รุ่นก่อนๆ ก็มีความเป็นไปได้ว่า iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในบ้านเราช่วงปลายปีนี้ ซึ่งก็ต้องคอยติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการจากทาง Apple ประเทศไทย กันต่อไป


ที่มา : Apple, The Vergeengadget

เรียบเรียงโดยทีมงาน thaimobilecenter.com 

 

 

รวมข้อมูล iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ก่อนงานเปิดตัว

หน้าจอไร้ขอบ (edge-to-edge) แบบ OLED รุ่นแรกของค่าย


มีข่าวหลุดออกมาตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้วว่า iPhone รุ่นใหม่ของปีนี้จะมาพร้อมกับหน้าจอ OLED และเป็นแบบไร้ขอบตามกระแสนิยมที่กำลังมาแรงในขณะนี้ โดยหน้า OLED นั้นมีจุดเด่นทั้งในด้านของการประหยัดพลังงาน และการแสดงสีสัน หรือความคมชัดของจอภาพที่ยอดเยี่ยมกว่าจอ LCD อีกด้วย นอกจากนี้ กระแสความนิยมของสมาร์ทโฟนจอไร้ขอบยังคงมาแรงมาก และคู่แข่งอย่าง Samsung ก็เปิดตัว Galaxy S8 และ Galaxy Note 8 พร้อมนวัตกรรมหน้าจอไร้ขอบ Infinity Display ที่ทำผลงานได้โดนใจผู้ใช้ ทำให้ Apple จึงไม่รอช้าที่จะพัฒนา iPhone X ให้มาพร้อมกับฟีเจอร์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน

 

ไม่มีปุ่มโฮม และไร้ Touch ID


เมื่อ iPhone X ต้องขยายหน้าจอให้มีพื้นที่มากขึ้น ทำให้ Apple จำเป็นต้องตัดปุ่มโฮมทิ้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Apple กำลังหาวิธีในการพัฒนาให้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสามารถฝังลงไปใต้หน้าจอได้ แต่วิธีการดังกล่าวมีปัญหาเชิงเทคนิคที่ซับซ้อนมาก และทำให้ Apple ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทัน จนต้องยอมตัดเซ็นเซอร์ Touch ID ออกไปด้วย ดังนั้น iPhone X จึงจะไม่มีปุ่มกลมๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของไอโฟนอีกต่อไป แต่คาดว่าจะมีการใช้งานแถบ Function Area ที่สามารถควบคุม และตั้งค่าการใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนปุ่มปลดล็อกตัวเครื่องนั้นอาจจะใช้งานในรูปแบบของปุ่มโฮมเสมือนจริง ที่นำเอาเทคโนโลยี 3D Touch มาใช้งานร่วมกันก็เป็นได้

 

ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) กับความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอีกระดับ


ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ถูกนำเข้ามาใช้งานแทนที่เซ็นเซอร์ Touch ID ที่ถูกถอดออกไป ซึ่งถ้าหากว่ากันตามตรงแล้ว ระบบจดจำใบหน้า และสแกนม่านตานั้นมีความปลอดภัยสูงกว่าการสแกนลายนิ้วมือด้วย เพราะลายนิ้วมือนั้นยังสามารถถูกปลอมแปลงได้ง่าย แต่ม่านตาของมนุษย์แทบจะปลอมแปลงไม่ได้เลย อีกทั้งยังมีข้อมูลเกี่ยวกับระบบจดจำใบหน้าใน iPhone X ที่อาจใช้ชื่อว่า Face ID หลุดออกมาให้ชมกันก่อนหน้านี้ ก็ยิ่งเป็นการยืนยันได้ในระดับหนึ่งว่า iPhone X จะใช้งานเทคโนโลยีจดจำใบหน้าอย่างแน่นอน

 

ชิปเซ็ตระดับ Hexa-Core (6-Core) เป็นรุ่นแรก


ก่อนหน้านี้ ชิปเซ็ตประมวลผลของ Apple ในตระกูล Apple Ax มักจะถูกผลิตมาพร้อมกับแกนประมวลผลที่มีเพียง 2 แกน (Dual-Core) เท่านั้น แต่ตัวไอโฟนก็ยังมีความเร็วแรง และลื่นไหลในการประมวลผลแบบต่างๆ อยู่มาก ซึ่งเป้นผลมาจากการจัดการทรัพยากรระบบของ iOS ที่ Apple ออกแบบมาโดยเฉพาะ แต่สำหรับ iPhone X คาดว่าจะได้ใช้งานชิปเซ็ต Apple A11 รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับแกนประมวลผลมากถึง 6 แกน (Hexa-Core) เป็นรุ่นแรกของค่าย โดยมี 2 แกนหลัก รับหน้าที่การประมวลผลระดับ High Speed ส่วนอีก 4 แกนที่เหลือจะเป็นการประมวลผลธรรมดาทั่วไป ซึ่งก็น่าติดตามกันว่า Apple เพิ่มฟีเจอร์อะไรเข้ามาใน iPhone X จนถึงกับต้องทำ CPU ให้เร็วแรงขึ้นขนาดนี้ด้วย

 

รองรับ USB Type-C


สำหรับ USB Type-C ค่อนข้างเป็นพอร์ตเชื่อมต่อที่แพร่หลายมากในการใช้งานสมาร์ทโฟนปัจจุบัน เพราะสามารถเชื่อมต่อได้ง่าย และโอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็วกว่าเดิม ทำให้แบรนด์สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่เลือกใช้ USB-C กับสมาร์ทโฟนในค่ายกันหมดแล้ว ซึ่งล่าสุดก็มีข่าวว่า มีผู้ค้นพบโค้ดบางอย่างใน iOS 11 ว่า iPhone X อาจรองรับการเชื่อมต่อ USB-C ด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจไม่ได้มาในรูปแบบของพอร์ตตัวเครื่อง แต่อาจเป็นอุปกรณ์เสริมแทน

 

ฟีเจอร์ชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย (Wireless Charging)


แม้ฟีเจอร์ชาร์จไร้สายจะไม่ใช่ของใหม่ แต่ไอโฟนทุกรุ่นก่อนหน้านี้ก็ยังไม่เคยมีฟีเจอร์นี้ให้ใช้งานแต่อย่างใด และสำหรับ iPhone X ก็คาดว่า Apple จะพัฒนาฟีเจอร์ดังกล่าวให้ใช้งานด้วย เพราะตัวเครื่องก็เปลี่ยนจากโลหะ (Metal) มาใช้งาน Glass Design ที่ช่วยให้ส่งผ่านคลื่นแม่เหล็กจากแท่นชาร์จได้ แต่ต้องติดตามกันอีกครั้งว่า การชาร์จไร้สายเช่นนี้จะมีฟีเจอร์ใดมาเพิ่มเติมหรือไม่

 

ที่มา : Apple

 

เผย iPhone 8 รุ่นท็อป จะใช้ชื่อว่า iPhone X และอาจ มีราคาสูงถึง 40,000 บาท

 


 

ข้อมูลล่าสุดที่หลุดออกมาก่อนงานเปิดตัวก็คือชื่อรุ่นที่ถูกค้นพบในระบบ iOS 11 โดยคาดว่าไอโฟนในปีนี้จะเปิดตัวพร้อมกันถึง 3 รุ่น คือ iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ซึ่ง iPhone X จะเป็นไอโฟนรุ่นท็อปสุดของค่าย เนื่องจาก iPhone X ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 10 ปี ผลิตภัณฑ์ไอโฟน และค่อนข้างจะเป็นรุ่น Limited Edition ด้วย ส่วน iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ก็จะเป็นไอโฟนที่พัฒนาขึ้นมาตาม cycle ปกติ

สำหรับคุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้นของไอโฟนทั้ง 3 รุ่น มีดังนี้

iPhone X

- ตัวเครื่องใช้ดีไซน์แบบ Metal-Glass
- หน้าจอแสดงผลแบบ OLED ไร้ขอบ (edge-to-edge) ขนาด 5.8 นิ้ว
- ชิปเซ็ตประมวลผล Hexa-Core (6-Core) Apple A11
- กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) พร้อมรองรับฟังก์ชัน AR
- กล้องด้านหน้ารองรับระบบ 3D Sensing ที่สามารถสร้างภาพ 3D จากใบหน้าของผู้ใช้ได้
- ระบบสแกนใบหน้า (Facial Recognition)
- ระบบ 3D Touch
- ฟีเจอร์ชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย (Wireless Charging)
- รองรับการเชื่อมต่อ USB Type-C

 

iPhone 8

- ตัวเครื่องอะลูมิเนียม
- หน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD ขนาด 4.7 นิ้ว
- ชิปเซ็ตประมวลผล Hexa-Core (6-Core) Apple A11
- กล้องด้านหลังแบบเดี่ยว (Single-Camera)
- ระบบ 3D Touch

 

iPhone 8 Plus

- ตัวเครื่องอะลูมิเนียม
- หน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD ขนาด 5.5 นิ้ว
- ชิปเซ็ตประมวลผล Hexa-Core (6-Core) Apple A11
- กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera)
- ระบบ 3D Touch

สำหรับฟีเจอร์ที่คาดว่าจะมาพร้อมกับ iPhone X มีรายละเอียด ดังนี้

หน้าจอไร้ขอบ (edge-to-edge) - iPhone X จะเป็นไอโฟนรุ่นแรกที่ใช้งานหน้าจอแบบไร้ขอบที่ขยายพื้นที่ให้เต็มตัวเครื่อง อีกทั้งยังใช้งานหน้าจอแบบ OLED แทนที่จอ LCD แบบที่เคยใช้งานในหลายๆ รุ่นด้วย

ชิปเซ็ต Apple A11 แบบ Hexa-Core (6-Core) - iPhone X เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้งานชิปเซ็ตที่มีแกนประมวลผลมากถึง 6 แกน เพราะที่ผ่านมา Apple มักผลิตชิปเซ็ตเพียง 2 แกนเท่านั้น

ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) - ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Apple  ยังหาวิธีที่จะฝังเซ็นเซอร์ Touch ID ไว้ภายใต้หน้าจอไม่ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องตัด Touch ID ออกไป เพราะปุ่มโฮมก็ถูกถอดออกเนื่องจากการขยายหน้าจอให้เป็นจอไร้ขอบ ดังนั้น iPhone X จึงจะใช้งานเทคโนโลยีจดจำใบหน้าแทนการสแกนลายนิ้วมือในชื่อ Face ID นั่นเอง

ฟีเจอร์ชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) - เมื่อ iPhone X เปลี่ยนมาใช้ตัวเครื่องแบบ Glass-Design ก็ทำให้ฟีเจอร์นี้ถูกคาดการณ์เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่จะถูกเพิ่มเข้ามาด้วย เพราะตัวเครื่องแบบ Glass-Design จะเอื้อให้คลื่นแม่เหล็กส่งผ่านไปยังแบตเตอรี่ได้ ทำให้ iPhone X น่าจะมีฟีเจอร์ Wireless Charge ด้วย

สำหรับราคาเปิดตัวของ iPhone X นั้นคาดว่าจะอยู่ที่ราวๆ 1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 33,000 บาท สำหรับรุ่นเริ่มต้น ส่วนรุ่นท็อปอาจมีราคาสูงถึง 40,000 บาท เลยทีเดียว เนื่องจากเทคโนโลยี และฟีเจอร์ต่างๆ ที่ถูกพัฒนาเข้ามา ประกอบกับการเป็นไอโฟนรุ่นพิเศษในวาระครบรอบ 10 ปี ผลิตภัณฑ์ไอโฟน ก็ยิ่งทำให้ iPhone X ยิ่งอยู่ในฐานะของรุ่น Limited Edition มากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงมีราคาค่อนข้างสูงนั่นเอง

ส่วนงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 00.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งทางทีมงาน Thaimobilecenter ก็จะมีการ LIVE บรรยากาศ พร้อมบทบรรยายให้ทุกท่านได้รับชมกันด้วย หากใครที่ยังไม่นอน และเป็นแฟนพันธุ์แท้ Apple ก็อย่าลืมติดตามชมกันด้วยนะครับ

 

นำเสนอข่าวโดย : thaimobilecenter.com

 

เผยราคาล่าสุด iPhone 8 รุ่นท็อป (512 GB) อาจมีราคาสูงถึง 40,000 บาท

มีข่าวออกมาสักพักแล้วสำหรับราคาเปิดตัวของ iPhone 8 สมาร์ทโฟนแถวหน้าที่ทั่วโลกรอคอย โดยก่อนหน้านี้ Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ชื่อดังจาก KGI Securities ได้ออกมาเปิดเผยว่า iPhone 8 รุ่น 64 GB จะมีราคาเริ่มต้นสูงถึง $999 หรือราว 33,000 บาท อีกทั้งสื่อใหญ่อย่าง New York Times ก็ยังยืนยันตรงกัน และล่าสุดก็มี tipster ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมของ iPhone 8 รุ่น 256 GB และ 512 GB แล้ว

ข้อมูลดังกล่าวมาจาก Benjamin Geskin ผู้ซึ่งเคยปล่อยข่าวหลุดและภาพเรนเดอร์ของ iPhone 8 มาแล้วหลายครั้ง โดยอ้างว่า iPhone 8 รุ่นธรรมดา หน่วยความจำ 64GB จะมีราคาเริ่มต้นที่ $999 หรือราว 33,000 บาท ส่วน รุ่น 256 GB จะเริ่มที่ $1,099 หรือราว 36,000 บาท และรุ่นท็อปสุด 512 GB อาจแตะ $1,199 หรือราว 40,000 บาทเลยทีเดียว

สำหรับ iPhone 7s และ iPhone 7s Plus นั้นคาดว่า จะมีราคาสูงกว่าเดิมประมาณ 50%-60% แต่เชื่อว่าจะไม่แพงเท่า iPhone 8 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ราคาถีบตัวขึ้นคาดว่าจะเป็นหน้าจอ OLED ซึ่งเว็บไซต์ Phone Arena ได้คำนวณราคาต้นทุนไว้ที่ประมาณชิ้นละ $70 (2,300 บาท) ในขณะที่หน้าจอ IPS ของ iPhone 7 นั้นตกชิ้นละ $40 (1,326 บาท) เท่านั้น

หากไม่มีอะไรผิดพลาด Apple จะเปิดตัว iPhone 8, iPhone 7s, iPhone 7s Plus อย่างเป็นทางการในวันที่ 12 กันยายนนี้ เวลา 10.00 น. หรือตรงกับช่วงเที่ยงคืนตามเวลาในประเทศไทย และได้ส่งหมายเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน Keynote เรียบร้อยแล้ว

ที่มา : Phone Arena, Benjamin Geskin

วันที่ : 5/02/2560

โปรเด็ดจากจากเครื่อข่าย
โพสต์เมื่อ 05/12/2017 เวลา 05:11
iPhoneX (Guest)
ไอโฟน 8 สีทองตอนนี้ 28000 ผ่อน 0% 10 เดือน ราคาดีงาม ลองดู http://smarturl.it/apple-iphone-sale
โพสต์เมื่อ 01/11/2017 เวลา 06:30
ตูไม่โง่ (Guest)
เอาตังไปซื้อรถขี่ดีกว่าทอสัพจะถูกหรือแพงไม่จำเป็นแค่คุยกันรู้เรื่องก็พอจบมะ
โพสต์เมื่อ 12/10/2017 เวลา 15:28
โพสต์เมื่อ 20/09/2017 เวลา 19:29
somuek san (Guest)
Iphoneคิดว่าดีที่สุดแล้วภายในมันสุดยอดแถบไม่เคยมีพลาสติกเลยรุ่นอื่นๆมีเกือบครึ่ง จะแพงแค่ไหนก็คุ้มเพราะมันคือIphone เวลาเชื่อมต่อหรือเล่นอะไรมันนิ่ง และอะไรแปลกๆเข้ามาหรือโหลดอะไรมันจะถามเราก่อน
ผมก็ไม่มีเงินเยอะผมก็ผ่อน10เดือน ผมใช้Iphone6ตอนนี้สิ้นปีจะเปลี่ยนIphone8ชิฟA11
โพสต์เมื่อ 19/09/2017 เวลา 13:59
เอาเหอะ (Guest)
เก็บเงินซื้ออยู่ครับ
โพสต์เมื่อ 18/09/2017 เวลา 22:44
ss (Guest)
ราคานี้ไปซื้อ 1080ti ดีกว่า ตังค์เหลือด้วย
โพสต์เมื่อ 14/09/2017 เวลา 09:40
Sorrawis (Guest)
เทคโนโลยีพัฒนาทุกปีถ้าเราต้องเปลี่ยนตามจะไหวรึเปล่ากับราคาเวอร์ขนาดนี้
โพสต์เมื่อ 12/09/2017 เวลา 12:22
สาวกไอโฟน (Guest)
น่าจะมีราคาเปิดตัวไอโฟน 8 รุ่นครบ 10ปีที่เหมาะสมไม่แพงเวอร์มาก สเปคคุณสมบัติเครื่องถ้าไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก ก็ไม่น่าจะอัพราคาขึ้นสุดโต่ง อย่างนี้เอาเปรียบผู้บริโภค ถ้าแพงมากคงจะไม่ซื้อ หรือรอราคามันลดมากๆ ถึงจะซื้อ เพราะว่ามันไม่คุ้มค่าเงินที่เสียไป 40000 อัพ ถือว่าแพงเวอร์
โพสต์เมื่อ 10/08/2017 เวลา 23:30
สุวิช (Guest)
Iphone 8 น่าจะมียอดขายถล่มทลาย ถ้า Iphone 8 มีสิ่งดังนี้.....
1. กล้องหลัง คู่ (ซึ่งเป็นกล้องคู่แน่นอนอยู่แล้ว)
2. กล้องหน้า ก็เป็นกล้องคู่จริงๆ (ไม่ใช่แค่คุย)
3. ถ่ายวีดิโอ Super slow motion 960 fps จริง
4. สามารถถ่าย ภาพนิ่ง,วีดิโอ แบบ Optical zoom ได้
แค่ 4x Optical zoom ก็พอ
5. Smartcam ที่ว่า...จะสามารถปรับให้ถ่ายได้คมชัดแม้ในที่แสงน้อยและการถ่ายย้อนแสง
****** จะรีบจองเลยจริงด้วย ******
โพสต์เมื่อ 15/11/2014 เวลา 18:47
หนาเต๊อะ (Guest)
หนาเต๊อะเหมือนเดิม
โพสต์เมื่อ 14/11/2014 เวลา 18:02
Nooza (Guest)
ถ้าอยากเปรียบเทียบมือถือ iphone รุ่นต่างๆ ลองเข้าเว็บนี้ดูสิค่ะ http://www.checkraka.com/mobilephone/
โพสต์เมื่อ 14/11/2014 เวลา 12:56
555 (Guest)
อันนี้คิดว่าโดนแล้วหรอครับ แต่ก้อยังดูดีกว่า 6 6+ ตัวที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ บอกตรงๆว่า 6 6+ ที่เราใช้กันอยู่ ถ้าไม่มี IOS และ โลโก้ ไอโฟน ให้ฟรียังไม่เอา น่าจะเอาพวกนี้ไปดีไซน์ให้ Apple คงจะดีกว่าพวกที่นั่งกินเงินกันอยู่ในปัจจุนี้
โพสต์เมื่อ 14/11/2014 เวลา 12:56
555 (Guest)
อันนี้คิดว่าโดนแล้วหรอครับ แต่ก้อยังดูดีกว่า 6 6+ ตัวที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ บอกตรงๆว่า 6 6+ ที่เราใช้กันอยู่ ถ้าไม่มี IOS และ โลโก้ ไอโฟน ให้ฟรียังไม่เอา น่าจะเอาพวกนี้ไปดีไซน์ให้ Apple คงจะดีกว่าพวกที่นั่งกินเงินกันอยู่ในปัจจุนี้
อัพเดทข่าว เนื้อหาล่าสุด
แนะนำกระจกนิรภัย COMMY 3D Curved Full Coverage Edge to
กระจกนิรภัย นับเป็นอุปกรณ์เสริมที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนในปัจจุบัน เพราะกระจกน
แนะนำสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 10,000 บาท รุ่นใหม่ล่าสุด แล
รวบรวมสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้มาให้ได้ชมกัน เพื่อเป็น
รีวิว Vivo V9 สมาร์ทโฟนจอ FullView 6.3 นิ้ว พร้อมกล้อง
อีกรุ่นที่น่าลอง Vivo V9 สมาร์ทโฟนจอ FullView ไซส์ใหญ่พิเศษถึง 6.3 นิ้ว พร้อมกล้องหน้า AI Selfie, กล
รีวิว Huawei P20 Pro เรือธงกล้อง Leica Triple Camera 4
เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่กำลังมาแรงที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ สำหรับ Huawei P20 Pro ด้วยจุดขายสำคัญคือกล้อง L
รีวิว Samsung Galaxy S9 และ S9+ ยอดสมาร์ทโฟนเรือธงเพื่
มาแล้ว! รีวิวจัดเต็มของสมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปใหม่ล่าสุดของ Samsung อย่าง Galaxy S9 และ S9+ ซึ่งอัปเก
News Update
เปิดตัว Vivo Y53i รุ่นเล็กน้องใหม่ กับราคาเพียง 3,700
นอกจากจะมีการเปิดตัวสำหรับ Vivo V9 Youth รุ่นเล็กจากตระกูล V-Series ในประเทศอินเดียแล้ว ยังมีการเปิด
หลุดเรนเดอร์ LG G7 ThinQ เรือธงฉบับปรับปรุงใหม่ โชว์ดี
หลังจากที่ LG ประกาศพับโปรเจ็คท์ LG G7 สมาร์ทโฟนเรือธงปี 2018 ไปเพื่อปรับปรุงขนานใหญ่ ที่ผ่านมาก็เริ
เทียบสเปก Asus ZenFone Max Pro M1 และ Xiaomi Redmi Not
เรียกได้ว่าการเปิดตัวของสมาร์ทโฟนราคาประหยัดรุ่นใหม่จากค่าย Asus อย่าง Asus ZenFone Max Pro M1 ได้รั
Samsung Galaxy A6+ เผยเรนเดอร์แบบชัดๆ โชว์กล้องคู่ด้าน
หลังจากที่มีข่าวของ Samsung Galaxy A6 และ A6+ ออกมาได้สักพัก ล่าสุดเราก็มีโอกาสได้เห็นรูปร่างหน้าตาข
หลุดราคา Xiaomi Mi 6X สมาร์ทโฟนกล้องคู่ RAM 6GB รุ่นล่
Xiaomi Mi 6X เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากพอสมควรทีเดียวในช่วงเวลานี้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มี