ระบบกันสั่นในมือถือแบบ EIS, OIS และ Sensor-shift คืออะไร ต่างกันอย่างไร ?
นอกเหนือจากเซ็นเซอร์กล้อง เลนส์ และหน่วยประมวลผลภาพแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้การถ่ายภาพ หรือวิดีโอบนมือถือมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นก็คือ ระบบป้องกันภาพสั่นไหว ซึ่งในปัจจุบันก็มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวอยู่ 3 ประเภทที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายได้แก่ EIS, OIS, และ Sensor-shift โดยทั้งสามระบบนี้จะมีความแตกต่างอย่างไรบ้าง เรามีคำตอบครับ
ระบบกันสั่นคือ ?
ระบบกันสั่น เป็นฟีเจอร์ที่ช่วย “ลดอาการสั่นไหวของภาพถ่ายเมื่อผู้ใช้มือไม่นิ่ง” ซึ่งจะช่วยลดอาการเบลอของภาพถ่ายให้น้อยลง และยังช่วยให้การถ่ายภาพมีความคมชัดมากยิ่งขึ้น โดยระบบกันสั่นจะมีประโยชน์เป็นอย่างมากเมื่อถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยที่ระบบจำเป็นต้องเปิดหน้ากล้องให้นานขึ้น เพราะถ้าไม่มีระบบนี้ หากเราขยับมือเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ภาพเบลอจนมองไม่รู้เรื่อง รวมทั้งยังมีประโยชน์ในด้านการถ่ายวิดีโอที่ผู้ถ่ายมีการเคลื่อนไหว เช่น เดิน หรือวิ่ง เพื่อช่วยให้วิดีโอมีความนิ่งมากยิ่งขึ้น
EIS คืออะไร ?

ตัวอย่างการคร็อปเฟรมเพื่อลดอาการภาพสั่นของ EIS
EIS (Electrical Image Stablization) หรือระบบกันสั่นอิเล็กทรอนิกส์ เป็นฟีเจอร์ที่ถูกติดตั้งมาให้กับสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น, ระดับกลาง หรือระดับท็อปในบางรุ่น โดยหลักการทำงานจะใช้เซ็นเซอร์ Accelerometer ที่มีอยู่ในสมาาร์ทโฟนเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหว จากนั้นระบบจะทำการคร็อปภาพบางส่วรออกไปเพื่อให้ภาพส่วนใหญ่อยู่กึ่งกลาง ทำให้วิดีโอรู้สึกสั่นน้อยลงนั่นเอง
แม้ว่าจะเป็นระบบที่น่าสนใจ แต่ EIS ก็มีจุดอ่อนตรงที่ภาพวิดีโอของเราจะมีขนาดของวิดีโอที่แคบลงกว่าเดิม เนื่องจากเหตุผลด้านการคร็อปบางภาพส่วน รวมทั้งอาจมีอาการภาพสั่นบริเวณขอบ ๆ เพราะระบบพยายามตัดเฟรมออกอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้วิดีโอของเราอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ
OIS คืออะไร

ตัวอย่างการทำงานของ OIS
OIS (Optical Image Stabilization) หรือระบบกันสั่นโดยใช้ฮาร์ดแวร์ ซึ่งมีหลักการทำงานที่คล้าย ๆ กับ EIS แต่จะมีการนำเอาระบบที่เรียกว่า micro-electromechanical system (MEMS) มาทำงานร่วมกันด้วย โดยหลักการทำงานก็คือ ใช้เซ็นเซอร์ Gyroscope ในการตรวจจับการเคลื่อนไหว และปรับแต่งตำแหน่งเลนส์การถ่ายภาพอยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่น หากเราถือสมาร์ทโฟน แล้วขยับมือไปทางซ้าย ระบบ OIS ก็จะผลักกล้องไปทางขวาเพื่อชดเชยไม่ให้ภาพดูสั่น โดย OIS ก็จะแบ่งแยกย่อยไปอีกหลายประเภท เช่น การเพิ่มแกนเคลื่อนไหวของชิ้นเลนส์ เพื่อช่วยให้กันสั่นทำงานได้ละเอียดขึ้น
เปรียบเทียบการทำงานของ EIS vs OIS
ข้อดีของ OIS คือ ระบบจะไม่ทำการคร็อปภาพบางส่วนออกไปเหมือนกับ OIS ทำให้ใช้ประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์กล้องได้อย่างเต็มที่ ภาพที่ออกมามีเฟรมที่ใหญ่ มองเห็นได้กว้าง และยังช่วยให้ภาพวิดีโอดูเป็นธรรมชาติมากกว่า แต่ข้อเสียของ OIS คือ ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อสมาร์ทโฟนเกิดการกระทบเทือน หรือเกิดอาการสั่นอยู่ตลอดเวลา เช่น การติดโทรศัพท์ไว้บนจักรยานยนต์ ซึ่งอาจส่งผลให้ OIS ไม่สามารถทำงานได้ปกติ ส่งผลให้เกิดอาการ ภาพเบลอ กล้องโฟกัสไม่ได้ เป็นต้น
Sensor-shift คืออะไร

ตัวอย่างการทำงานของ Sensor-shift บน iPhone 12 Pro Max
Credit : www.systemplus.fr
Sensor-shift หรือ Sensor-shift OIS เป็นระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่ถูกนำมาใช้งานกับ iPhone 12 Series เป็นครั้งแรก มีหลักการการทำงานคล้ายกับ OIS ที่ขยับชิ้นส่วนของเลนส์ไปในทิศทางตรงกันข้ามเพื่อชดเชยการสั่นไหว แต่ Sensor-shift จะใช้วิธีการขยับตัวเซ็นเซอร์ทั้งชุดไปในทิศทางต่าง ๆ คล้ายกับกล้องระดับโปร ซึ่งจุดเด่นของระบบดังกล่าวคือการขยับตัวที่เร็วกว่า และสามารถปรับตำแหน่งชดเชยการสั่นไหวได้มากถึง 5,000 ครั้งต่อวินาที เมื่อเทียบกับ OIS ที่ปรับตำแหน่งชดเชยการสั่นได้ที่ 1,000 ครั้งต่อวินาที ส่งผลให้ภาพมีความนิ่งกว่านั่นเอง
อย่างไรก็ดี แม้ว่า Sensor-shift จะสามารถปรับตำแหน่งของกล้องได้เร็ว และมากกว่า OIS แต่ก็ยังไม่ทำให้ภาพมีความนิ่งเหมือนกับกล้อง Action Camera หรือการใช้ไม้กันสั่น แต่ก็ถือว่าเป็นระบบกันสั่นที่ยกระดับให้กล้องมือถือใช้งานง่าย และมีประสิทธิภทพใกล้กล้องระดับโปรไปอีกขั้น
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 29/9/2564


