มือถือชิป Snapdragon 765G กับ Snapdragon 855/855+ ซื้อรุ่นไหนดี?
สมาร์ทโฟน ถือเป็นอุปกรณ์พกพาที่สำคัญในการดำเนินชีวิตของใครหลายคน ด้วยความสามารถรอบด้าน ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังให้ความบันเทิงได้ในทุกที่ทุกเวลา และสิ่งที่บ่งบอกประสิทธิภาพของตัวเครื่องได้ดีที่สุดก็คือ ชิปเซ็ตประมวลผล ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ใครหลายคนใช้ในการพิจารณาเลือกซื้อ
ในปัจจุบันชิปเซ็ตบนสมาร์ทโฟนได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีการเปิดตัวรุ่นท็อปในทุกปี โดยสมาร์ทโฟนที่จะได้ใช้ชิประดับท็อปนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นรุ่นเรือธง ที่มีราคาค่อนข้างสูง จึงส่งผลให้ผู้ใช้บางส่วนเลือกที่จะซื้อเรือธงในปีก่อน ที่มีประสิทธิภาพชิปเซ็ตใกล้เคียงรุ่นใหม่ แต่มีราคาย่อมเยากว่า และจับต้องได้ง่ายกว่าตอนเปิดตัว
แต่ขณะเดียวกัน ชิปเซ็ตในระดับรองท็อปก็เริ่มมีการพัฒนาขึ้น จนในบางรุ่นมีความสามารถที่ทัดเทียมกับรุ่นท็อป พร้อมกับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในปัจจุบัน
และจากประเด็นในข้างต้นทางทีมงานจึงจะมาวิเคราะห์ว่า ระหว่างสมาร์ทโฟนชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G ในระดับรองท็อป กับสมาร์ทโฟนเรือธงปีก่อนที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 855/855+ เราจะซื้อรุ่นไหนดี? หากพร้อมแล้ว ไปชมกันเลยค่ะ
เปรียบเทียบสเปกชิปเซ็ต Snapdragon 765G และ 855/855+
ก่อนจะเข้าสู่การเปรียบเทียบสเปกของชิปเซ็ต ต้องกล่าวก่อนว่าทางค่าย Qualcomm ได้แบ่งซีรีส์ของชิปเซ็ตไว้ 5 ซีรีส์ ได้แก่
- Qualcomm 2 Series : ชิปเซ็ตสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กในระดับเริ่มต้น
- Qualcomm 4 Series : ชิปเซ็ตสำหรับสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น - ระดับกลางต้น
- Qualcomm 6 Series : ชิปเซ็ตสำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลาง
- Qualcomm 7 Series : ชิปเซ็ตสำหรับสมาร์ทโฟนระดับรองเรือธง
- Qualcomm 8 Series : ชิปเซ็ตรุ่นท็อปที่สุด สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง
CPU
สำหรับชิปเซ็ต Snapdragon 765G และ 855/855+ ผลิตบนเทคโนโลยีระดับ 7nm เหมือนกัน แต่ในรุ่น 765G จะใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ EVU ซึ่งช่วยให้ประหยัดพลังงานมากกว่า โดยเปิดตัวในเดือนธันวาคมปี 2019 ที่ผ่านมา ส่วนรุ่น 855/855+ นั้นเปิดตัวในปี 2018 และ 2019 ตามลำดับ
ชิปเซ็ต Snapdragon 765G มาพร้อม CPU แบบ 8-แกน ที่เป็น Qualcomm Kryo 475 ทั้งหมด แบ่งออกเป็น 1xKryo 475 Cortex-A76 (Prime core) ความเร็ว 2.4 GHz, 1xKryo 475 Cortex A-76 (Performance core) ความเร็ว 2.2 GHz และ 6x Kryo 475 Cortex-A55 (Power Efficient Core) ความเร็ว 1.8 GHz
สำหรับชิปเซ็ต Snapdragon 855 มาพร้อม CPU แบบ 8-แกน ที่เป็น Qualcomm Kryo 485 ทั้งหมด แบ่งออกเป็น 1xKryo 485 Cortex-A76 (Prime core) ความเร็ว 2.84 GHz, 3xKryo 485 Cortex A-76 (Performance core) ความเร็ว 2.42 GHz และ 4x Kryo 485 Cortex-A53 (Power Efficient Core) ความเร็ว 1.8 GHz
และชิปเซ็ต Snapdragon 855+ มาพร้อม CPU โครงสร้างเหมือนกับรุ่น 855 แต่อัปเกรดความเร็วขึ้นเป็น 2.96 GHz ที่จะส่งผลต่อการใช้งานทุกด้านไม่ว่าจะเป็น การประมวลผล AI และการเล่นเกม
หากพิจารณาจากโครงสร้าง CPU ของชิปเซ็ตข้างต้น จะเห็นได้ว่า รุ่น 855/855+ มี CPU รุ่นใหม่กว่า และแต่ละแกนก็มีความเร็วมากกว่ารุ่น 765G ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลให้ประสิทธิภาพความเร็ว และแรงในการประมวลผลทำได้ดีกว่านั่นเอง แต่ขณะเดียวกันในส่วนของแกน Power Efficient ที่ช่วยในด้านประหยัดพลังงานของในรุ่น 765G จะเป็นรุ่นที่ใหม่กว่า ซึ่งหมายความว่าสามารถจัดการพลังงานได้ดีกว่าในรุ่นของ 855/855+ นั่นเอง จึงสามารถสรุปได้ว่าชิปเซ็ต Snapdragon 855/855+ มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงกว่า แต่ชิป Snapdragon 765G จะประหยัดพลังงานมากกว่านั่นเอง
GPU
ทางด้านหน่วยประมวลผลกราฟิก ในรุ่น 765G มาพร้อมกับ GPU แบบ Areno 620 ส่วนทาง 855/855+ มาพร้อมกับ Adreno 640 ที่เป็นรุ่นท็อปกว่าจึงทำให้รุ่น 855/855+ สามารถประมวลผลกราฟิกได้ดีกว่า
การรองรับ 5G
เนื่องจากชิปเซ็ต Snapdragon 765G เปิดตัวทีหลังจึงมีความสามารถบางอย่างที่ในรุ่น 855/855+ ไม่มี ซึ่งก็คือ มีโมเด็ม 5G รุ่นใหม่อย่าง X52 ในตัว ขณะที่รุ่น 855/855+ จะมีโมเด็มรุ่น X50 ที่แยกออกมา ซึ่งจะเห็นได้จากเรือธงชิปเซ็ต Snapdragon 855/855+ บางรุ่นรองรับ 5G และบางรุ่นก็ไม่รองรับ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับแบรนด์สมาร์ทโฟนว่าจะใส่เพิ่มหรือไม่ ซึ่งหากว่ามีการใส่โมเด็มเพิ่ม ก็จะเป็นการเพิ่มราคาของตัวชิปเซ็ต และต้นทุนเข้าไปด้วยนั่นเอง
สรุปซื้อมือถือชิป Snapdragon 765G หรือ 855/855+ รุ่นไหนดี

จากการเปรียบเทียบสเปกของตัวชิปเซ็ต จะเห็นได้ว่าโดยรวมชิปเซ็ต Snapdragon 855/855+ ทำได้ดีกว่าทั้งตัว CPU และ GPU อีกทั้งชิปเซ็ต Snapdragon 8 Series ส่วนใหญ่จะนำมาใช้บนสมาร์ทโฟนระดับเรือธงของค่าย และจะมีฟีเจอร์บางอย่างที่ไฮเอนด์มากกว่ามือถือระดับกลาง แม้ว่าตัวชิปเซ็ตจะมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน อย่างเช่น เทคโนโลยีชาร์จไร้สาย, ระบบกล้องที่ดีกว่า อย่างการรองรับการซูมภาพระยะไกล หรือการถ่ายภาพความละเอียดสูงมากๆ และในบางค่าย อย่าง Samsung การันตีอัปเดตระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ เฉพาะสมาร์ทโฟนเรือธงทั้งหมด 3 Generation
แต่หากพิจารณาถึงปัจจัยอื่นๆ สมาร์ทโฟนชิปเซ็ต Snapdragon 765G ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นใหม่กว่า และรองรับเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกับรุ่นเรือธง พร้อมกับราคาจับต้องง่ายกว่า รวมถึงรองรับเครือข่าย 5G ที่ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน พร้อมรองรับการใช้งานในอนาคต
ตัวอย่างสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 855/855+ ที่วางขายในไทย
- Samsung Galaxy S10 Lite : 13,990 บาท
- realme X3 SuperZoom : 19,990 บาท
- Vivo NEX 3 5G : 22,990 บาท
- Xiaomi Mi 9 : 16,999 บาท
ตัวอย่างสมาร์ทโฟนชิปเซ็ต Snapdragon 765G ที่วางขายในไทย
- Vivo V20 Pro 5G : 14,999 บาท
- OnePlus Nord : 14,990 บาท
- realme X50 5G : 12,990 บาท
ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองค่ะว่า มีไลฟ์อย่างไร และกำลังมองหาสมาร์ทโฟนเพื่อมาใช้งานในรูปแบบไหน ซึ่งทางทีมงานขอแนะนำให้ไปทดลองใช้งานเบื้องต้น ก่อนทำการตัดสินใจเลือกซื้อ เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปนั่นเองค่ะ สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 29/10/2563





