หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 5/8/2563

เปรียบเทียบ Samsung Galaxy Note20 Ultra vs iPhone 11 Pro Max สองสมาร์ทโฟนตัวท็อประดับพรีเมียม แตกต่างกันอย่างไร มาดูกัน!


เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Samsung Galaxy Note20 Series สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ในปีนี้มีทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Galaxy Note20 และรุ่นท็อปสุดอย่าง Galaxy Note20 Ultra ที่มีการอัปเกรดสเปกให้เร็วแรงรอบด้าน ซึ่งหลายท่านอาจจะกำลังสงสัยว่า ระหว่าง Galaxy Note20 Ultra รุ่นท็อปสุดจาก Samsung ในปีนี้ และสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปจากฝั่งคู่แข่งอย่าง iPhone 11 Pro Max จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบผ่านบทความเปรียบเทียบฉบับนี้กันดีกว่าครับ

 

 

เปรียบเทียบดีไซน์ตัวเครื่องระหว่าง Galaxy Note20 Ultra และ iPhone 11 Pro Max

Galaxy Note20 Ultra มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Infinity-O Display Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.9 นิ้วแบบขอบโค้ง พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz ส่วน iPhone 11 Pro Max มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาดไล่เลี่ยกันที่ 6.5 นิ้ว โดยใช้เทคโนโลยีหน้าจอแบบ Super Retina XDR หรือหน้าจอ OLED แบบใหม่ พร้อมค่า Refresh Rate ที่ระดับ 60Hz ซึ่งหากดูจากสเปกแล้วถือว่าแพนแนลจอของทั้งสองรุ่นมีจุดเด่นในการแสดงสีสันด้วยกันทั้งคู่ แต่ Galaxy Note20 Ultra ดูจะได้เปรียบกว่าเล็กน้อยด้วยค่า Refresh Rate ที่สูงกว่า ช่วยให้การแสดงผล การเลื่อนฟีด เป็นไปอย่างลื่นไหลเนียนตากว่า

ส่วนขนาดตัวเครื่องของทั้งสองรุ่นถือว่าใกล้เคียงกัน (164.8x77.2x8.1 มม. สำหรับ Galaxy Note20 Ultra และ 158x77.8x8.1 มม. สำหรับ iPhone 11 Pro Max) แต่ทางฝั่งของ Galaxy Note20 Ultra จะมีน้ำหนักเบากว่าที่ 208 กรัม เมื่อเทียบกับ iPhone 11 Pro Max ที่มีน้ำหนักตัวเครื่อง 226 กรัม ดังนั้นการถือใช้งานในเวลานาน Galaxy Note20 Ultra ดูจะทำได้ดีกว่า 

 

เปรียบเทียบ CPU, RAM และแบตเตอรี่ ระหว่าง Galaxy Note20 Ultra และ iPhone 11 Pro Max

ด้านประสิทธิภาพการทำงานของทั้งสองรุ่นถือว่าจัดเต็มมาด้วยกันทั้งคู่ โดย Galaxy Note20 Ultra เวอร์ชัน Global เลือกใช้ชิปเซ็ต Exynos 990 เวอร์ชันใหม่ที่ได้รับการปรับจูนความเร็วแรงใหม่ให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีมากขึ้น ประกบคู่การทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาดจุใจถึง 12GB เพื่อรองรับการสลับแอปพลิเคชันใช้งานได้อย่างลื่นไหล รวมถึงการใช้งานร่วมกับโหมด DeX และที่สำคัญ Galaxy Note20 Ultra ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4500mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว 25W

ทางด้าน iPhone 11 Pro Max มาพร้อมกับชิปเซ็ตระดับท็อปสุดของค่ายอย่าง Apple A13 Bionic ที่ Apple เคลมว่าเป็นชิปเซ็ตที่เร็วแรงที่สุดในวงการสมาร์ทโฟน ประกบคู่กับการทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB ส่วนทางด้านแบตเตอรี่ให้มาที่ความจุ 3969mAh พร้อมรองรับระบบชาร์จเร็ว 18W

จากสเปกด้านต้นจะเห็นได้ว่า Galaxy Note20 Ultra จะมีจุดเด่นด้านแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ชาร์จได้ไว เพื่อรองรับการใช้งานยาวนานตลอดวัน พร้อม RAM ขนาดใหญ่เพื่อรองรับการใช้งานแบบ Multitasking ส่วน iPhone 11 Pro Max แม้ว่าจะให้แบตเตอรี่มาขนาดน้อยกว่า แต่เนื่องจากหน้าจอแสดงผลมีขนาดเล็กกว่า อีกทั้งชิปเซ็ต Apple A13 Bionic ก็มีจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงานเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงต้องรอดูผลทดสอบด้านการบริโภคแบตเตอรี่ของทั้งสองรุ่นอีกครั้ง

 

เปรียบเทียบกล้องถ่ายภาพระหว่าง Galaxy Note20 Ultra และ iPhone 11 Pro Max

Galaxy Note20 Ultra ในปีนี้มาพร้อมกับชุดกล้องหลัง 3 ตัว แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล, กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 8K และการซูมภาพแบบ Optical Zoom ระดับ 5x พร้อมรองรับการซูมภาพสูงสุด 50 เท่า

ขณะที่ iPhone 11 Pro Max มาพร้อมกับเซ็ตอัพกล้องหลัง 3 ตัวเช่นเดียวกัน ประกอบไปด้วย กล้องตัวหลักเลนส์ Wide, กล้อง Ultra Wide และกล้อง Telephoto ความละเอียดเท่ากันที่ 12 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับการซูมภาพแบบ Optical Zoom ระดับ 2x และการซูมภาพแบบ Digital Zoom ที่ระดับ 10x

หากพิจารณาจากสเปกกล้องของทั้งสองรุ่นแล้ว จะเห็นได้ว่า Galaxy Note20 Ultra จะได้เปรียบในด้านการซูมภาพระยะไกลที่มีความคมชัด, การถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง รวมถึงการถ่ายภาพได้ไฟล์ขนาดใหญ่ รวมถึงการใช้ประโยชน์ของกล้อง 108 ล้านพิกเซลในการรวมพิกเซลเล็กๆ ให้กลายเป็นพิกเซลใหญ่เพื่อช่วยรับแสง

 

เปรียบเทียบฟีเจอร์เด่นอื่นๆ

Galaxy Note20 Ultra มาพร้อมกับฟีเจอร์ DeX สำหรับเปลี่ยนการทำงานของสมาร์ทโฟนให้อยู่ในรูปแบบ PC ได้แบบไร้สาย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิดแอปพลิเคชันบนมือถือได้จากคอมพิวเตอร์ได้ทันที และสามารถโอนถ่ายข้อมูล และซิงค์ข้อมูลระหว่าง PC ไปหามือถือได้แบบไร้รอยต่อ รวมทั้งยังมีจุดแข็งในเรื่องของปากกา S Pen รุ่นใหม่ที่มีค่า Latency ต่ำเพียง 9ms ช่วยให้การขีดเขียนเป็นไปอย่างลื่นไหล และเป็นธรรมชาติ

ส่วนทางด้าน iPhone 11 Pro Max ก็มาพร้อมกับจุดเด่นด้านการทำงานร่วมกับ Ecosystem ของตนเองได้แบบไร้รอยต่แอ พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าแบบ 3 มิติ (Face ID) ที่มีความแม่นยำ และปลอดภัยสูง 

จะเห็นได้ว่าทั้งสองรุ่นต่างก็มีจุดเด่น และจุดที่แตกต่างกันออกไปเพื่อตอบโจทย์การใช้ของผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม อีกทั้ง iPhone 12 ก็ยังไม่ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ จึงทำให้บางฟีเจอร์ที่ขาดหายไปบน iPhone 11 Pro Max อาจได้รับการปรับปรุงใน iPhone 12 ก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ดี มือถือรุ่นใดจะดีกว่ากันนั้น ทางทีมงานคงไม่ตัดสินได้ เพราะส่วนหนึ่งคงต้องขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนบุคคลด้วย หากทดลองใช้งานเบื้องต้นแล้วถูกใจ ก็ถือว่ามือถือเครื่องนั้นน่าจับจองเป็นเจ้าของแล้วครับ 

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 5/8/2563

 








Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy