หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 19/2/2564

ไขข้อข้องใจ หน้าจอ LTPO คืออะไร? ทำไมถึงต้องนำมาใช้ใน iPhone 13 และ OnePlus 9 Pro?

 

ใครที่ติดตามข่าวสารวงการสมาร์ทโฟนในระยะนี้ น่าจะเคยผ่านหูผ่านตากับสิ่งที่เรียกว่า "หน้าจอ LTPO" กันมาบ้างแล้ว ทั้งจากข่าวที่ว่า iPhone 13 จะใช้หน้าจอแสดงผลแบบ LTPO หรือข่าวที่ว่าสมาร์ทโฟนไฮเอนด์อย่าง OnePlus 9 Pro ก็จะใช้หน้าจอ LTPO ด้วยเหมือนกัน หลายคนอาจจะเริ่มสงสัยว่าหน้าจอ LTPO ที่ว่านี้คืออะไร ทำไมสมาร์ทโฟนไฮเอนด์รุ่นใหม่ๆ อย่าง iPhone 13 และ OnePlus 9 Pro ถึงต้องนำมาใช้ แล้วมันดีกว่าจอทั่วๆ ไปอย่างไร ในโอกาสนี้เราจึงขออาสาพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีจอ LTPO กันครับ

 

จอ LTPO คืออะไร?

LTPO ย่อมาจาก Low-Temperature Polycrystalline Oxide คือวัสดุชนิดพิเศษที่นำมาใช้ผลิตส่วนประกอบของหน้าจอ AMOLED ที่เรียกว่า backplanes ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของเม็ดพิกเซลแต่ละจุดบนจอ ช่วยให้จอ AMOLED ประหยัดพลังงานมากขึ้นในระยะยาว เทคโนโลยีนี้คิดค้นโดย Apple และถูกนำมาใช้ครั้งแรกใน Apple Watch Series 4 ก่อนจะมีการนำไปใช้ในสมาร์ทโฟนพรีเมียมอย่าง Samsung Galaxy Note20 Ultra และ Samsung Galaxy S21 Series ในเวลาต่อมา

 

จอ LTPO ทำงานอย่างไร?

หน้าจอ AMOLED ที่ใช้กันอยู่ในสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ทุกวันนี้ มีส่วนประกอบซ้อนกันหลายชั้น ส่วนที่สำคัญที่สุดคือชั้น OLED หรือ Organic Light-Omitting Diodes ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่เปล่งแสงได้เมื่อถูกกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า และชั้นแผ่นฟิล์ม TFT ที่อยู่ใต้ชั้น OLED อีกทีหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมพิกเซลแต่ละจุดบนจอ

สำหรับหน้าจอ AMOLED ทั่วไป ชั้น TFT จะมีส่วนที่เรียกว่า Switching Circuits ทำหน้าที่เป็น “สวิทช์เปิด-ปิด” ของพิกเซลแต่ละจุด โดยจะทำงานทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนเฟรมภาพ กล่าวคือ ถ้าหน้าจอมีอัตรารีเฟรช 60Hz ก็จะมีการสั่งเปิด-ปิดพิกเซล 60 ครั้งต่อวินาที แม้ภาพในแต่ละเฟรมจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยก็ตาม

แต่สำหรับจอ LTPO นั้น จะมีการเพิ่ม Driving Circuits เข้าไปด้วย ซึ่งเป็นสารประกอบ Indium Gallium Zinc Oxide (IGZO) ที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับพิกเซลแต่ละจุดอย่างต่อเนื่อง ทำให้เม็ดพิกเซลสว่างและแสดงสีสันค้างไว้ตลอดทั้งเฟรมได้ โดยไม่จำเป็นต้องรีเฟรชถี่ๆ เพื่อแสดงผลอย่างต่อเนื่องอีกต่อไป

ผลลัพธ์ก็คือ สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ใดๆ ที่ใช้หน้าจอแบบ LTPO จะสามารถปรับอัตรารีเฟรชของหน้าจอให้ต่ำลง เพื่อแสดงผลภาพนิ่งเป็นเวลานานๆ ได้ ส่งผลให้ใช้พลังงานน้อยลงตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น หน้าปัดนาฬิกาสมาร์ทวอทช์แบบ Always-On Display ที่มีการเปลี่ยนภาพทุกๆ 1 วินาทีตามการเดินของเวลา ก็สามารถปรับอัตรารีเฟรชให้ต่ำลงเหลือ 1Hz เพื่อให้สอดคล้องกับเวลาที่เปลี่ยนไป ไม่ต้องรีเฟรชภาพถี่ๆ ให้เปลืองพลังงาน เป็นต้น


หน้าจอแบบ LTPO ช่วยให้ Apple Watch Series 4 ปรับลดเฟรมเรตลงเพื่อประหยัดพลังงานได้

 

สรุปสั้นๆ

หน้าจอแสดงผลแบบ LTPO คือหน้าจอ AMOLED ที่มีองค์ประกอบบางส่วนเป็น Low-Temperature Polycrystalline Oxide ทำให้มีคุณสมบัติพิเศษต่างจากจอ AMOLED ทั่วไป ตรงที่สามารถแสดงภาพค้างไว้ตลอดเฟรมได้ อุปกรณ์ที่ใช้หน้าจอแบบ LTPO จึงสามารถปรับลดอัตรารีเฟรชของหน้าจอให้สูงหรือต่ำลง เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานได้  ส่งผลให้ประหยัดพลังงานกว่าเดิมนั่นเองครับ

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 19/2/2564