หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 27/6/2563

พรีวิว realme X50 Pro 5G เรือธง 5G ตัวท็อปรุ่นใหม่ แรงสะใจด้วยชิป Snapdragon 865 บวก RAM 12GB พร้อมจอ 90Hz กับกล้อง 64MP ซูมไกล 20 เท่า และพลังชาร์จ 65W

 

realme X Series ถือว่าเป็นไลน์สมาร์ทโฟนระดับท็อปสุดของแบรนด์ realme เพราะมักจะมาพร้อมกับคุณสมบัติ และนวัตกรรมที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟน realme ซีรีส์อื่นๆ โดยจะสังเกตเห็นได้จากรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง reamle X50 ที่มาพร้อมกับความสามารถในการรองรับ 5G เป็นรุ่นแรกของค่าย หรือ realme X2 Pro ที่มาพร้อมกับความแรงด้วยหน้าจอแสดงผลที่มีค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz พร้อมชิปเซ็ตตัวแรงจากค่าย Qualcomm อย่าง Snapdragon 855+ เป็นรุ่นแรกของค่าย และล่าสุด realme ก็ได้สานต่อความแรงของ realme X Series ในครั้งนี้ด้วยสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ realme X50 Pro 5G

 

การกลับมาของ realme X Series ครั้งนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะ realme X50 Pro 5G มาพร้อมกับคุณสมบัติภายในที่อัดแน่นสมกับการเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงในปี 2020  ตามสโลแกน Speed of the Future ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอแสดงผลที่มีค่า Refresh Rate สูง, ชิปเซ็ตประมวลผลตัวท็อป, กล้องถ่ายภาพที่มีความคมชัด, ระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง รวมถึงการรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G

และเนื่องในโอกาสที่ทีมงาน Thaimobilecenter ได้สัมผัสเครื่อง และทดลองใช้งาน realme X50 Pro 5G เป็นกลุ่มแรกๆ จึงไม่พลาดที่จะทำพรีวิวเรียกน้ำย่อยให้ทุกท่านได้รับชมก่อนที่สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวจะเข้ามาเปิดตัว และวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดย realme X50 Pro 5G จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามพร้อมกันได้เลยครับ

 

realme X50 Pro 5G ยังคงเลือกใช้กล่องผลิตภัณฑ์สีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมประทับชื่อรุ่น X50 Pro เอาไว้ให้เห็นแบบเด่นชัด

 

สำหรับอุปกรณ์ที่แถมมาให้ภายในกล่อง ประกอบไปด้วย เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด, คู่มือการใช้งาน, เคสใส, อแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ และสายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C สำหรับโอนถ่ายข้อมูล หรือใช้งานร่วมกับอแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่

 

สำหรับอแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ที่แถมมาให้ภายในกล่อง realme X50 Pro 5G รองรับการจ่ายไฟด้วยกำลังไฟสูงสุดที่ 10V/6.5A หรือ 65W ซึ่งเป็นเทคโนโลยี การชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงรูปแบบใหม่จากแบรนด์ realme ในชื่อ 65W SuperDart Charge โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 4200 mAh ของ realme X50 Pro 5G จาก 0-100% ได้ในเวลาเพียง 35 นาทีเท่านั้น

 

realme X50 Pro 5G มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Fullscreen ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล) ที่ผลิตโดย Samsung พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz ช่วยให้การแสดงผลดูลื่นไหล และยังมีค่า Touch Sampling Rate (Ultra-High Sampling Rate) ระดับ 180Hz ช่วยให้ตอบสนองต่อการสัมผัสบนหน้าจอได้ดีมากยิ่งขึ้น

 

หน้าจอแสดงผลของ realme X50 Pro 5G ยังมาพร้อมกับจุดเด่นด้านการแสดงผล ด้วยขอบหน้าจอที่มีความบางเฉียบเพียง 3.54 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นจอที่ขอบบางที่สุดเท่าที่ realme เคยทำมา ส่งผลให้ realme X50 Pro 5G มีพื้นที่ในการแสดงผลเมื่อเทียบกับตัวเครื่องสูงถึง 92%, ค่าความสว่างของหน้าจอสูงสุดมากกว่า 1,000nit ช่วยให้ใช้งานกลางแจ้งได้อย่างสะดวก รวมทั้งยังรองรับการแสดงผลตามขอบเขตสีแบบ DCI-P3 ครอบคลุม 100% และรองรับการแสดงผลตามมาตรฐาน HDR10+ อีกด้วย

 

ที่ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ติดตั้งระบบกล้องหน้าคู่ แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักแบบ Wide-Angle ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ที่ใช้เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX616 และกล้องตัวรองเลนส์ Ultra Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมองศาในการรับภาพกว้าง 105 องศา รวมทั้งยังติดตั้งลำโพงสนทนาขนาดใหญ่ซ่อนไว้ที่บริเวณขอบด้านบน ซึ่งลำโพงตัวนี้จะใช้งานร่วมกับลำโพงเสียงตัวหลักที่ด้านล่าง เพื่อขับเสียงแบบ Stereo

 

ที่ด้านล่างของตัวเครื่องติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ Optical ที่พัฒนาโดยแบรนด์ Goodix โดยครั้งนี้มีการใช้ระบบตรวจสอบข้อมูลแบบ Multi-Monitor Identification System พร้อมกับเพิ่มฟิลเตอร์ที่ช่วยอ่านค่าสีได้ ช่วยให้ปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือได้ในเวลาอันรวดเร็วเพียง 0.27 วินาทีเท่านั้น

 

ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องติดตั้งปุ่มปรับระดับเสียงเอาไว้

 

ที่ด้านขวาของตัวเครื่องมาพร้อมกับปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอแสดงผล

 

ที่ด้านบนของตัวเครื่องมาพร้อมกับไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน

 

ที่ด้านล่างของตัวเครื่องมาพร้อมกับถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Dual nano-SIM Slot, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงเสียงตัวหลัก

 

ที่ด้านหลังของตัวเครื่องมาพร้อมกับบอดี้กระจกแบบ AG Glass ที่สามารถลดแสงที่ลอดผ่านกระจกจาก 8% เหลือเพียง 1% เท่านั้น เพื่อช่วยให้ผิวสัมผัสมีความด้านในระดับสูงสุด ในส่วนของสีสันได้รับการเคลือบผิวสัมผัส 6 ชั้น หรือที่ realme เรียกว่า Multiple Coating Technology ซึ่งกรรมวิธีเคลือบผิวของ realme X50 Pro 5G ได้รับการปรับแต่ง และพัฒนาโดยบริษัท SKC ในประเทศเกาหลีใต้ โดยใช้การเคลือบผิวสัมผัสด้วยฟิล์มทั้งหมด 6 ชั้น และใช้เวลาในการบ่มสีเป็นระยะเวลากว่า 21 วัน เพื่อให้สีสัน และผิวสัมผัสของตัวเครื่องมีความหรูหราพรีเมียมระดับไฮเอนด์


 

ในส่วนของสีสัน realme X50 Pro 5G เลือกใช้สีแบบ Low Saturation Colors หรือสีสันที่ไม่มีความฉูดฉาดมากนัก แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีให้เลือกทั้งหมด 2 เฉดสี ได้แก่ สีแดง Rust Red และสีเขียว Moss Green ซึ่งทั้งสองสีนี้ ได้รับแรงบันดาลในมาจากความลึกลับ และสสารต่างๆ ที่อยู่ในอวกาศ

 

ที่ด้านบนของตัวเครื่องเลือกใช้ชุดกล้องหลังจำนวน 4 ตัว แบ่งออกเป็น

  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์, รูรับแสงกว้าง f/2.5 และรองรับการซูมภาพได้ไกลสุดที่ 20 เท่า (Hybrid Zoom) 
  • กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพ Samsung GW1 ขนาด 1/1.72 นิ้ว, โครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์ และรูรับแสงกว้าง f/1.8
  • กล้อง Ultra Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์, รูรับแสงกว้าง f/2.3, องศาในการรับภาพกว้าง 119 องศา, รองรับการถ่ายภาพแบบ Macro และสามารถโฟกัสวัตถุได้ในระยะใกล้สุด 3 เซนติเมตร
  • กล้อง B&W Portrait Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้าง f/2.4

 

รอบๆ ตัวเครื่องของ realme X50 Pro 5G มีการติดตั้งเสารับสัญญาณเอาไว้แบบ 360 องศา ซึ่งจะช่วยให้รับสัญญาณได้ดีกว่าสมาร์ทโฟน 4G ถึง 200% โดยเสารับสัญญาณเหล่านี้มีหน้าที่ในการรับคลื่นเครือข่าย 5G, Wi-Fi 6 และการเชื่อมต่อแบบ Dual Wi-Fi ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อ Wi-Fi ในย่านความถี่ 2.4GHz และ 5GHz พร้อมกันเพื่อช่วยเพิ่มความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้มากขึ้นไปอีกระดับ

 

ภายในตัวเครื่อง realme X50 Pro 5G ให้แบตเตอรี่มาขนาดค่อนข้างใหญ่ที่ 4200mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 65W SuperDart Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% ในเวลาเพียง 35 นาที ซึ่งนอกจากจะชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็วแล้ว realme ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้วยการติดตั้งชิปตรวจสอบความปลอดภัยขณะชาร์จแบตเตอรี่แบบ 5 จุด (Five-core Chip) เพื่อควบคุมปริมาณกระแสไฟให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม รวมถึงอแดปเตอร์จ่ายไฟแบบ GaN (GaN Nitride) ที่สูญเสียกำลังในการจ่ายไฟน้อยกว่า ช่วยให้การชาร์จแบตเตอรี่มีความเสถียร และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น


นอกจากนี้ ยังมีระบบระบายความร้อนแบบ Five-Dimensional Vapor Cooling System ซึ่งประกอบไปด้วย แผ่นแกรไฟต์ด้านบนสุด 3 ชั้น, แผ่น Vapor Chamber, แผ่นทองแดง, Thermal Silica และแกรไฟต์ด้านล่างสุดอีก 3 ชั้น ซึ่งส่วนประกอบทั้งหมดเหล่านี้จะทำงานร่วมกันเพื่อช่วยถ่ายเทความร้อนออกจากตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็ว

 

เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบใช้งานในเบื้องต้น

realme X50 Pro 5G มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ถูกครอบทับด้วย realme UI เวอร์ชัน 1.0 ซึ่งมาพร้อมกับลูกเล่นอย่างหลากหลาย

 

ในส่วนของประสิทธิภาพการทำงาน มาพร้อมกับชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865 Octa-Core Processor ประกบคู่กับหน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5 ขนาด 12GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 3.0 + เทคโนโลยี Turbo Write ที่ช่วยทำให้เขียนไฟล์ได้เร็วขึ้น และยังมีเทคโนโลยี HPB (Host Performance Booster) สำหรับช่วยรีดความเร็วในการอ่านไฟล์ที่เร็วขึ้นไปอีกขั้น

 

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานโดยรวมด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu พบว่า realme X50 Pro 5G สามารถทำคะแนนได้ทั้งหมด 585,841 คะแนน

 

เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของการอ่านเขียนข้อมูลของหน่วยความจำภายใน (ROM) ด้วยแอปพลิเคชัน Androbench พบว่า ทำความเร็วในส่วนของ Sequential Read ได้ทั้งหมด 1724.58 MB/s และทำความเร็วในส่วนของ Sequential Write ได้ทั้งหมด 746.22 MB/s

 

สำหรับ realme X50 Pro 5G มีกำหนดการเปิดตัวในประเทศไทยวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นี้ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งต้องมาติดตามกันว่าทาง realme ประเทศไทยจะเปิดราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่เท่าไหร่ และจะมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจบ้างครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 27/6/2563