รวมสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ล่าสุด ที่เปิดตัวในประเทศไทยช่วงเดือน ก.ย. พร้อมรุ่นที่เตรียมเข้าไทยในเร็วๆ นี้ มีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้าง มาดูกัน
หลังจากที่ทางทีมงาน Thaimobilecenter ได้รวบรวมสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ ทั้งที่เปิดตัวไปในเดือนกันยายน และรุ่นที่เตรียมเปิดตัวในตุลาคมนี้ให้ได้ชมกันไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดก็ถึงคิวของสมาร์ทโฟนระดับกลางราคาหลักพัน ไปจนถึงถึงหมื่นนิดๆ รุ่นใหม่ป้ายแดง ที่เปิดตัวในประเทศไทยตลอดเดือนกันยายนที่ผ่านมา รวมถึงรุ่นที่เตรียมจะเข้ามาทำตลาดในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะมีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้าง ไปชมพร้อมกันได้เลยค่ะ
Samsung Galaxy A50s / A30s / A20s / A10s

เริ่มกันที่สมาร์ทโฟนรุ่นอัปเกรดจากค่าย Samsung ในซีรีส์ Galaxy A ที่มาพร้อมกันถึง 4 รุ่น นำโดย Samsung Galaxy A50s และ A30s ที่มากับการดีไซน์ฝาหลังเงางาม พร้อมลวดลายสวยสะดุดตาแบบ Holographic พร้อมการไล่เฉดสีรุ้งเมื่อแสงตกกระทบ ส่วน Galaxy A20s ก็ปรับมาใช้ดีไซน์เงางาม และอัปเกรดมาใช้กล้องหลัง 3 ตัง (Triple Camera) เหมือนกับ A30s ทางด้านน้องเล็กสุดอย่าง Galaxy A10s ได้อัปเกรดมาใช้งานกล้องคู่ (Dual Camera) พร้อมตัวเครื่องเงางามคล้ายกระจก โดยแต่ละรุ่นมีดีไซน์, สเปก และราคาดังนี้
Samsung Galaxy A50s ราคา 10,990 บาท

- ตัวเครื่องมีขนาด 158.5x74.7x7.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 169 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Infinity-U Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Exynos 9610 แบ่งออกเป็น Quad-Core ที่มีความเร็ว 2.3GHz และ Quad-Core ที่มีความเร็ว 1.7GHz
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสง F/2.0
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุด 123 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล โดยมี F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย One UI
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (On-Screen Fingerprint)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby
- รองรับบริการ Samsung Pay
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- มีตัวเลือก 3 สี ได้แก่ Prism Crush Black, Prism Crush White และ Prism Crush Green
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy A50s
Samsung Galaxy A30s ราคา 7,990 บาท

- ตัวเครื่องมีขนาด 158.5x74.7x7.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 166 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Infinity-V Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (720x1560 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Exynos 7904 แบ่งออกเป็น Dual-Core ที่มีความเร็ว 1.8GHz และ Hexa-Core ที่มีความเร็ว 1.6GHz
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 25 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสง F/1.7
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุด 123 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล โดยมี F/2.0 และรองรับฟังก์ชัน Selfie Focus
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย One UI
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (On-Screen Fingerprint)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby
- รองรับบริการ Samsung Pay
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- มีตัวเลือก 3 สี ได้แก่ Prism Crush Black, Prism Crush White และ Prism Crush Green
Samsung Galaxy A20s ราคา 6,490 บาท

- ตัวเครื่องมีขนาด 163.3x77.5x8.0 มิลลิเมตร
- หน้าจอแสดงผล TFT Infinity-V Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (720x1560 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 450
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสง F/1.8
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุด 120 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมี F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย One UI
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ microUSB
- มีตัวเลือก 3 สี ได้แก่ Black, Red และ Green
Samsung Galaxy A10s ราคา 4,490 บาท

- ตัวเครื่องมีขนาด 156.9x75.8x7.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 168 กรัม
- หน้าจอแสดงผล TFT Infinity-V Display ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (720x1520 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio P22
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 2GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.8 + F/2.4
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมี F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย One UI
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ microUSB
- มีตัวเลือก 3 สี ได้แก่ Black, Red และ Green
รีวิว (Review) Samsung Galaxy A10s
Samsung Galaxy M30s ราคา 6,990 บาท

Samsung Galaxy M30s สมาร์ทโฟนรุ่นอัปเกรดจากตระกูล Galaxy M Series ที่เปิดตัวในอินเดียไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ชูโรงที่แบตเตอรี่ไซส์ใหญ่ 6000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging และมีกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ดีไซน์ใหม่ กับความคมชัด 48 ล้านพิกเซล ที่มีเลนส์มุมกว้าง Ultra-Wide และใช้หน้าจอ Super AMOLED บนดีไซน์ไร้ขอบแบบ Infinity-U Display พร้อมตัวเครื่องไล่เฉดสี รวมถึงรันด้วยชิปเซ็ตรุ่นล่าสุดอย่าง Exynos 9611 ที่ผลิตบนเทคโนโลยีระดับ 10nm ซึ่งได้ผ่านการรับรองจากทาง กสทช. แล้ว จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะวางขายในบ้านเราในเร็วๆ นี้ โดยมีคุณสมบัติตัวเครื่องดังนี้
- ตัวเครื่องมีความหนา 8.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 188 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Infinity-U Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) โดยมีสัดส่วนหน้าจอ 91%
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Exynos 9611 ที่มีความเร็ว 2.3 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 MP3
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล (F/2.0)
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างพิเศษ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F/2.2) เก็บภาพมุมกว้าง 88 องศา และมุมกว้างสุดแบบ Ultra-Wide ที่ 123 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth Camera ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (F/2.2)
โดยรองรับโหมดถ่ายภาพกลางคืน (Night), ฟังก์ชัน Live Focus, ฟังก์ชัน Scene Optimizer ในการตรวจจับซีนต่างๆ เพื่อปรับให้สวยงามแบบอัตโนมัติ จากทั้งหมด 20 หมวดหมู่, รองรับการถ่ายวิดีโอคมชัดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD พร้อมโหมดกันสั่นแบบ Super Steady และ Super Slow-motion ที่ 240fps
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (F/2.0) พร้อมไฟแฟลชแบบ In-Display Flash และฟังก์ชัน Selfie Focus
- แบตเตอรี่ความจุ 6000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย One UI
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Opal Black, Sapphire Blue และ Pearl White
- รุ่น 4GB+64GB ราคา 13,999 รูปี หรือประมาณ 6,000 บาท
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 16,999 รูปี หรือประมาณ 7,300 บาท
*หมายเหตุ : วางจำหน่ายผ่านทางเว็บไซต์ Lazada
HUAWEI nova 5T ราคา 10,990 บาท

HUAWEI nova 5T สมาร์ทโฟนรุ่นต่อยอดจาก nova Series ที่มากับสเปกระดับเรือธง ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Kirin 980 ที่มีหน่วยประมวลผลแยกแบบ Dual-NPU (Dual Neural Network Processing Unit) สำหรับช่วยประมวลผลการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะ จับคู่การทำงานกับ RAM ขนาด 8GB พร้อมรองรับเทคโนโลยีเอาใจเกมเมอร์อย่าง GPU Turbo 3.0 เวอร์ชันใหม่ และมีกล้อง AI 5 ตัว แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักที่ด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) และกล้องหน้า AI Selfie Super Star ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล โดยมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 154.25x73.97x7.87 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 174 กรัม
- หน้าจอแสดงผล TFT LCD (IPS) Punch-Hole Display ขนาด 6.26 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Kirin 980
- เทคโนโลยี GPU Turbo 3.0
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX586 (F/1.8) พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Light Fusion
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างพิเศษ Super Wide Angle ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (F/2.2) เก็บภาพกว้างสุด 117 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4)
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ Marco ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4) ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
โดยรองรับฟังก์ชัน Master AI สำหรับตรวจจับวัตถุ และสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านหน้าผู้ถ่าย เพื่อตั้งค่าการถ่ายภาพให้เหมาะสมแบบอัตโนมัติ จากกว่า 1,500 ซีน, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Night ที่มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ AIS (AI Image Stabilization) และการถ่ายวิดีโอหน้าชัดหลังเบลอด้วยฟังก์ชัน AI Portrait Color ได้อย่าง real-time
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า AI ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty, AI HDR+ และ AI Scene Recognition สำหรับตรวจจับซีนเพื่อปรับให้สวยงามแบบอัตโนมัติ
- แบตเตอรี่ความจุ 3750 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 22.5W Huawei SuperCharge (สามารถชาร์จถึงระดับ 50% ในเวลา 30 นาที)
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint Sensor)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ HUAWEI nova 5T
OPPO Reno2 Series
OPPO Reno2 Series เปิดตัวในประเทศอินเดีย และประเทศจีนไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กับ 3 รุ่นต่อยอดอย่าง OPPO Reno2, Reno2 Z และ Reno2 F ที่ชูโรงด้วยกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) บนการดีไซน์จอไร้ขอบ ไร้รอยบาก และไร้ติ่ง และตัวเครื่องกระจกไล่เฉดสีสุดพรีเมียม
สำหรับ OPPO Reno2 Series เปิดตัวในประเทศไทยทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ OPPO Reno2 และ Reno2 F ภายใต้สโลแกน กล้อง 4 ตัว ชัดทุกระยะ สวยทุกมุมมอง โดยมีรายละเอียดสเปกดังนี้
OPPO Reno2 ราคา 17,990 บาท

- ตัวเครื่องมีขนาด 160x74.3x9.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 189 กรัม ครอบทับฝาหลังด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- หน้าจอแสดงผล AMOLED Panoramic Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 401 ppi) ครอบทับด้วยกระจกขอบนูน 2.5D Corning Gorilla Glass 6
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm SM7150 Snapdragon 730G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 618
- เทคโนโลยี Hyper Boost 2.0
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลัก Ultra-Clear Camera ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 ขนาด 1/2.0 นิ้ว มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.7 รองรับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS
- กล้องตัวที่สองเลนส์ Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/3.2 นิ้ว เก็บภาพกว้างสุด 116 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/.4 นิ้ว มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/5 นิ้ว พิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน รองรับ All-new O6 Portrait Mode
รองรับการซูมภาพแบบ 5x Hybrid Zoom และ 20x Digital Zoom ทางยาวโฟกัส 16 - 83 มิลลิเมตร, การถ่ายภาพกลางคืน Ultra Dark Mode พร้อม AI ลดการเกิด Noise บนภาพ, Portrait 2.0, HDR Portrait พร้อมกับ AI Beauty เวอร์ชันใหม่, บันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD, ฟังก์ชัน Ultra Steady Video ที่ช่วยลดการสั่นของภาพขณะบันทึกวิดีโอ จากเทคโนโลยี OIS+EIS สูงสุดที่ 60fp และฟีเจอร์ Audio Zoom กับความสามารถในการบันทึกเสียงขณะซูมภาพได้ พร้อมตัดเสียงรบกวนภายนอก
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสง F/2.0 รองรับ AI Beauty, HDR และ Portrait ซึ่งถือเป็นสมาร์ทโฟนกล้องหน้า Pop-Up รุ่นแรกของโลกที่รองรับฟังก์ชันถ่ายวิดีโอหน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh Effect Video)
- แบตเตอรี่ความจุ 4035 mAh พร้อมเทคโนโลยี VOOC Flash Charge 3.0 (สามารถชาร์จถึงระดับ 51% ในเวลา 30 นาที)
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.1 เวอร์ชันล่าสุด
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Hidden Fingerprint Unlock 3.0)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- ระบบเสียง Dolby Atmos
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE บนเทคโนโลยี Full Netcom
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- มีตัวเลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ Luminous Black และ Sunset Pink
OPPO Reno2 F ราคา 11,990 บาท

- ตัวเครื่องมีขนาด 161.8x75.8x8.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 195 กรัม ครอบทับฝาหลังด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- หน้าจอแสดงผล AMOLED Panoramic Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 394 ppi) ครอบทับด้วยกระจกขอบนูน 2.5D Corning Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek (MT6771V) Helio P70
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 MP3
- เทคโนโลยี Hyper Boost 2.0
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB รองรับ microSD สูงสุดที่ 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลัก Ultra-Clear Camera ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ขนาด 1/2.25 นิ้ว มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.79
- กล้องตัวที่สองเลนส์ Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพกว้างสุด 119 องศา มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รองรับ All-new O6 Portrait Mode
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รองรับ All-new O7 Portrait Mode
รองรับการถ่ายภาพกลางคืน Ultra Night Mode 2.0, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ Portrait 2.0, HDR Portrait พร้อมกับ AI Beauty เวอร์ชันใหม่, บันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p, ถ่ายวิดีโอมุมกว้าง Ultra Wide Angle และฟังก์ชันตัดต่อวิดีโอ Smart Video Editor SOLOOP
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสง F/2.0 รองรับ AI Beauty, HDR และ Portrait
- แบตเตอรี่ความจุ 4035 mAh พร้อมเทคโนโลยี VOOC Flash Charge 3.0 (สามารถชาร์จถึงระดับ 51% ในเวลา 30 นาที)
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.1 เวอร์ชันล่าสุด
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Hidden Fingerprint Unlock 3.0)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- ระบบเสียง Dolby Atmos
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE บนเทคโนโลยี Full Netcom
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac Bluetooth 4.2
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- มีตัวเลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ Lake Green และ Sky White
OPPO A9 2020 ราคา 8,990 บาท

OPPO A9 2020 ชูโรงที่กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล พร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่สามารถแปลงร่างเป็น Power Bank ให้กับเครื่องอื่นได้ บนดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ New Waterdrop Screen พร้อมตัวเครื่องเงางามที่มีเทคโนโลยีการไล่เฉดสีแบบ 3D Gradient ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด163.6x75.6x9.1 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 195 กรัม
- หน้าจอแสดงผล New Waterdrop Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล) พร้อมฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ช่วยให้มองเห็นหน้าจอแสดงผลขณะใช้งานกลางแจ้งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และ Blue Shield หรือโหมดถนอมสายตาสำหรับช่วยตัดแสงสีฟ้า
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 665
- เทคโนโลยี Game Boost 2.0
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล (f/1.8)
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f/2.25) เก็บภาพมุมกว้างสุด 119 องศา
- กล้องตัวที่สาม Portrait Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (f/2.4)
- กล้องตัวที่สี่ Mono Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (f/2.4)
โดยรองรับโหมดถ่ายภาพกลางคืนแบบ Ultra Night Mode 2.0, Portrait และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD รวมถึงระบบป้องกันภาพสั่นไหวบแบบ EIS สำหรับการถ่ายวิดีโอ
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (f/2.0) พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับฟังก์ชัน Reverse Charging สำหรับเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็น Power Bank เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ผ่านสาย OTG
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.0.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Facial Unlock)
- ระบบเสียง Dolby Atmos
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ OPPO A9 2020
รีวิว (Review) OPPO A9 2020
OPPO A5 2020 ราคา 4,999 บาท

OPPO A5 2020 รุ่นน้องกับกล้องตัวหลักทั้งหมด 4 ตัว (AI Quad Camera) พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000 mAh ที่สามารถแปลงเป็น Power Bank ชาร์จให้เครื่องอื่นได้ผ่านสาย OTG โดยมีการดีไซน์หน้าจอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ New Waterdrop ที่รองรับฟังก์ชัน Sunlight Screen ที่ช่วยให้หน้าจอแสดงผลในที่กลางแจ้งได้ดียิ่งขึ้น และตัวเครื่องไล่เฉดแบบ 3D Gradient รวมถึงมีลำโพงคู่แบบ Stereo พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด163.6x75.6x9.1 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 195 กรัม
- หน้าจอแสดงผล New Waterdrop Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล : สัดส่วนการแสดงผล 89%) พร้อมฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ช่วยให้มองเห็นหน้าจอแสดงผลขณะใช้งานกลางแจ้งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และ Blue Shield หรือโหมดถนอมสายตาสำหรับช่วยตัดแสงสีฟ้า
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 665
- เทคโนโลยี Game Boost 2.0
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 3GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (f/1.8)
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f/2.25) เก็บภาพมุมกว้างสุด 119 องศา
- กล้องตัวที่สาม Portrait Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (f/2.4)
- กล้องตัวที่สี่ Mono Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (f/2.4)
โดยรองรับโหมดถ่ายภาพกลางคืนแบบ Ultra Night Mode 2.0, Portrait และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD รวมถึงระบบป้องกันภาพสั่นไหวบแบบ EIS สำหรับการถ่ายวิดีโอ
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f/2.0) พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับฟังก์ชัน Reverse Charging สำหรับเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็น Power Bank เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ผ่านสาย OTG
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.0.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Facial Unlock)
- ระบบเสียง Dolby Atmos
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ OPPO A5 2020
รีวิว (Review) OPPO A5 2020
OPPO K5 ราคาเริ่มต้นประมาณ 8,100 บาท

- ตัวเครื่องมีขนาด 158.7x75.16x8.55 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 182 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLED Waterdrop Screen ขนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 402 ppi : สัดส่วนการแสดงผลของหน้าจออยู่ที่ 91.9%) ครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 730G
- เทคโนโลยี Hyper Boost 2.0
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 618
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 6GB / 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 128GB / 256GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลัก Ultra-Clear ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung GW1 ขนาด 1/1.7 นิ้ว มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.8 เทคโนโลยี 4-in-1 Pixel
- กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพกว้างสุด 119 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า AI ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0 รองรับเทคโนโลยี AI Beauty และ AI Portrait
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 4.0 ชาร์จแบตเตอรี่ระดับ 0 - 67% ภายในเวลา 30 นาที และชาร์จเต็ม 100% ในเวลา 73 นาที
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย ColorOS 6.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Hidden Fingerprint Unlock 3.0)
- ระบบสแกนใบหน้า (AI Facial Unlock)
- ระบบเสียง Dolby Atmos
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- ฟังก์ชัน Dual Wi-Fi สำหรับเชื่อมต่อ Wi-Fi พร้อมกัน 2 คลื่นความถี่ (2.4GHz + 5GHz)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 1,899 หยวน หรือประมาณ 8,100 บาท
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 2,099 หยวน หรือประมาณ 9,000 บาท
- รุ่น 8GB+256GB ราคา 2,499 หยวน หรือประมาณ 10,700 บาท
realme XT ราคา 10,999 บาท

realme XT สมาร์ทโฟนกล้อง 4 ตัว (AI Quad Camera) ความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซลเป็นรุ่นแรกในตลาดอินเดีย พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพรุ่นท็อปอย่าง Samsung GW1 ที่รองรับเทคโนโลยี Super-PD Auto Focus ประกอบไปด้วยเลนส์ Ultra-Wide, Portrait และ Macro บนดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Dewdrop Display เทคโนโลยี Super AMOLED ที่รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint) เวอร์ชันใหม่ สำหรับฝาหลังครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 3D Glass พร้อมเทคโนโลยีการไล่เฉดสีแบบ Hyperbola Design ที่สวยพรีเมียมมากขึ้น โดยรับด้วยชิปเซ็ต Snaspragon 712 AIE พร้อมเทคโนโลยี Hyper Boost 2.0 และระบบชาร์จเร็วแบบ VOOC Flash Charge 3.0 (5V/4A) โดยมีคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 158.7x75.2x8.6 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 183 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Dewdrop Full Screen ขนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 402 ppi : สัดส่วนการแสดงผลของหน้าจออยู่ที่ 91.9%) ครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 712 AIE
- ระบบระบายความร้อน (Cooling System) สามารถลดอุณหภูมิตัวเครื่องได้ประมาณ 14%
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 616
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 128 พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung GW1 ขนาด 1/1.72 นิ้ว ที่มีขนาดรูรับแสง F/1.8 พิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน พร้อมเทคโนโลยี Super-PD Auto Focus
- กล้องตัวที่สอง Ultra-Wide Lens ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.25 พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน เก็บภาพมุมกว้างสุด 119 องศา
- กล้องตัวที่สาม Portrait Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/5 นิ้ว มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 พิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน
- กล้องตัวที่สี่ Macro Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/5 นิ้ว มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 พิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
โดยรองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟีเจอร์ Chrome Boost, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Nightscape, โหมดผิวสวย AI Beauty และฟังกัน AI Scene Recognition
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า AI ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX471 โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0 พิกเซลขนาด 2 ไมครอน รองรับเทคโนโลยี AI Beauty
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 ชาร์จแบตเตอรี่ระดับ 0 - 100% ภายในเวลา 80 นาที
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย ColorOS 6.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)
- ระบบสแกนใบหน้า (AI Facial Unlock)
- ระบบเสียง Dolby Atmos
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
relame 5 Pro ราคาเริ่มต้น 7,999 บาท

realme 5 Pro มากับการดีไซน์ระดับพรีเมียมกว่าเดิมด้วยหน้าจอไร้ขอบทรงหยดน้ำ พร้อมฝาหลังเงางาม ที่มีลวดลายคริสตัล (Crystal Design) และการไล่เฉดสีแบบ Holographic Color Effect โฉมใหม่หมดจด รวมถึงจุดขายสำคัญอย่างกล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX586 พร้อมรันด้วยชิป Snapdragon 712 AIE และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 157x74.2x8.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 184 กรัม
- หน้าจอแสดงผล LCD Dewdrop Full Screen ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 409 ppi : สัดส่วนการแสดงผลของหน้าจออยู่ที่ 90.6%) ครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D Gorilla Glass 3+
- ชิปเซ็ตประมวล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 712 AIE
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 616
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB / 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด128 พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 ที่มีขนาดรูรับแสง F/1.79
- กล้องตัวที่สอง Ultra-Wide Lens ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.25 เก็บภาพมุมกว้างสุด 119 องศา
- กล้องตัวที่สาม Portrait Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- กล้องตัวที่สี่ Macro Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
โดยรองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟีเจอร์ Chrome Boost, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Nightscape, โหมดผิวสวย AI Beauty และฟังกัน AI Scene Recognition
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า AI ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX471 โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0 รองรับเทคโนโลยี AI Beauty
- แบตเตอรี่ความจุ 4035 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย ColorOS 6.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (AI Facial Unlock)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- มีตัวเลือก 2 สี ได้แก่ Sparking Blue และ Crystal Green
- รุ่น 4GB+128GB ราคา 7,999 บาท
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 8,999 บาท
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ realme 5 Pro 4GB+128GB
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ realme 5 Pro 8GB+128GB
รีวิว (Review) realme 5 Pro
relame 5 ราคาเริ่มต้น 4,599 บาท

relame 5 สมาร์ทโฟนรุ่นน้องกล้อง 4 ตัว (Quad Camera) คมชัด 12 ล้านพิกเซล พร้อมชิป Snapdragon 665 และมีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh บนการดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำ พร้อมฝาหลังเงางาม ที่มีลวดลายคริสตัล (Crystal Design) และการไล่เฉดสีแบบ Holographic Color Effect ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 164.4x75.6x9.3 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 198 กรัม
- หน้าจอแสดงผล LCD Mini-Drop Full Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ HD+ (720x1520 พิกเซล : 269 ppi : สัดส่วนการแสดงผลของหน้าจออยู่ที่ 89%) ครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D Gorilla Glass 3+
- ชิปเซ็ตประมวล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 665
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3GB / 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB / 128 พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสง F/1.8
- กล้องตัวที่สอง Ultra-Wide Lens ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูนับแสงที่ F/2.25 เก็บภาพมุมกว้างสูงสุด 119 องศา
- กล้องตัวที่สาม Portrait Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- กล้องตัวที่สี่ Macro Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
โดยรองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟีเจอร์ Chrome Boost, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Nightscape, โหมดผิวสวย AI Beauty และฟังกัน AI Scene Recognition
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0 รองรับเทคโนโลยี AI Beauty
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับระบบการชาร์จแบบ 5V/2A
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย ColorOS 6.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (AI Facial Unlock)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ microUSB
- มีตัวเลือก 2 สี ได้แก่ Crystal Blue และ Crystal Purple
- รุ่น 3GB+64GB ราคา4,599 บาท
- รุ่น 4GB+128GB ราคา 5,999 บาท
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ realme 5 3GB+64GB
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ realme 5 4GB+128GB
รีวิว (Review) realme 5
Vivo V17 Pro ราคา 12,999 บาท

Vivo V17 Pro ชูจุดเด่นที่กล้องถายภาพ AI ทั้งหมด 6 ตัวในเครื่องเดียว แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักที่ด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) คมชัด 48 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องหน้าเลื่อนได้อัตโมัติแบบ Pop-Up อีก 2 ตัว (Dual Camera) บนตัวเครื่องที่ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้ง Gorilla Glass 6 ที่สวยพรีเมียมกว่าเดิม โดยมีคุณสมบัติตัวเครื่องดังต่อไปนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 159x74.7x9.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 201.8 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED (E3 OLED) Ultra FullView Display ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล) ในอัตราส่วน 20:9 (คิดเป็นพื้นที่การแสดงผลทั้งหมด 91.65%)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 675 AIE ที่มีความเร็ว 2.0 GHz
- เทคโนโลยี Multi-Turbo
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 612
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX582 มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.8
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2 เก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 120 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.5
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4
โดยรองรับการซูมแบบ 2x Optical Zoom และ 10x Digital Zoom, โหมดถ่ายภาพกลางคืน AI Super Night Mode, โหมดถ่ายภาพมุมกว้าง AI Super Wide Angle Camera, ถ่ายภาพแบบ Super Macro ระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ Portrait, ฟังก์ชัน AI Scene Recognition, AR Sticker และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า Pop-Up แบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 32 + 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.0 + F/2.2 รองรับโหมด Super Night Selfie, Super Wide-Angle Selfie, ฟังก์ชัน Pose Master ช่วยแนะนำท่าโพส กับมุมถ่ายภาพให้ออกมาดูดี และโหมดหน้าชัดหลังเบลอ
- แบตเตอรี่ความจุ 4100 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 18W Dual-Engine Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9.1 เวอร์ชันล่าสุด
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz/5GHz และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Vivo V17 Pro
รีวิว (Review) Vivo V17 Pro
Xiaomi Mi 9 Lite ราคา 7,999 บาท

Xiaomi Mi 9 Lite ชูโรงที่กล้องหน้าคมชัด 32 ล้านพิกเซล ในดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำ AMOLED จากทาง Samsung พร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้บนจอในเวอร์ชันที่ 7 ใหม่ล่าสุด (7th Gen On-Screen Fingerprint) ส่วนด้านหลังครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 3D Full Curved Glass Body ที่มีลวดลายเมื่อตกกระทบกับแสงในมุมต่างๆ และมีกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว (Triple Camera) กับความคมชัด 48 ล้านพิกเซล โดยมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 156.8x74.5x8.67 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 179 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Samsung AMOLED Display ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 403 ppi) ในอัตราส่วน 19.5:9 ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 พร้อมฟังก์ชันตัดแสงสีฟ้าจาก VDE Certification ของประเทศเยอรมนี
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 710 ที่มีความเร็ว 2.2 GHz
- เทคโนโลยี MI Turbo และ Game Turbo 2.0
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 616
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB / 128GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลัก Ultra HD ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์จาก Sony โดยมีขนาดรูรับแสง F/1.79
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สามารภเก็บภาพมุมกว้างสุด 120 องศา โดยมีขนาดรูรับแสง F/2.2
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง F/2.4
รองรับโหมดการถ่ายภาพมุมกว้าง, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Night, Portrait พร้อม Studio Light Effect, AI Beauty ทั้งการปรับผิวเนียน และปรับโครงสร้างของร่างกาย รวมถึง AI Scene Recognition กว่า 30 ประเภท นอกจากนี้ยังรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD 30fps พร้อมฟีเจอร์ Slow Motion ที่ระดับ 960fps (HD 720p)
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า Ultra HD ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Pixel โดยมีพิกเซลขนาด 1.6 ไมครอน ขนาดรูรับแสงที่ F/2.0 รองรับโหมดหน้าชัดหลังเบลอ AI Portrait พร้อม Studio Light Effect, 3D Beauty,HDR, AI Scene Recognition และฟังก์ชัน Mimoji
- แบตเตอรี่ความจุ 4030 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Quick Charge 4.0
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย MIUI 10
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (7th Gen On-Screen Fingerprint)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับการใช้งานเครือข่าย 4G LTE บนเทคโนโลยี Full Netcom 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 6GB+64GB ราคา 7,999 บาท
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 8,999 บาท
Redmi Note 8 Series

Redmi Note 8 Series เปิดตัวมาพร้อมกัน 2 รุ่น ได้แก่ Redmi Note 8 และ Redmi Note 8 Pro ที่มีจุดเด่นเป็นกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) โดยรุ่น Note 8 Pro มีกล้องตัวหลักคมชัดสูงกว่าที่ 64 ล้านพิกเซล ส่วน Note 8 มีกล้องตัวหลักคมชัดที่ 48 ล้านพิกเซล บนการดีไซน์ตัวเครื่องเงางามไล่เฉดสีระดับพรีเมียม และมีหน้าจอไร้ขอบทรงหยดน้ำ ซึ่งทั้งสองรุ่นจะมีดีไซน์ด้านหลังตัวเครื่องต่างกัน และสามารถแยกได้อย่างง่าย
Redmi Note 8 ราคาเริ่ม 4,999 บาท

- หน้าจอแสดงผล LCD Waterdrop Display ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) สัดส่วนการแสดงผลที่ 90%
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Smapdragon 665
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 616
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3GB / 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB / 64GB / 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GM2
- กล้องตัวที่สองเลนส์ Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 18W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย MIUI 10
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- เซ็นเซอร์ IR Blaster
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 3GB+32GB ราคา 4,999 บาท เปิดให้สั่งจองล่วงหน้า (Pre-Order) ราคาพิเศษ 4,499 บาท วันที่ 10 - 15 ตุลาคม 2562 ผ่านทางร้าน Mi Store และช่องทางออนไลน์ที่ JD.com, Lazada และ Shopee
- รุ่น 4GB+64GB ราคา 5,999 บาท เริ่มวางจำหน่ายวันที่ 10 ตุลาคม 2562 (ราคาพิเศษเริ่ม 2,299 บาท เมื่อสั่งซื้อผ่านทาง AIS พร้อมสมัครใช้งานแพ็กเกจตามเงื่อนไขที่กำหนด)
- รุ่น 4GB+128GB ราคา 6,999 บาท เริ่มวางจำหน่ายวันที่ 10 ตุลาคม 2562
Redmi Note 8 Pro ราคาเริ่ม 7,999 บาท

- หน้าจอแสดงผล LCD Waterdrop Display ขนาด 6.53 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) สัดส่วนการแสดงผลที่ 91.4%
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio G90T
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali G76
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB / 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB / 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GW1
- กล้องตัวที่สองเลนส์ Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 18W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย MIUI 10
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- เซ็นเซอร์ IR Blaster
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 6GB+64GB ราคา 7,999 บาท
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 8,999 บาท (ราคาพิเศษเริ่ม 4,699 บาท เมื่อสั่งซื้อผ่านทาง AIS พร้อมสมัครใช้งานแพ็กเกจตามเงื่อนไขที่กำหนด)
Motorola One Action ราคา 6,990 บาท

Motorola One Action มาในดีไซน์จอไร้รอยบากพร้อมการเจาะรูกล้องหน้าแบบ CinemaVision ที่มีอัตราส่วนการแสดงผล 21:9 และชูโรงที่กล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ในชื่อ Action Camera ที่มีความสามารถในการถ่ายวิดีโอแนวนอน ด้วยการถือเครื่องในเแนวตั้ง พร้อมกับมุมกว้างถึง 117 องศา บนตัวเครื่องเงางามที่มีคุณสมบัติการป้องกันน้ำมาตรฐาน IPX2 และมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android One ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 160.1x71.2x9.15 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 176 กรัม
- หน้าจอแสดงผล LTPS IPS CinemaVision Ultra-Wide ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2520 พิกเซล) ในอัตราส่วน 21:9
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Exynos S925 9609 ที่มีความเร็ว 2.2 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 MP3
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 512GB
- กล้องดิจิทัล Action Camera ที่ด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.8
- กล้องตัวที่สองเลนส์กว้าง Ultra-Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุด 118.8 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
โดยรองรับเทคโนโลยี Quad Pixel ช่วยสำหรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย และฟังก์ชัน FRAME 4X ในการถ่ายวิดีโอในมุมกว้าง แม้ถือสมาร์ทโฟนในแนวตั้ง
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล โดยมี F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 3500 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie (Android One)
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Rear Fingerprint)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
Motorola One Macro ราคาประมาณ 4,300 บาท

Motorola One Macro เปิดตัวมากับดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Max Vision ขนาด 6.2 นิ้ว พร้อมตัวเครื่องเงางาม ป้องกันน้ำมาตรฐาน IPX2 และมีกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ที่รองรับการถ่ายภาพระยะใกล้กว่าปกติได้สูงสุด 5 เท่า รวมถึงแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ซึ่งได้ผ่านการรับรองจากทาง กสทช. ไปเมื่อไม่นานมานี้ จึงยืนยันได้ว่าจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราอย่างแน่นอน โดยมีคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 157.6x75.41x8.99 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 186 กรัม
- หน้าจอแสดงผล LCD Max Vision Display ขนาด 6.2 นิ้ว ในอัตราส่วน 19:9 ความละเอียดระดับ HD+ (720x1520 พิกเซล : 270 ppi)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio P70 ที่มีความเร็ว 2.0 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 512GB
- กล้องดิจิทัลที่ด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.0 พร้อมรองรับ Laser Autofocus
- กล้องตัวที่สองเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2 พร้อมระบบ PDAF
รองรับการถ่ายภาพระยะใกล้กว่าปกติ 5 เท่า พร้อมฟีเจอร์ Portrait, รองรับการซูมสูงสุด 8x Digital Zoom และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ EIS สำหรับการบันทึกวิดีโอ
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2 พร้อม Screen Flash, ฟังก์ชัน Face Beauty และ Portrait Mode
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมระบบการชาร์จแบบ 10W rapid charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Rear Fingerprint)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นล่าสุดจากแบรนด์ชั้นนำในที่เพิ่งเปิดตัวกันไปแบบสดๆ ร้อนๆ จะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่นจากแต่ละแบรนด์มีฟีเจอร์เด่น และจุดขายที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นในด้านใดมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ขนาด และความละเอียดของหน้าจอ, ชิปเซ็ตประมวลผล, หน่วยความจำแรม, ความจุภายใน, เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพ, ความจุแบตเตอรี่ และเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ รวมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ซึ่งหากว่าได้ทำการทดลองใช้งานในเบื้องต้นแล้วเกิดความพึงพอใจ ทั้งในด้านการทำงาน, การดีไซน์ และราคา ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นควรค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ
วันที่ : 9/10/2562
