หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 27/7/2564

รวมมือถือ 5G พร้อม จอ AMOLED อัปเดต 2021 พร้อมขายแล้ววันนี้ มีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้าง มาดูกัน

 

เรียกได้ว่ามีการเปิดตัวมือถือ 5G รุ่นใหม่ในบ้านเราอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับท็อปไปจนถึงระดับกลางราคาประหยัด พร้อมกับฟีเจอร์ที่ครบครัน และการดีไซน์แบบพรีเมียม ซึ่งหนึ่งในฟีเจอร์ที่ผู้ใช้มักให้ความสนใจ ได้แก่ เทคโนโลยีหน้าจอแบบ Super AMOLED / AMOLED / OLED ที่ช่วยให้การแสดงผลคมชัด มีสีสันสดใส และใช้งานกลางแจ้งได้ดีกว่าเดิม

ในวันนี้ทางทีมงานจึงได้รวบรวมมือถือ 5G พร้อมหน้าจอแบบ Super AMOLED / AMOLED / OLED ในราคาไม่เกิน 15,000 บาท มาให้ได้ชมกัน โดยเป็นรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ววันนี้ ซึ่งจะมีรุ่นใดบ้างนั้น ไปชมกันเลยค่ะ

 

Samsung Galaxy A52 5G : 13,499 บาท

5G | Snapdragon 750G | 120Hz Super AMOLED 6.5" | Quad Cam 64MP + OIS | IP67

สเปก Samsung Galaxy A52 5G | รีวิว Samsung Galaxy A52 5G

สมาร์ทโฟน 5G รุ่นใหม่ล่าสุดของ Galaxy A Series ที่มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 750G จับคู่ RAM 8GB + ROM 128GB พร้อมหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ ที่มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 120Hz ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่นแบบ OIS ผสานกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล และมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 25W Super Fast Charging 

 

สรุปสเปกในเบื้องต้น

- ตัวเครื่องมีขนาด 159.9x75.1x8.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 189 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Infinity-O Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 407 ppi) อัตราส่วน 20:9 รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 120Hz 
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 750G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 619
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด  8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD สูงสุด 1TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวที่แรกเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4 ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
  • กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.2 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 123 องศา
  • กล้องตัวหลักเลนส์ Wide-Angle (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/1.8 รองรับ OIS (Optical Image Stabilization)
  • กล้องตัวที่สี่เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4 

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.2
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 25W Super Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย One UI 3.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
- คุณสมบัติป้องกันน้ำ-ฝุ่นมาตรฐาน IP67
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G NR / 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (2.4G+5GHz), Bluetooth 5.0 และ NFC
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 

 

vivo V21 5G : เริ่ม 12,999 บาท

5G | Dimensity 800U | กล้องหน้า 44MP + OIS รุ่นแรกของโลก | 90Hz E3 AMOLED

สเปก vivo V21 5G | รีวิว vivo V21 5G

มือถือ 5G ที่มาพร้อมชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 800U รองรับการใช้งานเครือข่าย 5G แบบ Dual-Mode (SA/NSA) และสแตนด์บายได้ทั้งสองซิมการ์ดแบบ 5G Dual SIM โดยทำงานร่วมกับ RAM 8GB + Extended RAM 3GB มีจุดเด่นที่น่าสนใจอย่างกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 44 ล้านพิกเซล รุ่นแรกของโลก ที่มีระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS  ที่รองรับโหมดเซลฟี่ในเวลากลางคืนอย่าง Super Nigth Selfie พร้อม Dual Selfie Spotlight ไฟ LED ขนาดเล็ก 2 ดวงที่ด้านข้างลำโพงหูฟังด้านบน บนการดีไซน์พรีเมียมด้วยจอไร้ขอบทรงหยดน้ำเทคโนโลยี E3 AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความคมชัดระดับ Full HD+ ที่รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0

 

สรุปสเปกในเบื้องต้น

- ตัวเครื่องมีขนาด 159.68×73.90×7.29 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 176 กรัม (Dusk Blue)
- ตัวเครื่องมีขนาด 159.68×73.90×7.39 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 177 กรัม (Sunset Dazzle, Arctic White))
- หน้าจอแสดงผล E3 AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 409 ppi) อัตราส่วน 20:9 รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 90Hz พร้อมรองรับการแสดงผลคอนเทนต์แบบ HDR10+
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Dimensity 800U 5G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G57 MC3
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB  พร้อมฟีเจอร์ Extended RAM ที่สามารถขยาย RAM เพิ่มได้อีก 3GB ด้วย Internal Storage (ROM)
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB / 256GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD 
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

  • กล้อง Main ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.79, เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/1.72 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS (4-Axis OIS) และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
  • กล้อง Multi-Function (Wide-Angle + Bokeh) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2, เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4.0 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, ทางยาวโฟกัส 16 มิลลิเมตร, มุมรับภาพ 120 องศา
  • กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสที่ 4 เซนติเมตร

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 44 ล้านพิกเซล รุ่นแรกของโลก ที่มีระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS พร้อมรูรับแสงขนาด f2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 33W Vivo FlashCharge 2.0
- ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G NR / 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (2.4G+5GHz) และ Bluetooth 5.1
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 12,999 บาท
- รุ่น 8GB+256GB ราคา 14,999 บาท

 

OPPO Reno6 Z 5G : 12,990 บาท

Dimensity 800U 5G | AMOLED 6.43" | Triple Camera 64MP | 4310 mAh + 30W

สเปก OPPO Reno6 Z 5G | รีวิว OPPO Reno6 Z 5G

มือถือ 5G รุ่นล่าสุดของตระกูล Reno Series มีจุดเด่นที่ฟีเจอร์การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอแบบ Bokeh Flare Portrait จากกล้องหลังทั้ง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องตัวหลัก 64MP + กล้อง Ultra-Wide Angle 8MP + กล้อง Macro 2MP พร้อมหน้าจอ Punch-Hole AMOLED Display ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+  ขับเคลื่อนการทำงานด้วยชิปเซ็ต Dimensity 800U รองรับเครือข่าย 5G จับคู่กับ RAM 8GB พร้อมเทคโนโลยี RAM Expansion ในการยืมพื้นที่หน่วยความจำภายในมาใช้งานได้สูงสุดที่ 5GB โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 4310 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W VOOC Flash Charge 4.0

 

สรุปสเปกในเบื้องต้น

- ตัวเครื่องขนาด 160x73.38 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 173 กรัม (สี Aurora มีความหนาตัวเครื่อง 7.97 มิลลิเมตร ส่วนสี Stellar Black มีความหนาตัวเครื่อง 7.92 มิลลิเมตร)
- หน้าจอแสดงผล Punch-Hole AMOLED Display ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 409 ppi) ในอัตราส่วนในการแสดงผลแบบ 20:9 โดยมีสัดส่วนจอแสดงผลกับตัวเครื่องที่ 90.8%
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Dimensity 800U ที่มีความเร็ว 2.4 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G57 MC3
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB พร้อมเทคโนโลยี RAM Expansion ที่ช่วยเพิ่มขนาดของแรมได้สูงสุด 5 GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ความจุ 128GB รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.7 และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
  • กล้อง Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 เก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 119 องศา และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
  • กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังบนจอ (In-Display Selfie) ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อม AI-enhanced Sensing สำหรับการใช้งานฟีเจอร์ Air Gestures
- แบตเตอรี่ความจุ 4310 mAh พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 30W VOOC Flash Charge 4.0 สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 0-100% ได้ภายในเวลา 56 นาที
- ระบบปฏิบัติการ Android 11 พร้อมครอบทับด้วย ColorOS 11.1
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint 3.0)
- รองรับการเชื่อมต่อ 5G NR, 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (Dual Band) และ Bluetooth 5.2
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple Slot
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 2.0)

*หมายเหตุ : สั่งจองล่วงหน้า (Pre-Order) ในวันที่ 22 - 29 กรกฎาคม 2564 พร้อมรับฟรี E-VIP Card รับประกันหน้าจอแตกนาน 1 ปี และ Bluetooth Speaker มูลค่ารวมกว่า 7,099 บาท ที่ร้าน OPPO Brand Shop และร้านตัวแทนจำหน่าย รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่ OPPO Official Store, Lazada, Shopee, Thisshop และ JD Central

 

OPPO Reno5 5G : 12,990 บาท

5G | Snapdragon 765 | 65W SuperVOOC | Quad Camera 64MP

สเปก OPPO Reno5 5G | รีวิว OPPO Reno5 Series

สมาร์ทโฟนรุ่นต่อยอดของทาง OPPO ที่ชูโรงด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อ 5G ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB พร้อมหน่วยความจำภายในความจุ 128GB และแบตเตอรี่ขนาด 4300mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC 2.0 โดยมีกล้องหน้าคมชัด 32 ล้านพิกเซล  ส่วนกล้องหลังมีทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล

 

สรุปสเปกในเบื้องต้น

- ตัวเครื่องมีขนาด 159.1x73.3x7.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 171 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLED Punch-Hole Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 410 ppi) ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีพื้นที่การแสดงผลคิดเป็น 91.7% และมีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 180Hz 
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 765G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 620
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตราน UFS 2.1 ขนาด 128GB 
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/1.7
  • กล้องตัวที่สองแบบ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.2
  • กล้องตัวที่สามแบบ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.4
  • กล้องตัวที่สี่แบบ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.4

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังบนหน้าจอ (In-Display Selfie) ความละเอียด 44 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.4 
- แบตเตอรี่ความจุ 4310 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC Flash Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS 11.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Hidden Fingerprint Unlock 3.0)
- ระบบสแกนใบหน้า (Facial Unlock)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (Dual Band) และ Bluetooth 5.1
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 

realme X7 Pro 5G : 14,590 บาท

5G | Dimensity 1000+ |  4500 mAh + 65W | Refresh Rate 120Hz 

สเปก realme X7 Pro 5G | รีวิว realme X7 Pro 5G

มาพร้อมชิปเซ็ตระดับท็อปอย่าง MediaTek Dimensity 1000+ ที่มีความแรงเทียบเท่า Snapdragon 865 รองรับ 5G แบบ Dual-Mode พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual 5G SIM) และมีหน้าจอ Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz รวมถึงกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ผสานกล้องหน้าฝังบนจอความละเอียด 32 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W DartCharge 

 

สรุปสเปกในเบื้องต้น

- ตัวเครื่องมีขนาด 160.8x75.2x8.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 184 กรัม
- หน้าจอแสดงผล 120Hz Super AMOLED Ultra Smooth Display ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 401 ppi) มีสัดส่วนจอแสดงผลกับตัวเครื่องที่ 91.6% พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz กับ Touch Sampling Rate ระดับ 240Hz, รองรับเทคโนโลยี OSIE Vision Effect และครอบทับด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Dimensity 1000+
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G77 MC9
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB 
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 128GB พร้อมทเคโนโลยี Turbo Write
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวที่หนึ่งความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX686 ขนาด 1/1.72 นิ้ว, รูรับแสงขนาด F/1.8, ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF, โครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
  • กล้อง Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด F/2.25, มุมรับภาพ 119 องศา และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
  • กล้อง Portrait B&W ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด F/2.4
  • กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด F/2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังบนจอแบบ In-Display Selfie ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.45 รองรับเทคโนโลยี AI Beauty, โหมด Portrait พร้อม Bokeh Effect, โหมด NightScape ถ่ายเซลฟี่เวลากลางคืน และระบบป้องกันการสั่นสำหรับถ่ายวิดีโอแบบ UIS Video Stabilization
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge (10V/6.5A) ที่สามารถชาร์จจากระดับ 0-100% ได้ในเวลา 35 นาที
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (In-Display Fingerprint) 
- ลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos + Hi-Res
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 

 

OnePlus Nord CE 5G : เริ่ม 12,990 บาท

Snapdragon 750G 5G | 90Hz Fluid AMOLED 6.43" | 4500 mAh + 30W

สเปก OnePlus Nord CE 5G | รีวิว OnePlus Nord CE 5G

มือถือ 5G ระดับกลาง Lite Flagship รุ่นใหม่ของทาง OnePlus ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 750G ร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 619 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการเล่นเกมที่ดีกว่าเดิม และรองรับเครือข่าย 5G อีกทั้งยังมีหน้าจอแบบ 90Hz Fluid AMOLED Punch-Hole Display ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ ที่มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hzรวมถึงแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T Plus เวอร์ชันอัปเกรด บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ส่วนที่ด้านหลังมีกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล 

 

สรุปสเปกในเบื้องต้น

- ตัวเครื่องมีขนาด 159.2x73.5x7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 170 กรัม
- หน้าจอแสดงผล 90Hz Fluid AMOLED Punch-Hole Display ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 408 ppi) ในอัตราส่วน 20:9 มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 90Hz และรองรับการแสดงผลคอนเทนต์แบบ HDR10+
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 750G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 619
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB / 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 128GB / 256GB (ไม่รองรับหน่วยความจำภายนอก)
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียดระดับ 64 ล้านพิกเซล พร้อมเม็ดพิกเซลขนาด 0.7 ไมครอน (64MP) หรือ 1.4 ไมครอน (4-in-1 Pixels 16MP), รูรับแสงขนาด f1.79, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.25 และมุมรับภาพ 119 องศา
กล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX471 มีรูรับแสงขนาด f2.4 และรองรับระบบกันสั่นแบบ EIS
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T Plus สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 0-70% ได้ในเวลา 30 นาที
- ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย OxygenOS 11
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)
- ระบบสแกนหน้า (Face Unlock)
- รองรับเครือข่าย 5G / 4G LTE 
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (Dual Band), Bluetooth 5.1 และ NFC
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 8GB+128GB : 12,990 บาท มีตัวเลือกสีฟ้า (Blue Void) และสีดำ (Charcoal)
- รุ่น 12GB+256GB : 15,990 บาท มีตัวเลือกเฉพาะสีดำ (Charcoal)

 

POCO F3 (6GB+128GB) : 9,999 บาท

Snapdragon 870 | 4520 mAh + 33W | Refresh Rate 120Hz

สเปก POCO F3

มือถือ 5G สเปกแรงที่มากับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 870 รุ่นใหม่ จับคู่กับ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 6GB/8GB + ROM มาตรฐาน UFS 3.1 ขนาด 128GB/256GB บนการดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ DotDisplay E4 AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว รองรับค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 360Hz และมีลำโพงคู่ระบบเสียง Dolby Atmos รวมถึงแบตเตอรี่ความจุ 4520 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ระดับ 0-100% ได้ในเวลา 52 นาที และมีกล้องหลัง 3 ตัว ได้แก่ กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Telephoto ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

 

สรุปสเปกในเบื้องต้น

- ตัวเครื่องมีขนาด 163.7x76.4x7.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 196 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล) รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz มาตรฐาน HDR10+ และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 870
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 650
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5 ขนาด 6GB / 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 3.1 ขนาด 128GB / 256GB 
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel ขนาด 1.6 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/1.79 
  • กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีณูรับแสงขนาด F/2.2
  • กล้อง Telemacro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.4 สามารถถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 3-7 เซนติเมตร

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังบนจอแบบ In-Display Camera ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.45
- แบตเตอรี่ความจุ 4520 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 33W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 12 
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint) 
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (Dual-Band), Bluetooth 5.1 และ NFC
- รองรับพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 9,999 บาท 
- รุ่น 8GB+256GB ราคา 11,999 บาท 

 

Sony Xpeira 10 III : 14,990 บาท

หน้าจอ HDR OLED 6" | IP65/68 | Snapdragon 690 5G

มือถือ 5G ระดับกลางรุ่นแรกของทาง Sony มีจุดเด่นที่การรองรับ 5G ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 690 5G จับคู่กับ RAM 6GB + ROM 128GB มีหน้าจอ HDR OLED ขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วน 21:9 คมชัดระดับ Full HD+ ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6 โดยตัวเครื่องมีคุณสมบัติป้องกันน้ำ-ฝุ่นมาตรฐาน IP65/68 และมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว รวมถึงกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลัก 12MP, กล้อง Ultra-Wide 8MP และกล้อง Telephoto 8MP ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8MP อีกทั้งยังรองรับระบบเสียง Hi-Res Audio, มีพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. และเซ็นเซอร์สแกนนิ้วที่ข้างเครื่อง ซึ่งทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 

 

สรุปสเปกในเบื้องต้น

- ตัวเครื่องมีขนาด 154x68x8.3 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 169 กรัม
- หน้าจอแสดงผล HDR OLED ขนาด 6.0 นิ้ว ในอัตราส่วน 21:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2520 พิกเซล) และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 690 5G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 1TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F/2.0)
  • กล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สำหรับเก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 120 องศา (F/2.2)
  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล 

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F/2.0) 
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint)
- รองรับคุณสมบัติการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นมาตรฐาน IP65/68
- รองรับเครือข่าย 5G / 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (2.4GHz + 5.0GHz) และ Bluetooth 5.1
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 3.1

 

เรียกได้ว่าทุกรุ่นเป็นรุ่นเด่นจากแต่ละแบรนด์ และมีฟีเจอร์เด่นที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนรุ่นใดมากที่สุด ทั้งในด้านการดีไซน์ว่าสวยถูกใจขนาดไหน และฟีเจอร์ด้านในสามารถพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้ครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งหากว่าได้ทดลองใช้งานในเบื้องต้น แล้วเกิดความพึงพอใจ ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นคุ้มค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 27/7/2564