หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 27/3/2561

เปรียบเทียบสเปก Huawei P20 Pro กับ Samsung Galaxy S9+ และ iPhone X สามมือถือเรือธงแห่งยุค แตกต่างกันแค่ไหนเทียบให้ดูกันชัดๆ ที่นี่!

 

ในที่สุดก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ Huawei P20, P20 Lite และ P20 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดของ Huawei ซึ่งยังคงมีจุดเด่นที่การถ่ายรูปอยู่เหมือนเดิม แต่คราวนี้ได้อัปเกรดขึ้นไปอีกขั้นโดยมีกล้องหลังถึง 3 ตัวในรุ่น Pro รองรับการซูมแบบ Optical ได้ถึง 3 เท่า พร้อมกับ AI ประมวลผลภาพถ่ายที่ได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังรองรับการถ่ายวิดีโอ slowmotion สูงสุดที่ 960fps อีกด้วย ส่วนสเปกด้านอื่นๆ ก็นับว่าจัดเต็มสมเป็นเรือธงด้วยชิปเซ็ต Kirin 970 octa-core, RAM 6GB, จอ OLED แบบ FullView 6.1 นิ้ว และแบตเตอรี 4,000 mAh ตอบโจทย์การใช้งานครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงาน หรือด้านความบันเทิง

แต่นอกจาก Huawei P20 Pro แล้ว ยังมีสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นอื่นที่โดดเด่นไม่แพ้กัน นั่นก็คือ Samsung Galaxy S9+ และ iPhone X ที่มีสเปกระดับไฮเอนด์และมีความสามารถด้านการถ่ายภาพไม่แพ้กัน ในวันนี้ทางทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้นำ Huawei P20 Pro, Samsung Galaxy S9+ และ iPhone X มาเทียบสเปกให้ดูกัน รุ่นไหนมีจุดเด่นอย่างไร แตกต่างกันตรงไหน ตามไปดูกันเลยครับ

(คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่)

จากตารางเปรียบเทียบข้างต้นจะเห็นว่า Huawei P20 Pro มีสเปกเบื้องต้นที่ใกล้เคียงกับ Samsung Galaxy S9+ ไม่ว่าจะเป็นขนาดจอแสดงผลที่ใกล้เคียงกัน และหน่วยความจำ RAM 6 GB เท่ากันอีกทั้งยังรองรับหน่วยความจำเสริมได้อีกด้วย แต่สิ่งที่ทำให้ Huawei P20 Pro โดดเด่นกว่า Galaxy S9+ และ iPhone X จริงๆ คือเซ็ตอัพของกล้องหลังที่มีถึง 3 ตัวด้วยกันและยังมีความละเอียดสูงมาก (40+20+8 ล้านพิกเซล) ในขณะที่กล้องคู่ของ Galaxy S9+ และ iPhone X มีความละเอียดเพียง 12+12 ล้านพิกเซลเท่านั้น นอกจากนี้การถ่ายภาพยังเน้นหนักไปที่การวิเคราะห์และประมวลผลของ AI ที่ดูเหมือนจะทำให้เราแทบทุกอย่างตั้งแต่การวิเคราะห์วัตถุ (Master AI), โฟกัสภาพ (AI 4D Predictive Focus), วัดองศา (AI Assist Composition), ชดเชยการสั่น (AI Image Stabilization) เรียกได้ว่าเราแทบไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากกดชัตเตอร์ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการทดสอบถ่ายภาพจริงก่อนจึงจะเปรียบเทียบคุณภาพกับภาพถ่ายของ Samsung Galaxy S9+ และ iPhone X ได้ โดยเฉพาะในโหมด Portrait หรือโหมดหน้าชัดหลังเบลอ ที่ต้องดูความแม่นยำในการตัดขอบตัวแบบและเบลอฉากหลัง

สำหรับการใช้งานด้านอื่นๆ อย่างการทำงานหรือการเล่นเกมนั้น ดูจากสเปกแล้วทั้ง 3 รุ่นน่าจะทำได้ดีพอๆ กัน เพราะชิปเซ็ต Kirin 970 และ Exynos 9810 ต่างก็เป็นชิปเซ็ตรุ่นใหม่ล่าสุดทั้งคู่ ส่วน Apple A11 Bionic ก็มีประสิทธิภาพการประมวลผลดิบที่สูงมากอยู่แล้ว ซึ่งสามารถรองรับเกมดังๆ อย่าง ROV และเกมกราฟิกระดับ AAA ได้สบาย

จุดเล็กๆ อีกจุดหนึ่งที่ต้องพูดถึงคือ "รอยบาก" บนขอบจอซึ่งบางคนอาจจะไม่ชอบใจเท่าไหร่ ซึ่งใน 3 รุ่นที่หยิบยกมานี้มีเพียง Samsung Galaxy S9+ เท่านั้นที่ไม่มีรอยบากด้านบนติดมาด้วย อย่างไรก็ดี Huawei P20 Pro สามารถเลือกปิดการแสดงผลบริเวณขอบบนของหน้าจอเพื่อพรางรอยบากได้ จึงอาจพออนุโลมได้บ้าง ส่วน iPhone X นั้น เชื่อว่าผู้ที่ชื่นชอบและต้องการซื้ออยู่แล้วคงไม่คิดมากเรื่องรอยบากแน่นอน

ถึงตอนนี้ทุกท่านน่าจะเห็นจุดเด่น-จุดด้อยของสมาร์ทโฟนเรือธงทั้ง 3 รุ่นชัดเจนขึ้นมาบ้างแล้ว ซึ่งก็น่าจะช่วยให้ทุกท่านเลือกเรือธงที่ตรงกับสไตล์การใช้งานของตัวเองได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดี Huawei P20 และ Huawei P20 Pro ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย หากมีกำหนดการและราคาวางจำหน่ายในบ้านเราออกมาเมื่อไหร่ เราจะรีบแจ้งให้ทราบกันอีกครั้งแน่นอนครับ

 

สรุปฟีเจอร์เด่น Huawei P20

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 27/3/2561

Tags :