ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม mobile review >> รีวิว (Review) Vivo V7+ ยอดสมาร์ทโฟนเซลฟี่กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล! พร้อมจอ FullView 5.99 นิ้ว และฟีเจอร์จัดเต็มไม่แพ้ใคร บนตัวเครื่อง Metal-Unibody สวยบางเฉียบ ในราคา 11,990 บาท


รีวิว (Review) Vivo V7+ :: รีวิว ทดสอบ มือถือ :: Thaimobilecenter.com


 
TMC Point

  8.25

การออกแบบดีไซน์

  8.5

ใช้งานง่ายและสะดวก

  8.5

คุณสมบัติเครื่อง

  8.5

ฟังก์ชันการใช้งาน

8.5

เสถียรภาพและประสิทธิภาพ

  8.0

ความคุ้มค่าต่อราคา

  7.5

 
   

รีวิว (Review) Vivo V7+

ยอดสมาร์ทโฟนเซลฟี่กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล พร้อมจอ FullView HD+ กว้างเต็มตา 5.99 นิ้ว, ชิปเซ็ต Snapdragon 450, ROM 64GB, RAM 4GB, กล้อง PDAF 16 ล้านพิกเซล, ชิปเสียง Hi-Fi และระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า บนตัวเครื่อง Unibody สวยบางเฉียบ ในราคาเหมาะๆ ที่ 11,990 บาท

 

Review Date (25-ตุลาคม-2560)

อย่างที่ทราบกันดีว่าสมาร์ทโฟน V-Series ของทาง Vivo นั้นจะเน้นในเรื่องของกล้องถ่ายภาพด้านหน้าเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตัวเลนส์ที่มีความละเอียด พร้อมโหมดถ่ายภาพหน้าสวย สำหรับถ่ายภาพใบหน้ามีความเรียบเนียน อีกทั้งยังมีฟังก์ชันโบเก้สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอให้ใช้งานอีกด้วย และล่าสุดทาง Vivo ก็ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุดในตระกูล V-Series อย่าง Vivo V7+ ไปเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย) เรียกได้ว่า สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่สื่อมวลชนที่ไปร่วมงานในวันนั้นเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของหน้าจอไร้ขอบ, กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียดสูง และราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก

สำหรับ Vivo V7+ นั้นมีจุดขายที่น่าสนใจอยู่หลายส่วนด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ หน้าจอแสดงผลแบบ ตัวเครื่องใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Sleek Unibody Design ซึ่งด้านข้าง และฝาหลังผสานเข้ากันแบบขอบโค้งแบบไร้รอยต่อ จึงช่วยให้ตัวเครื่องมีความสวยงามพรีเมียมดูน่าใช้งาน, หน้าจอแสดงผลไร้ขอบแบบ IPS In-Cell FullView Display ความละเอียด 1440x720 พิกเซล ขนาด 5.99 นิ้ว อัตราส่วน 18:9, กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.0 พร้อมไฟแฟลชแบบ Selfie Softlight, กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งมีรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.4, ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) พร้อมไฟแฟลช LED, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ฟีเจอร์จดจำใบหน้าสำหรับปลดล็อกตัวเครื่อง (Facial Recognition), ชิปประมวลผลเสียง Hi-Fi AK4376A, รองรับการสั่งงานด้วยท่าทาง, รองรับการใช้งานสองแอปพลิเคชันพร้อมกันผ่านฟังก์ชัน Smart Split 3.0, ถาดสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot Tray ซึ่งเป็น 3 ช่องอิสระ ที่สามารถใส่ซิมการ์ดที่ 1, ซิมการ์ดที่ 2 และการ์ดหน่วยความจำภายนอกได้พร้อมๆ กัน, รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G, รองรับฟังก์ชันโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน และแบตเตอรี่ขนาด 3225 mAh

ในส่วนของคุณสมบัติด้านการประมวลผลนั้นจัดอยู่ในระดับกลาง ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 450 ความเร็วในการประมวลผล 1.8 GHz, หน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Adreno 506, หน่วยความจำภายในขนาด 64 GB, หน่วยความจำแรมขนาด 4 GB และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 3.2 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Nougat)

และจากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า Vivo V7+ นั้นมีจุดที่น่าสนใจอยู่หลายส่วนด้วยกัน ทั้งในเรื่องของหน้าจอแสดงผลไร้ขอบแบบ FullView Display ขนาดใหญ่เต็มตา 5.99 นิ้ว พร้อมดีไซน์โค้งมนจับถนัดมือ, ฟีเจอร์การใช้งานที่ครบเครื่องมากขึ้น และกล้องถ่ายภาพที่ดีกว่าเดิม หากเทียบกับราคา 11,990 บาท ก็ถือเป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมรีวิว Vivo V7+ พร้อมกันต่อได้เลยครับ

 

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Vivo V7+ มาในแพ็กเกจสีขาว พร้อมด้วยโลโก้ฟุตบอลโลกปี 2018 เนื่องด้วยทางแบรนด์ Vivo นั้นเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ

 

ด้านหลังแพ็กเกจนั้นระบุจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เอาไว้

 

นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์พื้นฐานให้ใช้งานอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น เคสใส, คู่มือการใช้งาน, ใบรับประกันสินค้า, เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด

 

หูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร, สาย microUSB และ Adapter

 

Vivo V7+ มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบ FullView Display ความละเอียด 1440x720 พิกเซล ขนาด 5.99 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 โดยมีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 155.87x75.74x7.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 160 กรัม

 

ด้วยการที่ Vivo V7+ นั้นใช้หน้าจอแบบไร้ขอบ IPS In-Cell FullView Display จึงทำให้มีสัดส่วนของหน้าจอมากถึง 84.4% และมีความบางของขอบหน้าจออยู่ที่ 2.15 มิลลิเมตร

 

ด้านหน้าส่วนบนประกอบไปด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.0 และไฟแฟลชแบบ Selfie Softlight, ลำโพงสำหรับฟังขณะทำการสนทนา, ระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน และระบบ Ambient Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม

 

ด้านล่างของตัวเครื่องมีปุ่มการสั่งงานแบบ On Screen ได้แก่ ปุ่ม Recent Apps, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ

 

ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวนขณะบันทึกเสียง หรือบันทึกวิดีโอ

 

ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องเชื่อมต่อกับหูฟังแบบมาตรฐานขนสาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟน, ช่องเชื่อมต่อแบบ microUSB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ หรือโอนถ่ายภาพข้อมูล และลำโพงเสียงภายนอก ซึ่งทำงานร่วมกับชิปเสียง Hi-Fi AK4376A จึงทำให้ได้คุณภาพเสียงร

 

ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มเปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อกหน้าจอ และปุ่มเพิ่ม-ลด ระดับเสียง

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีถาดสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot Tray ซึ่งเป็น 3 ช่องอิสระ ที่สามารถใส่ซิมการ์ดที่ 1, ซิมการ์ดที่ 2 และการ์ดหน่วยความจำภายนอกได้พร้อมๆ กัน

 

ด้านหลังของตัวเครื่องมีกล้องดิจิทัลความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งมีรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.4, ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) พร้อมไฟแฟลช LED และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

 

สำหรับตัวเครื่องของ Vivo V7+ นั้นใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Sleek Unibody Design ซึ่งด้านข้าง และฝาหลังผสานเข้ากันแบบขอบโค้งแบบไร้รอยต่อ จึงช่วยให้ตัวเครื่องมีความสวยงามพรีเมียมดูน่าใช้งาน และแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ

 

เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

Vivo V7+ ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android Funtouch OS 3.2 ซึ่งทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 7.1 Nougat พร้อมรองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด และรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G ได้ อีกทั้งยังสามารถรองรับเทคโนโลยีการสื่อสารทางเสียงผ่านโครงข่าย 4G (Voice over LTE)

 

มาพร้อมหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64 GB

 

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันสำหรับการแจ้งเตือน เช่น มีความข้อใหม่ หรือสายที่ไม่ได้รับ และยังสามารถเปิด-ปิด ฟังก์ชันลัดได้ เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือ WiFi

 

สามารถปรับแต่งหน้าจอโฮมสกรีนได้ ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์ หรือเปลี่ยนธีม

 

ในส่วนของฟังก์ชันโทรศัพท์นั้นก็มีหน้าตาที่สามารถใช้งานได้ง่าย และสามารถเข้าดูบันทึกการโทร หรือรายชื่อโทรศัพท์ทั้งหมดได้ทันทีเพียงแค่กดเลือกที่ไอคอนรูปบุคคล

 

ทางด้านบริการต่างๆ จากทาง Google ก้มีให้ใช้งานบน Vivo 7+ อย่างครบครัน

 

อีกหนึ่งความพิเศษบน Vivo V7+ คือ สามารถเปิดใช้งานโหมดถนอมสายตาได้ ซึ่งตัวฟังก์ชันจะทำการลดแสงสีฟ้า เพื่อช่วยถนอมสายตา ซึ่งจะเหมาะกับการใช้งานในสภาวะแสงน้อย สำหรับการอ่าน E-Book หรืออ่านคอนเทนท์ต่างๆ อีกทั้งยังสามารถตั้งเวลาเพื่อเปิด-ปิด การใช้งานโหมดถนอมสายตาได้อีกด้วย

 

นอกจากนี้ Vivo V7+ ยังมาพร้อมกับแอปพลิเคชัน i Manager สำหรับจัดการส่วนต่างๆ ภายในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น การล้างข้อมูล (การเคลียร์แรม), การตั้งค่าเพื่อควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต, การจัดการแอปพลิเคชัน และการจำกัดความเป็นส่วนตัว

 

อีกทั้งยังสามารถเปิดใช้งานโหมดประหยักพลังงานขั้นสูงได้

 

ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนลายนิ้วมือ หรือการใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเพื่อสั่งงานถ่ายภาพ ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

 

ซึ่งนอกจากการสแกนลายนิ้วมือแล้วนั้นบน Vivo V7+ ยังมีระบบจดจำใบหน้าให้ใช้งานอีกด้วย โดยตัวฟังก์ชันจะทำการสแกนใบหน้าหลายจุด เพื่อเก็บรายละเอียดใบหน้าของผู้ใช้ ซึ่งมีประโยชน์ในการป้องกันผู้อื่นแอบอ้างเองภาพถ่ายของผู้ใช้มาทำการปลดล็อกเครื่อง เรียกได้ว่า ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกหนึ่งขั้นเลยทีเดียว

 

นอกจากนี้ Vivo V7+ ยังสามารถเปิดอ่านไฟล์เอกสารอย่าง Word, Excel และ PowerPoint ได้ผ่านแอปพลิเคชัน WPS Office

 

ในส่วนของฟังก์ชัน Smart Split ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่เป็นเวอร์ชัน 3.0 ซึ่งสามารถเรียกใช้งานพร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน ได้ง่ายขึ้นมากกว่าเดิม เพียงแค่ผู้ใช้สามนิ้วเลื่อนลงบนหน้าจอ Vivo V7+ ก็จะทำการแบ่งหน้าจอให้ทันที บอกได้เลยว่า สะดวกสบายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก

 

อัลบั้มภาพถ่ายนั้นสามารถแสดงภาพถ่ายได้หลักๆ 2 แบบ คือ การแสดงรวมภาพถ่ายทั้งหมด และแสดงภาพถ่ายแบบแยกอัลบั้ม นอกจากนี้ ในขณะที่ชมวิดีโอ ผู้ใช้ยังสามารถเรียกใช้แอปพลิเคชันอื่น ๆ ได้ ด้วยการใช้สามนิ้วเลื่อนหน้าจอลงมาได้ในทันที โดยที่วิดีโอนั้นไม่หยุดเล่นอีกด้วย

 

เว็บเบราว์เซอร์ก็ตอบสนองต่อการใช้งานได้ดี และด้วยหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ จึงช่วยให้สามารถแสดงผลคอนเทนท์ต่างๆ ได้เยอะมากขึ้น

 

ทางด้านฟังก์ชัน “ภาพหน้าจอพิเศษ” สำหรับถ่ายภาพหน้าเว็บเบราว์เซอร์ หรือเอกสารที่มีหลายหน้า หรือแม้แต่การถ่ายภาพที่เลือกเฉพาะส่วนแบบแนวนอน ก็มีให้ใช้งานบน Vivo V7+ ด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังสามารถบันทึกภาพหน้าจอในรูปแบบวิดีโอได้อีกด้วย

 

นอกจากนี้ Vivo V7+ ยังมีโหมดการใช้งานอัจฉริยะให้ใช้งานด้วยเช่นกัน ซึ่งจะประกอบไปด้วยโหมด Smart Wake, การใช้งานโดยไม่สัมผัส, หน้าจอสว่างอัจฉริยะ, การโทรอัจฉริยะ, เขย่าเพื่อเปิดไฟฉาย, ซูมโดยการเอียงโทรศัพท์ และการเตือนอัจฉริยะ สำหรับฟีเจอร์ Smart Wake จะได้รับการปรับปรุง และพัฒนา เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งสามารถสั่ง เปิด-ปิด การใช้งานต่างๆ ได้มากมาย เช่น การเลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อกหน้าจอ, การเลื่อนลงเพื่อถ่ายรูปภาพ รวมถึงการวาดตัวอักษรเพื่อสั่งเปิดใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น การวาดตัวอักษร C เพื่อเข้าสู่ฟังก์ชันโทรศัพท์ หรือการวาดตัวอักษร M เพื่อเข้าสู่แอปพลิเคชันสำหรับฟังเพลง เป็นต้น

 

โดยผู้ใช้สามารถสั่งงานด้วยท่าทางได้หลากหลาย เช่น การหยิบโทรศัพท์มาแนบใบหูเพื่อโทรออกถึงรายชื่อโทรศัพท์ที่ต้องการติดต่อ หรือการเอาฝ่ามือมาบังที่หน้าจอเพื่อปิดเสียง

 

นอกจากนี้ Vivo V7+ ยังมีฟังก์ชันการใช้งานมือเดียว ซึ่งสามารถปรับหน้าจอให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้สามารถใช้งานมือเดียวได้สะดวกมากขึ้น

 

และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ Vivo V7+ ยังมีฟังก์ชันสำหรับโคลนนิ่งแอปพลิเคชันได้ เช่น โคลนนิ่งแอปพลิเคชัน Line ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินใช้งานได้พร้อมกัน 2 แอคเคาท์ (กดปุ่มบวกเพื่อโคลนนิ่งแอปลพิเคชัน) แต่อย่างไรก็ดีสามารถโคลนนิ่งได้เฉพาะบางแอปพลิเคชันเท่านั้น

 

Vivo V7+ ยังมาพร้อมกับแอปพลิเคชันสำหรับฟังเพลง อีกทั้งยังสามารถเปิดใช้งานระบบเสียงแบบ Hi-Fi และสามารถปรับค่าอีควอไลเซอร์ได้อีกด้วย (ระบบเสียงแบบ Hi-Fi สามารถใช้งานได้ในขณะที่เชื่อมต่อกับหูฟังเท่านั้น)

 

ส่วนแอปพลิเคชันสำหรับฟังวิทยุ FM ก็มีให้ใช้งานบน Vivo V7+ และสามารถบันทึกเสียงวิทยุเอาไว้ฟังในภายหลังได้

 

พร้อมทั้งสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ Full HD (1080p) ได้อย่างไหลลื่น แต่เนื่องด้วย Vivo V7+ นั้นมีความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1440x720 พิกเซล จึงไม่สามารถแสดงผลภาพได้เต็มความละเอียดของไฟล์วิดีโอ

 

และมีฟังก์ชัน Popup Play ให้ใช้งาน

 

โดย Vivo V7+ จะมาพร้อมกับชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 450 ความเร็วในการประมวลผล 1.8 GHz, หน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Adreno 506, หน่วยความจำภายในขนาด 64 GB, หน่วยความจำแรมขนาด 4 GB และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 3.2 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Nougat)

 

สำหรับคุณสมบัติด้านการประมวลผลของ Vivo V7+ นั้นก็ถือว่ามีความครบเครื่อง และสามารถเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสามมิติได้อย่างไหลลื่น โดยไม่มีอาการหน่วง หรือการสะสมความร้อนที่ตัวเครื่องให้พบเจอ

 

และเมื่อนำ Vivo V7+ มาทดสอบผ่านแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark พบว่าได้คะแนนอยู่ที่ 56249 คะแนน ส่วนการทดสอบผ่านแอปพลิเคชัน Geekbench4 พบว่าได้คะแนนอยู่ที่ 774 คะแนน สำหรับการประมวลผลแบบ Single-Core และ 3941 คะแนน สำหรับการประมวลผลแบบ Multi-Core

 

ต่อด้วยการทดสอบผ่านแอปพลิเคชัน AnTuTu 3DRating Benchmark พบว่าได้คะแนนอยู่ที่ 8932 คะแนน

 

สำหรับ Vivo V7+ สามารถรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด

 

และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอื่นๆ มาใช้งานเพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชัน V-Appstore หรือ Google Play Store

 

กล้องดิจิทัล การถ่ายภาพนิ่ง และภาพวิดีโอ

สำหรับ Interface กล้องถ่ายภาพของ Vivo V7+ นั้นมีหน้าตาที่สามารถใช้งานได้ง่าย อีกทั้งแสดงไอคอนฟังก์ชันต่างๆ ไว้ให้เลือกใช้งานได้ทันที เช่น ฟังก์ชัน HDR หรือ Live Photo และยังมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลากหลาย เช่น โหมดถ่ายภาพหน้าสวย, โหมดถ่ายภาพ Ultra HD หรือโหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง

 

สำหรับโหมดถ่ายภาพหน้าสวยสามารถปรับค่าได้ 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่ ผิวนวล, ผิวอมชมพู และผิวขาว ส่วนโหมดถ่ายภาพโปรนั้นสามารถปรับค่าได้หลายแบบเช่นเดียวกัน เช่น การชดเชยแสง, ค่า ISO, ความเร็วชัตเตอร์, ไวท์บาลานซ์ และจุดโฟกัส นอกจากนี้ ยังสามารถเปิดใช้งานไฟแฟลช LED, โหมดเส้นตรงเพื่อช่วยในการถ่ายภาพไม่ให้เอียงไปข้างใดข้างหนึ่งได้ หรือตาราง 9 ช่อง ได้

 

ในส่วนของเอฟเฟกต์สำหรับถ่ายภาพก็มีให้ใช้งานด้วยเช่นกัน

 

นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานเพิ่มเติมได้อีกหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การตั้งเวลาเพื่อถ่ายภาพ ซึ่งสามารถตั้งเวลาได้นานสูงสุด 10 วินาที, สามารถเลือกสัดส่วนของภาพถ่าย, การเปิดใช้งานการสัมผัสเพื่อถ่ายภาพ, เลือกที่เก็บบันทึกภาพถ่าย, เปิด-ปิด เสียงชัตเตอร์ และการแท็กสถานที่บนภาพถ่าย นอกจากนี้ กล้องดิจิทัลด้านหลังของ Vivo V7+ นั้นสามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD (1080p)

 

ในส่วนของกล้องดิจิทัลด้านหน้าก็มาหน้าตาที่สามารถใช้งานได้ง่าย พร้อมทั้งแสดงไอคอนฟังก์ชันไว้ให้เลือกใช้งานได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น การเปิดใช้งานไฟแฟลช LED แบบ Selfie Softlight หรือโหมดถ่ายภาพ HDR อีกทั้งยังสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชัน Live Photo ได้อีกด้วย

 

มีโหมดหน้าสวยที่สามารถปรับค่าผิวเนียน, ผิวอมชมพู หรือผิวขาว และโหมดถ่ายภาพเซลฟี่แบบกลุ่มให้ใช้งาน

 

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน Vivo V7+ คือ ฟีเจอร์โบเก้ สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ โดยผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานได้ง่ายๆ ด้วยการกดที่ภาพบุคคลในกรอบสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นไอคอนอยู่ด้านบน เพียงเท่านี้ตัวฟังก์ชันก็จะทำการเบลอฉากหลังให้แบบอัตโนมัติ

 

นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานเพิ่มเติมได้อีกหลายส่วนด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ การตั้งเวลาเพื่อถ่ายภาพ, การเลือกสัดส่วนของภาพถ่าย, การสัมผัสเพื่อถ่ายภาพ, ฟังก์ชันกระจกภาพสะท้อน, เสียงชัตเตอร์, การแท็กสถานที่บนภาพถ่าย, ฟังก์ชัน Gedder identification ที่สามารถปรับค่าผิวนวลให้เหมาะสมตามเพศ เพื่อความสมจริงมากยิ่งขึ้น และลายน้ำ นอกจากนี้ ในส่วนของโหมดถ่ายวิดีโอนั้นสามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD (1080p)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ของ Vivo V7+


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ พร้อมเปิดใช้งานฟังก์ชัน HDR


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ ในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ ในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ ในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ ในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ ในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ ในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ ในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ ในสภาวะแสงน้อย

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียด 24  ล้านพิกเซล ผ่านโหมดถ่ายภาพหน้าสวย ของ Vivo V7+


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าระดับกลาง


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าระดับสูงสุด


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าระดับกลาง และเปิดใช้งานฟังก์ชันโบเก้


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าระดับสูงสุด และเปิดใช้งานฟังก์ชันโบเก้

 

สรุปผลการทดสอบของ Vivo V7+

ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งเครื่องที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่แบบไร้ขอบ ซึ่งช่วยให้สามารถรับชมคอนเทนท์ต่างๆ ได้อย่างเต็มตา, กล้องถ่ายภาพด้านหน้าความละเอียดสูง พร้อมฟังก์ชันโบเก้ ที่ช่วยให้การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอเป็นเรื่องง่ายๆ และคุณสมบัติตัวเครื่องที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกๆ ด้าน แถมยังมีราคาที่จับต้องได้ไม่ยากอีกด้วย เรียกได้ว่า จบครบในเครื่องเดียว

ถ้าจะให้พูดถึงจุดเด่นที่สุดของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของกล้องถ่ายภาพ โดยเฉพาะกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.0 พร้อมไฟแฟลชแบบ Selfie Softlight ซึ่งจากการทดสอบพบว่ากล้องดิจิทัลด้านหน้านั้นสามารถถ่ายภาพเซลฟี่ได้ดีเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพในสภาวะแสงปกติ หรือการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย แถมภาพถ่ายที่ได้ยังมีความคมชัด สีสันสดใสสมจริง ไม่เพียงเท่านั้น ตัวกล้องดิจิทัลด้านหน้ายังรองรับการใช้งานร่วมกับโหมดถ่าย าพหน้าสวยที่สามารถปรับค่าผิวเนียน หรือสีผิวได้ บอกได้เลยว่า ต้องถูกอกถูกใจคนรักการถ่ายภาพเซลฟี่อย่างแน่นอน และที่พิเศษไปกว่านั้น คือ ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันการถ่ายภาพ Bokeh ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์การถ่ายหน้าชัดหลังเบลอเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส

สำหรับกล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งมีรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.4, ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) พร้อมไฟแฟลช LED ก็ตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพได้ดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในสภาวะแสงปกติ หรือในสภาวะแสงน้อย อีกทั้งยังโฟกัสภาพได้รวดเร็วฉับไว ช่วยให้คุณไม่พลาดการถ่ายภาพเหตุการณ์สำคัญ อีกทั้งภาพถ่ายที่ได้ยังมีความคมชัด และสีสันสมจริง นอกจากนี้ ยังมีโหมดถ่ายภาพโปรให้ใช้งาน ซึ่งผู้ใช้สามารถถ่ายภาพได้หลากหลายมากขึ้น

อีกหนึ่งความน่าสนใจของ Vivo V7+ คือ หน้าจอแสดงผลไร้ขอบแบบ IPS In-Cell FullView Display ความละเอียด 1440x720 พิกเซล ขนาด 5.99 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 ซึ่งประโยชน์ของหน้าจอแบบ FullView Display นั้นช่วยให้ Vivo V7+ นั้นมีหน้าจอแสดงผลที่เพิ่มมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดของตัวเครื่อง จึงทำให้สามารถรับชมคอนเทนท์ต่างๆ ได้อย่างเต็มตา เช่น ภาพยนตร์ หรือเล่นเกม

ซึ่งนอกจากนี้จะมีความโดดเด่นในเรื่องของกล้องถ่ายภาพ กับหน้าจอแสดงผลแล้ว ทางด้านการออกแบบดีไซน์ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน และด้วยเทคโนโลยี Sleek Unibody Design ที่ด้านข้าง และฝาหลังผสานเข้ากันแบบขอบโค้งแบบไร้รอยต่อ ยิ่งช่วยให้ Vivo V7+ ดูมีความหรูหราพรีเมียมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ด้านหลังของตัวเครื่องยังเป็นพื้นผิวแบบด้าน บวกกับความโค้งมนของตัวเครื่อง พร้อมความบางเฉียบเพียง 7.7 มิลลิเมตร จึงช่วยให้สามารถถือ หรือพกพาไปใช้งานตามสถานที่ต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว อีกทั้งยังไม่เกิดครบเปื้อน หรือรอยนิ้วมือได้ง่ายอีกด้วย

ทางด้านคุณสมบัติเด่นอื่นๆ ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับราคาค่าตัว ไม่ว่าจะเป็น เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ฟีเจอร์จดจำใบหน้าสำหรับปลดล็อกตัวเครื่อง (Facial Recognition), ชิปประมวลผลเสียง Hi-Fi AK4376A, รองรับการสั่งงานด้วยท่าทาง, รองรับการใช้งานสองแอปพลิเคชันพร้อมกันผ่านฟังก์ชัน Smart Split 3.0, ถาดสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot Tray ซึ่งเป็น 3 ช่องอิสระ ที่สามารถใส่ซิมการ์ดที่ 1, ซิมการ์ดที่ 2 และการ์ดหน่วยความจำภายนอกได้พร้อมๆ กัน, รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G, รองรับฟังก์ชันโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน และแบตเตอรี่ขนาด 3225 mAh

ในส่วนของคุณสมบัติด้านการประมวลผล ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 450 ความเร็วในการประมวลผล 1.8 GHz, หน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Adreno 506, หน่วยความจำภายในขนาด 64 GB, หน่วยความจำแรมขนาด 4 GB และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 3.2 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Nougat) ซึ่งจากทดสอบทั้งการเล่นเกมที่มีการฟิกแบบสามมิติ หรือชมภาพยนตร์ความละเอียดสูงระดับ Full HD (1080p) Vivo V7+ ก็ตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างไหลลื่นโดยไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้พบเจอ อีกทั้งยังไม่มีการสะสมความร้อนที่ตัวเครื่องอีกด้วย

และจากการทดสอบทั้งหมดที่ผ่านมาราวๆ หนึ่งสัปดาห์ก็พอที่จะสรุปได้ว่า Vivo V7+ น่าจะเหมาะกับคอเซลฟี่พันธุ์แท้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกล้องถ่ายภาพด้านหน้าที่สวยคมชัดมากเป็นพิเศษ, ดีไซน์เรียบหรูบางเฉียบ, วัสดุแข็งแรงทนทาน, สเปกเครื่องที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้ดีทุกรูปแบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลาย ในราคาที่เอื้อมถึงได้ไม่ยาก ซึ่ง Vivo V7+ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว และสำหรับท่านใดที่สนใจก็สามารถเป็นเจ้าของ Vivo V7+ ได้แล้ววันนี้ที่ Vivo Shop หรือร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ในราคาเพียง 11,990 บาท

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง Vivo ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Vivo V7+ มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ

 

 

จุดเด่นของ Vivo V7+

- ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Sleek Unibody Design ซึ่งด้านข้าง และฝาหลังผสานเข้ากันแบบขอบโค้งแบบไร้รอยต่อ พร้อมความบางเฉียบเพียง 7.7 มิลลิเมตร
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง สำหรับตรวจสอบสิทธิ์ของการเข้าใช้งานเครื่อง และการเข้าถึงข้อมูลภายใน ที่สามารถปลดล็อกได้ภายในเวลาเพียง 0.2 วินาที
- รองรับฟีเจอร์จดจำใบหน้าสำหรับปลดล็อกตัวเครื่อง (Facial Recognition)
- จอแสดงผลแบบ IPS In-Cell FullView Display Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1440x720 Pixels ขนาด 5.99 นิ้ว พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 506 - รองรับการใช้งานสองแอปพลิเคชันพร้อมกันผ่านฟังก์ชัน Smart Split 3.0
- รองรับการสั่งงานด้วยท่าทาง
- ฟังก์ชันสำหรับลดแสงสีฟ้า เพื่อถนอมสายตา
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 450 ความเร็วในการประมวลผล 1.8 GHz
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 3.2 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Nougat)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 64 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 256 GB
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.0, ไฟแฟลชแบบ Selfie Softlight, โหมดถ่ายภาพหน้าสวย, ฟังก์ชัน Bokeh, ฟังก์ชัน Gender Identification และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD (1080p)
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus), รูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.4, ไฟแฟลช LED และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD (1080p)
- ชิปประมวลผลเสียง Hi-Fi AK4376A
- รองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM)
- ช่องใส่ซิมการ์ด กับช่องใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD แยกกันอย่างอิสระ (Triple Slot)
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 4G LTE, 3G, WiFi, EDGE และ GPRS
- ระบบ GPS+A-GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง)
- แอปพลิเคชัน i Manager สำหรับจัดการส่วนต่างๆ ภายในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น การล้างข้อมูล (การเคลียร์แรม), การตั้งค่าเพื่อควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต, การจัดการแอปพลิเคชัน และการจำกัดความเป็นส่วนตัว
- ชนิดแบตเตอรี่แบบ Li-Ion ขนาด 3225 mAh
- มีวิทยุ FM ในตัว
- ราคา 11,990 บาท

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Vivo V7+

- เนื่องจากตัวเครื่องเป็นดีไซน์แบบไม่มีฝาหลัง จึงไม่สามารถถอด หรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยตนเองได้
- ความละเอียดของหน้าจอยังคงอยู่ที่เพียงระดับ HD+ หรือ 1440x720 พิกเซล
- ชิปเซ็ต Snapdragon 450 ถือเป็นชิปเซ็ตรุ่นเล็กของ Qualcomm ที่เน้นการใช้งานในระดับกลางๆ
- ไม่รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K UHD

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 

สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถดูคุณสมบัติโดยละเอียดของ Vivo V7+ ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Vivo V7+

 

 

:: ไปหน้าแรกเว็บไซต์ Thaimobilecenter | ไปหน้าแรก Mobile Focus ::

 

 

 


 












 รีวิว realme narzo 20 Pro
เกมมิ่งโฟนพลังชาร์จ 65W กับจอลื่น 90Hz และ 4 กล้อง 48MP ในราคาแค่หลักพัน

[รายละเอียด]
 Vivo V20 SE
สมาร์ทโฟนกล้องหน้าชั้นดี มีจอสวย เมมใหญ่ ชาร์จไว ใส่บอดี้บางเฉียบ ในราคาแค่หลักพัน

[รายละเอียด]
 รีวิว OPPO A93
เด่นที่ดีไซน์ ได้กล้อง 6 ตัว พร้อมจอสวย ชิป AI ตัวแรง แบตชาร์จไว เมมจุใจ ในราคาแค่หลักพัน

[รายละเอียด]
 รีวิว Galaxy Note 20 Ultra 5G
เพาเวอร์โฟนที่ทรงพลังที่สุด อัปเกรดครั้งใหญ่ พร้อม S Pen โฉมใหม่ บนบอดี้สวยหรูพรีเมียมที่ไม่กลัวน้ำ

[รายละเอียด]
 รีวิว OnePlus 8T 5G
เรือธงใหม่ใส่จอ 120Hz พร้อมชิป Snapdragon 865 บวกพลังชาร์จ 65W กับ 5 กล้อง และลำโพงคู่

[รายละเอียด]
 รีวิว Vivo V20
สมาร์ทโฟนกล้องหน้า 44MP มีชาร์จไว 33W จัดหนักจอ AMOLED บวก Android 11 รุ่นแรกในไทย ในราคาหมื่นต้นๆ

[รายละเอียด]
รายการรีวิวมือถือทั้งหมด








หลุดคลิปพรีวิว iPhone 12 mini ก่อนวางจำหน่ายจริงในเดือน พ.ย. นี้ พร้อมเปรียบเทียบขนาดกับ iPhone 12 แตกต่างกันแค่ไหน
หลุดคลิปพรีวิว iPhone 12 mini ก่อนวางจำหน่ายจริงในเดือน พ.ย. นี้  
ถึงแม้ว่า iPhone 12 mini จะยังไม่เปิดพรีออเดอร์และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่ล่าสุด ได้มีการเผยคลิปวิดี
ผลทดสอบ Geekbench 5 ยืนยัน iPhone 12 และ iPhone 12 Pro แรงกว่ามือถือ Android เรือธง
ผลทดสอบ Geekbench 5 ยืนยัน iPhone 12 และ iPhone 12 Pro แรงกว่ามือ 
สำหรับ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ที่ Apple ได้เปิดพรีออเดอร์ในกลุ่มประเทศแรกตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 202
iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ผ่านการอนุมัติจาก กสทช. แล้ว คาดวางจำหน่ายในไทย ปลายเดือนพ.ย.นี้
iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ผ่านการอนุมัติจาก กสทช. แล้ว คาดวางจำ 
สำหรับใครที่รอการวางจำหน่ายของ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ในไทย ล่าสุด มีข่าวดีมาบอกกัน เมื่อทาง กสทช. ไ
คลิปวิดีโอตัวแรก แกะกล่อง iPhone 12 และ iPhone 12 Pro มาแล้ว! เผยดีไซน์ใหม่ขอบเหลี่ยม และบอดี้สีน้ำเงินสด
คลิปวิดีโอตัวแรก แกะกล่อง iPhone 12 และ iPhone 12 Pro มาแล้ว! เผย 
หลังจากที่ Apple ได้เปิดพรีออเดอร์ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ในกลุ่มประเทศแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม
iPhone 12 เผยคะแนนทดสอบ AnTuTu ยังเป็นรอง Xiaomi Mi 10 Ultra
iPhone 12 เผยคะแนนทดสอบ AnTuTu ยังเป็นรอง Xiaomi Mi 10 Ultra 
เตรียมเปิดพรีออเดอร์ในวันนี้ (16 ตุลาคม 2020) ในกลุ่มประเทศแรก สำหรับ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ไอโฟนรุ
10 ฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจบน iPhone 12 มีของใหม่อะไรบ้าง ?
10 ฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจบน iPhone 12 มีของใหม่อะไรบ้าง ? 
เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ iPhone 12 ไอโฟนรุ่นใหม่ประจำปี 2020 ที่ในปีนี้เปิดตัวกันถึง 4 รุ่นด้วยก
OPPO เปิดตัวสมาร์ทโฟน Reno4 Z 5G ทุบตลาดด้วยราคา 12,990 บาท พร้อมส่ง Reno4 Pro 5G และ Find X2 Pro 5G รุกตลาดพรีเมียม
OPPO เปิดตัวสมาร์ทโฟน Reno4 Z 5G ทุบตลาดด้วยราคา 12,990 บาท พร้อม 
OPPO เปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G Series รุกตลาด 5G ทุกระดับ ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่พร้อมกันถึง 3 รุ่น ได้
สื่อเกาหลีเผย Samsung Galaxy A72 จะเป็นมือถือกล้องหลัง 5 ตัว (Penta Camera) รุ่นแรกของ Samsung
สื่อเกาหลีเผย Samsung Galaxy A72 จะเป็นมือถือกล้องหลัง 5 ตัว (Pen 
เมื่อ 2 ปีก่อน Samsung ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการสมาร์ทโฟนด้วยการเปิดตัว Samsung Galaxy A9 สมาร์ทโฟ
รวมแอปฯ แต่ง Widget หน้า Home Screen สำหรับ iPhone ที่อัปเดต iOS 14 มีแบบไหนน่าใช้บ้าง
รวมแอปฯ แต่ง Widget หน้า Home Screen สำหรับ iPhone ที่อัปเดต iOS  
หลังจากที่ Apple ได้ปล่อยอัปเดต iOS 14 เวอร์ชันเต็มสำหรับผู้ใช้ทั่วไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟังก์ชันที่ได้
เปิดจอง Samsung Galaxy S20 FE เรือธงรุ่นเล็ก สเปกจัดหนัก จอสวย กล้องแจ่ม ชาร์จไว เคาะราคาเริ่มต้น 20,900 บาท
เปิดจอง Samsung Galaxy S20 FE เรือธงรุ่นเล็ก สเปกจัดหนัก จอสวย กล 
เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (24 ก.ย. 2563) Samsung ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S20 FE ในประเทศไทยอย่างเป็น
รายการอัพเดททั้งหมด



ราคามือถือ อัพเดทล่าสุด !!


Samsung Galaxy A42 5G 11,990 บาท
iPhone 12 Pro Max 39,900 บาท
iPhone 12 Pro 36,900 บาท
iPhone 12 mini 25,900 บาท
iPhone 12 29,900 บาท
OPPO A12 3,839 บาท
Samsung Galaxy A11 3,879 บาท ราคาลดลง 120 บาท จากราคาเดิม 3,999  บาท
HUAWEI Y6p 3,999 บาท
realme C12 3,999 บาท
Vivo X50 Pro 5G 24,999 บาท
Vivo Y20 5,299 บาท
OnePlus Nord 12GB+256GB 17,990 บาท
OnePlus Nord 8GB+128GB 14,990 บาท
OPPO Reno4 11,990 บาท
Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G 42,900 บาท
Samsung Galaxy Note20 5G 33,900 บาท
Samsung Galaxy Note20 Ultra LTE 38,900 บาท
Samsung Galaxy Note20 LTE 29,900 บาท
OPPO A92 8,999 บาท
รายการ ราคามือถือ ทั้งหมด



อัพเดท ข่าวสารล่าสุด (New update)

เร็วถึงขีดสุดกับสมาร์ทโฟนสายพันธุ์สปีด “Samsung Galaxy A42 5G” ในราคาเพียง 11,990 บาท
เร็วถึงขีดสุดกับสมาร์ทโฟนสายพันธุ์สปีด “Samsung Galaxy A42 5 
เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Galaxy A42 5G (กาแลคซี่ เอ 42 5G) สายพันธุ์สปีด แรงทุกสเปค ที่สุดแห่งความเร็วแรง
5 สุดยอดนวัตกรรมที่ Vivo มอบแก่ผู้บริโภคชาวไทยปีนี้
5 สุดยอดนวัตกรรมที่ Vivo มอบแก่ผู้บริโภคชาวไทยปีนี้ 
ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลกได้มอบประสบการณ์ล้ำสมัยให้แก่ผู้ใช้งานชาวไทย ด้วยสม
โปรดีที่ห้ามพลาด! OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนถ่ายรูปสวยชัดในสไตล์ที่เป็นคุณพิเศษ ราคาใหม่ 10,990 บาท
โปรดีที่ห้ามพลาด! OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนถ่ายรูปสวยชัดในสไตล์ที 
OPPO Reno4 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนแห่งปีสำหรับคนที่ชื่นชอบเทรนด์ใหม่ๆ ด้วยการผสมผสานระหว่างแฟชั่นและเทคโนโลยี
Vivo จัดหนักรับ 11.11 ลดสูงสุดในรอบปี! พบโปรสุดพิเศษที่ Vivo Official Store บน Lazada Shopee และ JD Central
Vivo จัดหนักรับ 11.11 ลดสูงสุดในรอบปี! พบโปรสุดพิเศษที่ Vivo 
สาวก Vivo เตรียมตัวให้พร้อมกับมหกรรมลดราคาออนไลน์แห่งปีที่ทุกคนรอคอยกับแคมเปญ 11.11 ลดสูงสุดในรอบปีกับสมา
เปลี่ยนลุคได้ตามอารมณ์ HUAWEI Watch Fit วางจำหน่ายสายนาฬิกาแล้วทั้ง 4 สี เพียง 349 บาทเท่านั้น!
เปลี่ยนลุคได้ตามอารมณ์ HUAWEI Watch Fit วางจำหน่ายสายนาฬิกาแ 
หลังจากกลายเป็นสมาร์ทวอทช์ยอดฮิตติดข้อมือทั้งสายสุขภาพ แฟชั่นนิสต้า และเหล่าเทรนด์เซ็ตเตอร์ทั้งหลาย HUAWE
รายการอัพเดททั้งหมด


    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com