ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม mobile review >> รีวิว (Review) Samsung Galaxy S6 edge+ (edge Plus)


รีวิว (Review) Samsung Galaxy S6 edge+ (edge Plus) :: รีวิว ทดสอบ มือถือ :: Thaimobilecenter.com


 
TMC Point

  8.33

การออกแบบดีไซน์

  9.0

ใช้งานง่ายและสะดวก

  8.0

คุณสมบัติเครื่อง

  9.0

ฟังก์ชันการใช้งาน

9.0

เสถียรภาพและประสิทธิภาพ

  9.0

ความคุ้มค่าต่อราคา

  6.0

 
   

รีวิว (Review) Samsung Galaxy S6 edge+ (edge Plus)

สมาร์ทโฟนเรือธงจอขอบโค้งสุดหรูรุ่นอัปเกรด กับจอที่ใหญ่ขึ้น, หน่วยความจำที่เยอะขึ้น, แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น, กล้องที่ดีขึ้น และอีกหลายสิ่งที่จัดเต็มกว่าในราคาเปิดตัวที่ถูกกว่าเดิม!

 

Review Date (1-ตุลาคม-2558)

สวัสดีครับ เมื่อเวลาประมาณ 4 ทุ่มของวันที่ 13 สิงหาคม 2558 ตามเวลาประเทศไทย ทาง Samsung ได้จัดงาน Samsung Galaxy Unpacked 2015 ที่เมือง New York ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งภายในงานนั้นจะเป็นงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงอย่าง Samsung Galaxy Note 5 แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ทาง Samsung ได้ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงอีกหนึ่งรุ่น นั่นคือ Samsung Galaxy S6 edge+ สมาร์ทโฟนเรือธงขอบจอโค้งรุ่นอัปเกรดจอใหญ่ยักษ์ด้วยเช่นกัน

สำหรับเรือธงน้องใหม่ไซส์ใหญ่อย่าง Samsung Galaxy S6 edge+ จะมีจุดที่พัฒนาจาก Samsung Galaxy S6 edge รุ่นเดิมอยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น ขนาดของหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้น, ฟังก์ชันของขอบจอโค้งที่หลากหลายขึ้น, หน่วยความจำแรม (RAM) ที่มากขึ้น, แบตเตอรี่ที่มีความจุมากกว่าเดิม, กล้องถ่ายภาพที่ดีขึ้น และมีตัวเครื่องที่บางเฉียบกว่าเดิม 

โดย Samsung Galaxy S6 edge+ จะมีความกว้างของตัวเครื่องอยู่ที่ 75.8 มิลลิเมตร ตัวเครื่องบาง 6.9 มิลลิเมตร และหน้าจอแสดงผลขนาด 5.7 นิ้ว ในขณะที่ Samsung Galaxy S6 edge จะมีความกว้างของตัวเครื่องอยู่ที่ 70.1 มิลลิเมตร ตัวเครื่องบาง 7.0 มิลลิเมตร และขนาดหน้าจอแสดงผล 5.1 นิ้ว ซึ่งน่าแปลกใจตรงที่ Samsung Galaxy S6 edge+ มีขนาดตัวเครื่อง กับหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่กว่า Samsung Galaxy S6 edge แต่ตัวเครื่องกลับบางกว่า Samsung Galaxy S6 edge นั่นแสดงให้เห็นถึงนวัตกรรม และการพัฒนาในเรื่องของดีไซน์จากทาง Samsung นั่นเอง นอกจากนี้ ด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดกว้าง และยาวกว่า จึงทำให้ Samsung Galaxy S6 edge+ สามารถบรรจุแบตเตอรี่ได้ถึง 3000 mAh เลยทีเดียว ส่วน Samsung Galaxy S6 edge พกพามาแค่เพียง 2600 mAh เท่านั้น

แน่นอนว่าจุดขายของ Samsung Galaxy S6 edge+ คงจะเป็นเรื่องดีไซน์ที่การันตีได้ว่าพรีเมียมที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งในเรื่องของขอบจอโค้งทั้งสองฝั่งแบบ Dual Curved Edge กับดีไซน์แบบ Dual-Glass หรือขอบตัวเครื่องโลหะ ซึ่งรวมถึงฟีเจอร์ Edge Screen กับ App Edge ด้วย เรียกได้ว่าเป็นจุดขายสำคัญของ Samsung Galaxy S6 edge+ เลยก็ว่าได้

ส่วนคุณสมบัติของตัวเครื่องอื่นๆ ก็จะเหมือนกับ Samsung Galaxy S6 edge แทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอแสดงผลแบบ Dual Curved Edge Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 พิกเซล พร้อมด้วยหน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core 64-bit Exynos 7420 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A57 ความเร็ว 2.1 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-T760 MP8, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3 GB หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB หรือ 64 GB, กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels (ขนาดรูรับแสง F/1.9) พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพแบบ ISOCELL, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, กล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels (ขนาดรูรับแสง F/1.9) และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เวอร์ชัน 5.1.1 (Lollipop)

ส่วนดีไซน์ กับรูปร่างหน้าตาของ Samsung Galaxy S6 edge+ ตัวจริงจะเป็นอย่างไร มีฟีเจอร์อะไรให้ใช้งานกันบ้าง และคุ้มค่า คุ้มราคาหรือไม่ ขอเชิญทุกท่านไปชมรีวิว Samsung Galaxy S6 edge+ พร้อมกันได้เลยครับ

 

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

สำหรับแพ็กเกจของ Samsung Galaxy S6 edge+ จะมารูปแบบของกล่องสีขาวที่ดูสะอาดตา

ด้านล่างกล่องมีการระบุสีของตัวเครื่องเอาไว้ ซึ่งเครื่องที่ทางทีมงานจะนำมารีวิวให้รับชมกันในวันนี้ คือ สิทอง (Gold Platinum)

ด้านหลังกล่องมีการระบุสเปคเครื่องแบบคร่าวๆ เอาไว้ด้วย เช่น รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับหน่วยความจำภายในขนาด 32 GB เป็นต้น

นอกจาก Samsung Galaxy S6 edge+ แล้ว ภายในกล่องก็มีอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ครบครัน ได้แก่ คู่มือการใช้งาน, เข็มสำหรับจิ้มถาดซิมการ์ด, หูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร, สายชาร์จแบตเตอรี่ หรือส่งผ่านข้อมูลแบบ microUSB และ Adapter

สำหรับ Samsung Galaxy S6 edge+ จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Dual Curved Edge Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 พิกเซล ขนาด 5.7 นิ้ว ซึ่งจะมีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 154.4x75.8x6.9 มิลลิเมตร กับน้ำหนัก 153 กรัม

ด้านหน้าส่วนบนจะประกอบไปด้วยกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels (ขนาดรูรับแสง F/1.9), ลำโพงสำหรับฟังขณะทำการสนทนา, ระบบ Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้, ระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน และสัญญาณไฟ LED สำหรับแจ้งสถานะต่างๆ เช่น การชาร์จแบตเตอรี่ หรือมีข้อความใหม่ เป็นต้น

ด้านหน้าส่วนล่างจะประกอบไปด้วยปุ่มการสั่งงานแบบสัมผัส (Touch Panel) ได้แก่ ปุ่ม Recent Apps, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ

ด้านบนของตัวเครื่องจะมีถาดสำหรับใส่ซิมการ์ด (ซิมการ์ดที่ใช้ขะเป็นแบบ nanoSIM และรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE ด้วย) กับไมโครโฟนตัวที่สอง สำหรับตัดเสียงรบกวนขณะทำการบันทึกวิดีโอ หรือบันทึกเสียง

ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีช่องสำหรับเชื่อมต่อกับหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟน, ช่องสำหรับเชื่อมต่อกับสายชาร์จแบตเตอรี่ หรือส่งผ่านข้อมูลแบบ microUSB และลำโพงเสียงภายนอก

ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อกหน้าจอ

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับของเสียง

ส่วนดีไซน์ด้านหน้ากับด้านหลังตัวเครื่องของ Samsung Galaxy S6 edge+ จะเป็นแบบ Dual-Glass Design คือ ที่ด้านหน้า และด้านหลังของตัวเครื่อง จะเป็นกระจกแบบ Corning Gorilla Glass 4 ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วนได้ดี แถมยังมีสีสันที่ดูพรีเมี่ยมอีกด้วย โดยด้านหลังของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (ขนาดรูรับแสง F/1.9) ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์รับภาพแบบ ISOCELL, มีระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS (Optical Image Stabilization), มีไฟแฟลชในตัว (LED Flash), มีระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ (Auto Focus), มีระบบเลือกจุดโฟกัสภาพด้วยการสัมผัส (Touch Focus), มีระบบโฟกัสภาพแบบติดตามวัตถุ (Object Tracking AF) และเซ็นเซอร์สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจ นอกจากนี้ ภายในยังบรรจุแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh เอาไว้ ซึ่งมากกว่ารุ่นเดิมถึง 400 mAh (Samsung Galaxy S6 edge มีแบตเตอรี่ขนาด 2600 mAh) อีกทั้งแบตเตอรี่บน Samsung Galaxy S6 edge+ ยังรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายความเร็วสูง (Fast Wireless Charging) ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายให้เต็ม 100% ได้ภายในเวลา 2 ชั่วโมงอีกด้วย

เท่านั้นยังไม่พอทาง Samsung ยังเสริมความแข็งแกร่งตรงกรอบของตัวเครื่องด้วยใช้วัสดุที่เป็นโลหะ เรียกได้ว่า แข็งแกร่งรอบด้านเลยก็ว่าได้

 

Samsung Galaxy S6 edge+ รุ่นใหม่ ดีกว่า Samsung Galaxy S6 edge รุ่นเก่าอย่างไร?

แน่นอนว่า คำถามที่ยากจะหลีกเลี่ยงก็คือ แล้ว Samsung Galaxy S6 edge+ รุ่นใหม่ ดีกว่า Galaxy S6 edge รุ่นเก่าอย่างไรบ้าง? ซึ่งในวันนี้ทีมงานเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์ของเราก็ได้รวบรวมข้อมูลมาสรุปให้ทุกท่านได้ทราบกันแล้วดังรายละเอียดต่อไปนี้

- มีหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้นเป็นขนาด 5.7 นิ้ว (เดิมมีขนาด 5.1 นิ้ว)
- สามารถปรับแต่ง และใช้งานฟังก์ชันในส่วนของจอขอบโค้ง (Curved Edge Screen) ได้หลากหลายมากขึ้น (ใช้งานได้ทั้ง Application Edge และ People Edge)
- มีหน่วยความจำแรม (RAM) ที่เพิ่มขึ้นเป็นขนาด 4GB (เดิมมีขนาด 3GB)
- มีแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นเป็นขนาด 3000 mAh (เดิมมีขนาด 2600 mAh)
- กล้องดิจิทัลมีระบบป้องกันการสั่นไหวแบบใหม่ที่เรียกว่า VDIS (Video Digital Image Stabilization) ที่ทำงานควบคู่กับระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- รองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายความเร็วสูง (Fast Wireless Charging) ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายให้เต็ม 100% ได้ภายในเวลา 2 ชั่วโมง
- มีตัวเครื่องสีเงิน (Silver Titanium) ให้เลือกเพิ่มอีกหนึ่งสี (เดิมมีให้เลือกแค่สีทอง และสีดำ)
- ตัวเครื่องบางเฉียบกว่าเดิมที่ 6.9 มิลลิเมตร (เดิมบาง 7 มิลลิเมตร)
- รองรับ Bluetooth เวอร์ชัน 4.2 (เดิมเป็น Bluetooth เวอร์ชัน 4.1)
- ราคาเปิดตัวถูกกว่า 1,000 บาท (ราคาเปิดตัว Samsung Galaxy S6 edge รุ่นเดิม 27,900 บาท)

 

 

เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ

สำหรับ Samsung Galaxy S6 edge+ จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชัน 5.1.1 (Lollipop)

และยังมี Notification สำหรับการแจ้งเตือนต่างๆ รวมถึงการ เปิด-ปิด ฟังก์ชันลัดต่างๆ ก็มีให้ใช้งานด้วยเช่นกัน

สามารถตั้งค่าต่างๆ บนหน้าจอโฮมสกรีนได้ ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์, การนำวิดเจ็ตที่ใช้ต้องการใช้งานมาไว้ที่หน้าจอโฮมสกรีน

สามารถเปลี่ยนธีมได้ และสามารถเปลี่ยนสัดส่วนของหน้าจอโฮมสกรีนได้

นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลดธีมอื่นๆ มาใช้งานเพิ่มเติมได้ผ่าน Theme Store

สำหรับบริการต่างๆ จากทาง Google ก็มีให้ใช้งานครบบน Samsung Galaxy S6 edge+ เช่น Google Maps หรือ Chrome Browser เป็นต้น

อีกทั้งบน Samsung Galaxy S6 edge+ ก็มีแอปพลิเคชันให้ใช้งานหลากหลายในหน้า Apps Drawer

ส่วนฟังก์ชันโทรศัพท์ก็ใช้งานได้ง่ายตามสไตล์ของทาง Samsung อีกทั้งยังสามารถดูบันทึกการโทรทั้งหมดได้อีกด้วย

มาต่อกันที่คีย์บอร์ดการพิมพ์ข้อความต่างๆ บน Samsung Galaxy S6 edge+ กันบ้าง ซึ่งจะมีตัวอักษรอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับคีย์บอร์ดบนคอมพิวเตอร์ จึงช่วยให้พิมพ์ข้อความได้ง่าย และสามารถเลือกภาษามาใช้งานได้หลากหลายอีกด้วย

สำหรับเบราว์เซอร์อินเทอร์เน็ตบน Samsung Galaxy S6 edge+ ก็ตอบสนองการใช้งานได้ดี รวมถึงการแสดงผลบนหน้าจอแสดงผลขนาด 5.7 นิ้ว กับความละเอียดระดับ 2K ของ Samsung Galaxy S6 edge+ ยิ่งช่วยให้การแสดงรายละเอียดต่างๆ ครบถ้วน ชัดเจนเป็นอย่างมาก

ท่านสามารถรับชมข่าวสารต่างๆ จากทั่วโลกได้ผ่านฟีเจอร์ที่มีชื่อว่า Flipboard ทั้งข่าวเชิงธุรกิจ หรือข่าวกีฬา เป็นต้น

ในส่วนของอัลบั้มภาพถ่ายจะสามารถแสดงภาพถ่ายได้หลักๆ 2 แบบ คือ แบบรวมภาพถ่ายทั้งหมด กับแบบแยกอัลบั้ม

คุณสามารถจดบันทึกเรื่องราว หรือตารางงานต่างๆ ได้ผ่านแอปพลิเคชัน Memo

Samsung Galaxy S6 edge+ จะมีแอปพลิเคชัน Smart Manager สำหรับจัดการระบบต่างๆ ภายในเครื่อง ได้แก่ การใช้งานแบตเตอรี่, หน่วยความจำภายใน, หน่วยความจำแรม และระบบความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยให้เครื่องของคุณทำงานได้ลื่นไหล และตอบสนองการใช้งานได้ดีดังเดิม เพียงแค่กดปุ่ม Clean All

นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 edge+ ยังมีโหมด Ultra Power Saving สำหรับการประหยัดพลังงาน โดยจะเปลี่ยนรูปแบบของการแสดงผลให้เป็นแบบขาว-ดำ และจำกัดให้ใช้เฉพาะบางแอปพลิเคชันที่จำเป็นเท่านั้น

Samsung Galaxy S6 edge+ จะมีหน่วยความจำภายในขนาด 32 GB

อีกหนึ่งความน่าสนใจบน Samsung Galaxy S6 edge+ คือ มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือให้ใช้งาน (Fingerprint Scanner) ซึ่งคุณสามารถบันทึกได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมืออีกด้วย

Samsung Galaxy S6 edge+  ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันการสั่งงานด้วยท่าทาง เช่น การเตือนอัจฉริยะ คือ โทรศัพท์จะทำการสั่นเตือน เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพื่อแจ้งให้ทราบว่ามีสายที่ไม่ได้รับ หรือมีข้อความใหม่, นำฝ่ามือมาวางบนหน้าจอ หรือคว่ำโทรศัพท์ เพื่อสั่งปิดเสียง และการปัดสันมือผ่านหน้าจอ เพื่อจับภาพหน้าจอ

สำหรับคนที่ชื่นชอบการออกกำลัง Samsung Galaxy S6 edge+ ก็มีแอปพลิเคชัน S Health ที่เป็นเหมือนผู้ช่วยที่จะคอยช่วยเหลือในการออกกำลังต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น การนับก้าวเดิน, การนับระยะทาง, การจับเวลา และแสดงอัตราการเผาผลาญ เป็นต้น

อีกทั้ง Samsung Galaxy S6 edge+ ยังรองรับการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน SideSync เวอร์ชัน 3.0 สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุ๊ค เพื่อส่งผ่านข้อมูลต่างๆ หรือควบคุมสมาร์ทโฟนจากโน๊ตบุ๊คได้แบบง่ายอีกด้วย


อีกหนึ่งความน่าสนใจบน Samsung Galaxy S6 edge+ คือ ฟังก์ชัน People Edge ซึ่งจะสามารถแสดงไอคอนบุคคลสำคัญได้ทั้งหมด 5 คน โดยเราสามารถโทรออก, ส่งข้อความ หรือส่งอีเมลไปหาได้ง่าย และรวดเร็วเป็นพิเศษ รวมถึงสามารถเปิด-ปิดการใช้งาน People Edge หรือ ตั้งค่าผู้ติดต่อ รวมถึงการตั้งค่าการแจ้งเตือนเมื่อยกเครื่องขึ้นมาได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถกำหนดสีของไฟที่จะแสดง สำหรับผู้ติดต่อแต่ละคนได้ทั้งหมด 8 สีด้วยกัน

โดยเมื่อมีคนสำคัญของเราติดต่อเข้ามา แสงไฟดังกล่าวก็จะแสดงบนขอบของหน้าจอด้วยสีต่างๆ กัน ตามที่เรากำหนดเอาไว้ แต่แสงสีสวยๆ ที่เห็นนี้จะแสดงก็ต่อเมื่อเราคว่ำหน้าจอ Samsung Galaxy S6 edge+ อยู่ด้วยนะครับ

และนอกจาก ฟังก์ชัน People Edge แล้ว Samsung Galaxy S6 edge+ ยังมีฟังก์ชัน App Edge ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ให้ใช้งานด้วย โดยคุณสามารถเลือกแอปพลิเคชันที่ใช้บ่อยได้ทั้งหมด 5 แอปพลิเคชัน เพื่อความสะดวกสบายต่อการเปิดใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องไปเลื่อนหาให้เสียเวลาอีกต่อไป (ฟังก์ชัน App Edge จะไม่มีให้ใช้งานบน Samsung Galaxy S6 edge)


 

ในขณะที่หน้าจอดับอยู่ เมื่อเราสไลด์นิ้วที่ขอบจอเร็วๆ ก็จะปรากฏฟังก์ชันที่เรียกว่า Information Stream ขึ้นมา โดยจะมีการแสดงทั้งข้อมูลวัน-เวลา, เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่, สายที่ไม่ได้รับ และฟีดข้อมูลข่าวสารต่างๆ

นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกเปิด-ปิดการใช้งานแถบฟีดข้อมูลต่างๆ ได้ รวมถึงสามารถตั้งค่าเพิ่มเติมของแต่ละแถบฟีดข้อมูลได้เองครับ และหากแถบฟีดข้อมูลที่มีมาให้ยังไม่พอ เราก็สามารถกดเข้าไปดาวน์โหลดแถบฟีดข้อมูลมาติดตั้งเพิ่มเติมได้ครับ

Samsung Galaxy S6 edge+ ยังมาพร้อมกับแอปพลิเคชันสำหรับฟังเพลง ซึ่งสามารถปรับค่ารูปแบบเสียงต่างๆ ได้ตามต้องการ


Samsung Galaxy S6 edge+ ยังสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงระดับ 2K ได้อย่างไหลลื่น สีสันก็สมจริง และด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ยิ่งช่วยเพิ่มอรรถรสในการชมภาพยนตร์ได้มากขึ้นอีกด้วย

ฟังก์ชัน Popup Play ก็มีให้ใช้งานบน Samsung Galaxy S6 edge+ ด้วยเช่นกัน

สำหรับ Samsung Galaxy S6 edge+ จะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core 64-bit Exynos 7420 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A57 ความเร็ว 2.1 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz),หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB, หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชัน 5.1.1 (Lollipop)


ด้วยคุณสมบัติตัวเครื่องที่เรียกได้ว่าอยู่ในระดับไฮเอนด์ จึงทำให้ Samsung Galaxy S6 edge+ สามารถตองโจทย์ด้านความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมที่มีกราฟิกค่อนข้างเยอะ หรือการชมภาพยนตร์ความละเอียดสูง Samsung Galaxy S6 edge+ ก็สามารถตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี ไม่มีอาการหน่วงแต่อย่างใด

และเมื่อนำ Samsung Galaxy S6 edge+ มาทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark พบว่าได้คะแนนอยู่ที่ 68970 คะแนน

ต่อด้วยการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน GPUbench พบว่าได้คะแนนอยู่ที่ 21244 คะแนน

โดย Samsung Galaxy S6 edge+ สามารถรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด

และถ้าหากท่านใดที่ต้องการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอื่นๆ มาใช้งานเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ผ่านแอปพลิเคชัน Galaxy Apps กับ Google Play Store

 

กล้องดิจิทัล การถ่ายภาพนิ่ง และภาพวิดีโอ

สำหรับ Interface ของกล้องดิจิทัลบน Samsung Galaxy S6 edge+ ก็มีหน้าตาที่ใช้งานได้ง่าย มีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกใช้งานมากมาย เช่น Panorama หรือ Selective focus เป็นต้น

ส่วนโหมดถ่ายภาพโปร กับโหมดการถ่ายภาพ Virtual Shot ก็มีให้ใช้งานบน Samsung Galaxy S6 edge+ ด้วยเช่นกัน

อีกทั้งยังสามารถตั้งกล้องถ่ายภาพได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สามารถเลือกความละเอียดของกล้องถ่ายภาพได้หลายแบบ ได้แก่ 16 ล้านพิกเซล, 12 ล้านพิกเซล, 8.9 ล้านพิกเซล, 8 ล้านพิกเซล, 6 ล้านพิกเซล และ 2.4 ล้านพิกเซล, สามารถ เปิด-ปิด หรือใช้งานออโต้ การใช้งานไฟแฟลช LED ได้

สามารถตั้งเวลาเพื่อถ่ายภาพได้ 4 แบบ ได้แก่ ปิดการใช้งาน, 2 วินาที, 5 วินาที และ 10 วินาที, สามารถ เปิด-ปิด หรือออโต้ โหมด HDR ได้

มีเอฟเฟกต์สำหรับถ่ายภาพให้เลือกใช้งานมากมาย และยังสามารถตั้งค่าการใช้งานแบบอื่นๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การปรับความละเอียดของไฟล์วิดีโอได้ 6 แบบ คือ UHD, QHD, Full HD (60fps), Full HD, HD และ VGA

สามารถ เปิด-ปิด การใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น การโฟกัสตามวัตถุ (Tracking AF), การใช้งานตาราง 9 ช่อง, ระบุสถานที่บนภาพถ่าย, ดูภาพตัวอย่างหลังจากถ่ายภาพ, ฟังก์ชันเข้าเข้าใช้งานกล้องถ่ายภาพแบบเร่งด่วน และการถ่ายภาพด้วยเสียง

สามารถเพิ่มฟังก์ชันให้กับปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับของเสียงได้ 3 อย่าง คือ ถ่ายภาพ, บันทึกวิดีโอ และซูม พร้อมทั้งยังสามารถคืนการตั้งค่าทั้งหมดได้

ส่วนกล้องดิจิทัลด้านหน้าก็สามารถใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกัน โดยจะแยกไอคอนฟังก์ชันต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานมากมาย เช่น Smart Selfie หรือ Wide Selfie เป็นต้น

โดยกล้องดิจิทัลด้านหน้าสามารถปรับค่าต่างๆ ได้หลายแบบ ได้แก่ สามารถเลือกความละเอียดของกล้องถ่ายภาพได้สูงสุดที่ 5 ล้านพิกเซล, โหมดการถ่ายภาพ Smart Selfie สามารถปรับระดับได้ตั้งแต่ 0-8 ตามความต้องการ, สามารถตั้งเวลาเพื่อถ่ายภาพได้ 4 แบบ ได้แก่ ปิดการใช้งาน, 2 วินาที, 5 วินาที และ 10 วินาที และสามารถ เปิด-ปิด หรือออโต้ โหมด HDR ได้

ส่วนเอฟเฟกต์สำหรับถ่ายภาพก็มีให้ใช้งานด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานแบบอื่นๆ ได้อีกหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การปรับความละเอียดของไฟล์วิดีโอได้ 4 แบบ คือ QHD, Full HD, HD และ VGA, สามารถ เปิด-ปิด การใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น การสั่งงานถ่ายภาพด้วยการยกฝ่ามือ (Palm Selfie), การใช้งานตาราง 9 ช่อง, ระบุสถานที่บนภาพถ่าย, ดูภาพตัวอย่างหลังจากถ่ายภาพ, ฟังก์ชันเข้าใช้งานกล้องถ่ายภาพแบบเร่งด่วน และการถ่ายภาพด้วยเสียง เป็นต้น

สามารถเพิ่มฟังก์ชันให้กับปุ่ม เพิ่ม-ลดระดับของเสียงได้ 3 อย่าง คือ ถ่ายภาพ, บันทึกวิดีโอ และซูม พร้อมทั้งยังสามารถคืนการตั้งค่าทั้งหมดได้

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 16 ล้านพิกเซล ของ Samsung Galaxy S6 edge+


ตัวอย่างภาพ : ที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพโปร (Pro) ปรับชัตเตอร์ถ่ายภาพแบบเร็ว (1/2500)


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพโปร (Pro) ปรับชัตเตอร์ถ่ายภาพแบบเร็ว (1/2500)


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพโปร (Pro) ปรับชัตเตอร์ถ่ายภาพแบบช้า 8 วินาที


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพโปร (Pro) ปรับชัตเตอร์ถ่ายภาพแบบช้า 10 วินาที

 

ตัวอย่างภาพถ่ายโหมด หน้าสวย (Smart Beauty) ของ Samsung Galaxy S6 edge+


ภาพถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (Beautify) ปรับค่าระดับ 4


ภาพถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (Beautify) ปรับค่าระดับ 6


ภาพถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (Beautify) ปรับค่าระดับ 8

 

 

สรุปผลการทดสอบของ Samsung Galaxy S6 edge+

ต้องยอมรับเลยว่า Samsung Galaxy S6 edge+ คือ สมาร์ทโฟนเรือธงที่มีดีไซน์สวยหรูเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องของจอขอบโค้งทั้งสองด้านแบบ Dual Cueved Edge, ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Dual-Glass Design และกรอบตัวเครื่องโลหะอลูมิเนียม ที่ผสมผลานกันได้อย่างลงตัว และดูพรีเมี่ยมเป็นที่สุด แต่ที่พิเศษไปกว่านั้น คือ แม้ว่า Samsung Galaxy S6 edge+ จะมีตัวเครื่องขนาดใหญแต่กลับมีขนาดของตัวเครื่องที่บางเพียง 6.9 มิลลิเมตร เท่านั้น ซึ่งบางกว่า Samsung Galaxy S6 edge อยู่ 0.1 มิลลิเมตร ซึ่งทำให้เรามองเห็นถึงการพัฒนาด้านการออกแบบของทางซัมซุงเลยก็ว่าได้

ส่วนจุดขายหลักบน Samsung Galaxy S6 edge+ จะเป็นในเรื่องของฟีเจอร์พิเศษๆ อย่าง Edge Screen กับ App Edge ที่จะช่วยการใช้ชีวิตในแต่ละวันดูง่ายขึ้นไปเลยก็ว่าได้ ทั้งในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร หรือเปิดแอปพลิเคชันได้รวดเร็วทันใจ และรวมถึงฟังก์ชัน Information Stream สำหรับแสดงข้อความต่างๆ หรือสายที่ไม่ได้รับ ซึ่งจะช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการติดต่อ

ส่วนในเรื่องของสเปคเครื่องก็จัดมาให้แบบเต็มสูบ ที่จะสามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอแสดงผลแบบ Dual Curved Edge Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 พิกเซล ขนาด 5.7 นิ้ว พร้อมด้วยหน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core 64-bit Exynos 7420 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A57 ความเร็ว 2.1 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-T760 MP8, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3 GB หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชัน 5.1 (Lollipop)

อีกหนึ่งจุดขายสำคัญบน Samsung Galaxy S6 edge+ จะเป็นในเรื่องของกล้องดิจิทัลทั้งด้านหน้า และด้านหลัง โดยกล้องดิจิทัลด้านหลังจะมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (รูรับแสง F/1.9) พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพแบบ ISOCELL, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และไฟแฟลช LED ซึ่งจากการทดสอบถ่ายภาพทั้งในสภาพแสงปกติ กับสภาพแสงน้อย บอกได้เลยว่ากล้องดิจิทัลด้านหลังตอบสนองการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม ภาพถ่ายที่ได้มีความคมชัด สีสันสดใส และที่สนุกไปกว่านั้นคือ กล้องดิจิทัลด้านหลังโหมดมีถ่ายภาพแบบโปร ที่สามารถปรับ Shutter Speed กับ ISO ได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณถ่ายภาพได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น การถ่ายภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหม หรือแสงไฟต่างๆ เป็นต้น ส่วนกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (รูรับแสง F/1.9) ก็ตอบสนองการใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน อีกทั้ง ยังมีโหมดถ่ายภาพสำหรับคนรักการถ่ายภาพเซลฟี่อย่าง Smart Selfie ให้ใช้งานอีกด้วย หรือจะถ่ายภาพพร้อมกับกลุ่มเพื่อนเป็นสิบคนก็ไม่หวั่น เพราะ Samsung Galaxy S6 edge+ สามารถเก็บภาพได้ครบทุกคนด้วยโหมดการถ่ายภาพ Wide Selfie นั่นเอง

ไม่เพียงเท่านั้น Samsung Galaxy S6 edge+ ยังรองรับการเชื่อมต่ออื่นเน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G ได้ครบทุกคลื่นความถี่ อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ NFC อีกด้วย นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 edge+ ยังมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 3000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยี Fast Charging กับรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย อีกทั้งยังมีโหมด Ultra Power Saving สำหรับการประหยัดพลังงาน จึงมั่นใจได้ว่า คุณจะสามารถใช้งาน Samsung Galaxy S6 edge+ ได้นานตลอดทั้งวันอย่างแน่นอน

โดย Samsung Galaxy S6 edge+ ได้เปิดราคาออกมาที่ 26,900 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ สีทอง, สีดำ และสีเงิน แน่นอนว่า ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง บวกกับฟีเจอร์ที่อัดแน่นอยู่ภายใน Samsung Galaxy S6 edge+ จึงเหมาะกับผู้ที่มีงบประมาณไม่จำกัด ที่ต้องการสมาร์ทโฟนดีไซน์ล้ำสมัย ไม่เหมือนใคร พร้อมฟังก์ชันใช้งานที่หลากหลาย และสามารถตอบสนองการใช้งานได้ทุกรูปแบบ บอกได้เลยว่า Samsung Galaxy S6 edge+ ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามครับ สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง Samsung ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Samsung Galaxy S6 edge+ มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน พบกันได้ใหม่ ในโอกาสหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

 

จุดเด่นของ Samsung Galaxy S6 edge+

- ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Dual-Glass Design ด้วยกระจกแบบ Gorilla Glass ทั้งด้านหน้า และด้านหลังของตัวเครื่อง พร้อมการเคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Nano-Thin Multi-Coating
- กรอบตัวเครื่องแบบโลหะ (Metal Frame) ด้วยวัสดุแบบ 7000 Series Aluminium ซึ่งมีความแข็งแรงทนทานมากกว่ารุ่นเดิม
- จอแสดงผลแบบ Dual Curved Edge Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 Pixels (2K QHD : กว้าง 5.7 นิ้ว : 518 ppi) พร้อมกระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass 4 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วน
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit Exynos 7420 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A57 ความเร็ว 2.1 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz)
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.1.1 (Lollipop)
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor)
- เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Sensor)
- กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 16 ล้านพิกเซล (F1.9) พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพแบบ ISOCELL, ระบบป้องกันการสั่นแบบ VDIS+OIS, ไฟแฟลชในตัว (LED Flash), ระบบโฟกัสภาพแบบติดตามวัตถุ (Object Tracking AF), โหมดถ่ายภาพแบบโปร และรองรับการถ่ายภาพวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (2160p : 3840x2160 Pixels : 30 fps)
- กล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้านพิกเซล (F1.9) พร้อมรองรับการถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 2K QHD (2560x1440 Pixels)
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ WiFi, 4G LTE, 3G HSPA+, EDGE และ GPRS
- รองรับการใช้งาน 4G LTE กับ 3G ทุกคลื่นความถี่ในประเทศไทย
- รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายแบบ NFC (Near Field Communication), MST (Magnetic Secure Transmission), Bluetooth, ANT+ และ Infrared
- รองรับการจ่ายเงินผ่านบริการ Samsung Pay (รองรับการใช้งานร่วมกับ Visa และ MasterCard)
- ระบบ GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง) พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS และ Beidou
- ชนิดแบตเตอรี่ Li-Ion Polymer 3000 mAh
- รองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายความเร็วสูง (Fast Wireless Charging : รองรับมาตรฐาน Qi และ PMA)
- โหมด Ultra Power Saving สำหรับการประหยัดพลังงาน (ล็อคการใช้งานบางฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็น และเปลี่ยนสีของหน้าจอเป็น ขาว-ดำ : แบตเตอรี่ 10% สามารถใช้งานต่อได้นานประมาณ 24 ชั่วโมง)
- ราคา 26,900 บาท เป็นราคาเปิดตัวเปิดตัวที่ถูกกว่า Samsung Galaxy S6 edge รุ่นแรก (รุ่นแรกมีราคาเปิดตคัว 27,900 บาท)

 

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Samsung Galaxy S6 edge+

- ตัวเครื่องมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมีพื้นผิวที่ค่อนข้างมันลื่น การจับถือใช้งานด้วยมือข้างเดียวอาจไม่คล่องตัวมากนัก
- ไม่มีวิทยุ FM ในตัว
- เครื่องมีการสะสมความร้อนแบบรู้สึกได้ ถ้าตัวเครื่องมีการประมวลผลสูง เช่น เล่นเกม เป็นต้น
- ตัวเครื่องเป็นดีไซน์แบบไม่มีฝาหลัง จึงไม่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้
- ไม่สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำเพิ่มเติมได้
- ไฟแฟลชยังคงเป็นแบบดวงเดียว (Single-LED)

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 

สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติแบบสรุป (Specification) ของ Samsung Galaxy S6 edge+ ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

Samsung Galaxy S6 edge+ Specification
Samsung Galaxy S6 edge Specification
Samsung Galaxy S6 Specification title="Sony Xperia ZL Specification">

 

:: ไปหน้าแรกเว็บไซต์ Thaimobilecenter | ไปหน้าแรก Mobile Focus ::

 

 

 


 












 รีวิว Huawei Mate 20
เรือธงกล้อง Leica Triple Camera โฉมใหม่ ผสานพลังแห่ง Kirin 980 และฟีเจอร์ไฮเอนด์ขั้นสุด ในราคาที่ไม่เกินเอื้อม!

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy A7
สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 3 ตัว กว้างพิเศษแบบ Ultra Wide พร้อมจอ 6 นิ้ว และกล้องหน้า 24MP บนบอดี้กระจกเงางาม

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy J4+
สมาร์ทโฟนจอใหญ่ ในราคาเล็กๆ พร้อมสเปกกำลังดี และระบบเสียง Dolby Atmos บนตัวเครื่อง Glossy Cover สวยเงางาม

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy Watch
สมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพ และการออกกำลังกายใหม่ล่าสุด ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในหนึ่งเดียว!

[รายละเอียด]
 รีวิว Infinix Note 5 Stylus
สมาร์ทโฟน Android One พร้อมปากกา X Pen และสเปกจัดเต็ม ในราคาสุดคุ้มเพียง 8,990 บาท!

[รายละเอียด]
 รีวิว Samsung Galaxy Tab S4
ยอดแท็บเล็ตตัวท็อปเพื่อการทำงาน และความบันเทิงแบบเต็มพิกัด ที่เป็นดั่ง PC เคลื่อนที่ บนบอดี้เรียบหรูบางเฉียบ!

[รายละเอียด]
รายการรีวิวมือถือทั้งหมด








Honor Magic 2 หลุดผลทดสอบก่อนเปิดตัวจริงพรุ่งนี้ ทายาทมือถือเกมมิ่งตัวท็อปแรงด้วยชิป Kirin 980 กับจอไร้ขอบ 4 ด
Honor Magic 2 หลุดผลทดสอบก่อนเปิดตัวจริงพรุ่งนี้ ทายาทมือถือเกมมิ 
สำหรับ Honor Magic 2 ทายาทเกมมิ่งโฟนรุ่นต่อไปจากค่าย Honor ยืนยันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะเปิดตัวในวันพรุ
Vivo Y81i ขายไทยแล้ววันนี้ในราคา 4,499 บาท! มาพร้อมระบบสแกนหน้า กล้องหน้า AI Face Beauty และจอไร้ขอบ 6.22 นิ้ว
Vivo Y81i ขายไทยแล้ววันนี้ในราคา 4,499 บาท! มาพร้อมระบบสแกนหน้า ก 
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทาง Vivo ได้ทำการเปิดตัวมือถือ Y-Series น้องเล็กรุ่นใหม่ในประเ
OPPO ทดสอบมือถือต่อเน็ต 5G สำเร็จแล้ว คาดเตรียมเปิดตัวมือถือรองรับ 5G รุ่นแรกปีหน้า
OPPO ทดสอบมือถือต่อเน็ต 5G สำเร็จแล้ว คาดเตรียมเปิดตัวมือถือรองรั 
เครือข่าย 5G อาจไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป เพราะในระยะหลังเราจะเห็นได้ว่า แบรนด์สมาร์ทโฟนหลายต่อหลายค่
OPPO R17 Pro เตรียมเข้าไทยเร็วๆ นี้ มือถือระบบสแกนนิ้วใต้จอ พร้อมกล้องหลัง 3 ตัว และระบบชาร์จเร็ว Super VOOC F
OPPO R17 Pro เตรียมเข้าไทยเร็วๆ นี้ มือถือระบบสแกนนิ้วใต้จอ พร้อม 
ย้อนกลับไปในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมากับการเปิดตัวของ OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนระดับท็อปรุ่นใหม่จากตระกูล R-Seri
Xiaomi เตรียมปล่อยอัปเดตกล้อง Mi 8 และ Mi Mix 2s ให้ถ่ายได้สวยเหมือนกับ Mi Mix 3 เร็วๆ นี้
Xiaomi เตรียมปล่อยอัปเดตกล้อง Mi 8 และ Mi Mix 2s ให้ถ่ายได้สวยเหม 
หนึ่งในจุดเด่นของ Xiaomi Mi Mix 3 ที่เพิ่งเปิดตัวไปคือกล้องคู่ที่สามารถถ่ายภาพได้อย่างสวยงาม จนได้รับคะแน
เปิดตัว OnePlus 6T นักฆ่าเรือธงรุ่นอัปเกรด กับระบบสแกนนิ้วใต้จอ บนจอไร้ขอบโฉมใหม่ 6.41 นิ้ว แรงด้วยชิป Snapdra
เปิดตัว OnePlus 6T นักฆ่าเรือธงรุ่นอัปเกรด กับระบบสแกนนิ้วใต้จอ บ 
ล่าสุดก็เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ สำหรับ OnePlus 6T สมาร์ทโฟนระดับท็อปเจ้าของฉายานักฆ่าเรือธงรุ่น
Google Pixel 3 XL พบบั๊กสุดแปลก รอยบากโผล่ด้านข้างเครื่อง ทาง Google เตรียมแก้ไขเร็วๆ นี้
Google Pixel 3 XL พบบั๊กสุดแปลก รอยบากโผล่ด้านข้างเครื่อง ทาง Goo 
เริ่มวางจำหน่ายในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Google Pixel 3 และ Pixel 3 XL สมาร์ทโฟนระดับเรือธงร
Lenovo Z5 Pro เผยทีเซอร์ชุดใหม่ ยืนยันจอไร้ขอบไร้รอยบาก, กลไกกล้องสไลด์, กล้องคู่หน้า-หลัง และระบบเสียงเซอร์รา
Lenovo Z5 Pro เผยทีเซอร์ชุดใหม่ ยืนยันจอไร้ขอบไร้รอยบาก, กลไกกล้อ 
ก่อนหน้านี้ข้อมูลของ Lenovo Z5 Pro ว่าที่เรือธงตัวใหม่ล่าสุดได้หลุดออกมามากพอสมควร โดยมีทั้งภาพคอนเซ็ปต์เ
Asus Zenfone 6 (2019) หลุดภาพตัวเครื่องรุ่นทดสอบ 3 แบบ โชว์การฝังกล้องหน้าใต้จอ และกล้องหลัง 3 ตัว ก่อนเปิดตัว
Asus Zenfone 6 (2019) หลุดภาพตัวเครื่องรุ่นทดสอบ 3 แบบ โชว์การฝัง 
Asus Zenfone เป็นสมาร์ทโฟนอีกตระกูลหนึ่งที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา ซึ่งปัจจุบันก็ได้พัฒนาออกมาจนถึงเจเนอเ
OnePlus 6T เผยสเปกเต็มๆ ก่อนเปิดตัวคืนนี้ มาพร้อมสแกนนิ้วใต้จอ ชิปตัวแรง Snapdragon 845 กล้องหลังคู่ 16+20 ล้า
OnePlus 6T เผยสเปกเต็มๆ ก่อนเปิดตัวคืนนี้ มาพร้อมสแกนนิ้วใต้จอ ชิ 
ในคืนวันนี้ (29 ตุลาคม 2018) ก็จะเข้าสู่งานเปิดตัว OnePlus 6T สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ OneP
รายการอัพเดททั้งหมด



ราคามือถือ อัพเดทล่าสุด !!


iPhone Xr 256GB 35,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xr 128GB 31,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xr 64GB 29,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs Max 512GB 57,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs Max 256GB 49,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs Max 64GB 43,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs 512GB 53,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs 256GB 45,900 บาท ราคาคงที่
iPhone Xs 64GB 39,900 บาท ราคาคงที่
OPPO F7 128GB 10,990 บาท ราคาลดลง 3,000 บาท จากราคาเดิม 13,990  บาท
OPPO F7 8,990 บาท ราคาลดลง 2,000 บาท จากราคาเดิม 10,990  บาท
Xiaomi Redmi Note 6 Pro 6,990 บาท
Wiko Sunny3 Plus 2,090 บาท
Wiko Lenny5 2,890 บาท
Wiko Tommy3 Plus 3,190 บาท
Infinix Note 5 Stylus 8,990 บาท
OPPO A3s 32GB 6,990 บาท
Samsung Galaxy J8 7,490 บาท ราคาลดลง 2,000 บาท จากราคาเดิม 9,490  บาท
Samsung Galaxy J6+ 7,990 บาท
รายการ ราคามือถือ ทั้งหมด



อัพเดท ข่าวสารล่าสุด (New update)

Y81i น้องเล็กสุดโดนใจ!!! จอกว้างเต็มตา Full ViewDisplay 6.22 นิ้ว
Y81i น้องเล็กสุดโดนใจ!!! จอกว้างเต็มตา Full ViewDisplay 6.22 
Vivo เปิดตัวน้องใหม่อีกหนึ่งรุ่นใน Vivo Y81i กับดีไซน์โดดเด่นที่ออกแบบให้มีขอบด้านข้างที่บางลงสามารถใช้งา
โอกาสมาถึงแล้ว! ซัมซุง ชวนสาวๆ เซลฟี่ ลุ้นกระทบไหล่โอปป้าสุดฮอต “จอง แฮ อิน” ถึงประเทศเกาหลีร่วมสนุกได้
โอกาสมาถึงแล้ว! ซัมซุง ชวนสาวๆ เซลฟี่ ลุ้นกระทบไหล่โอปป้าสุด 
ซัมซุง เชิญชวนสาวๆ ร่วมสนุกกับกิจกรรม “กาแลคซี่ แฟน วีค” ลุ้นเป็น 5 สาวผู้โชคดี บินลัดฟ้า ร่วมถ่ายรายการ
สิ้นสุดการรอคอย Vivo จัดกิจกรรมสุดว้าว!!! ลุ้นรับบัตร Vivo V11 x BAMBAM GOT7 Exclusive Fan Meet
สิ้นสุดการรอคอย Vivo จัดกิจกรรมสุดว้าว!!! ลุ้นรับบัตร Vivo V 
Vivo จัดกิจกรรมให้กับแฟนๆ และพรีเซ็นเตอร์ Vivo V11/11i คนล่าสุดกับ BAMBAM GOT7 ในกิจกรรม “ Vivo V11 x BAM
Realme ปล่อยวีดีโอแบรนด์ปลุกกระแส ยืนยันการเข้าไทย หลังผ่าน กสทช. แล้ว!
Realme ปล่อยวีดีโอแบรนด์ปลุกกระแส ยืนยันการเข้าไทย หลังผ่าน  
เมื่อไม่นานมานี้ Realme (เรียลมี) แบรนด์สมาร์ทโฟนสำหรับคนรุ่นใหม่ ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเท
iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Lazada ส่งถึงมือลูกค้าคนแรกแล้ว ในเวลา 09.12 น.
iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Lazada ส่งถึงมือลูกค้าคนแรกแล้ว ในเ 
หลังจากที่ Lazada เปิดให้สั่งซื้อ iPhone XR, iPhone XS และ iPhone XS Max อย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 8.00 น.
รายการอัพเดททั้งหมด


    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com