หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 13/8/2563

ทำไมมือถือชิปเซ็ต Snapdragon 765G ถึงน่าสนใจไม่แพ้มือถือเรือธงราคาแพง?

 

หากพูดถึงชิปเซ็ตของค่าย Qualcomm หลายท่านน่าจะนึกถึงชิปเซ็ตซีรีส์ระดับท็อปอย่าง Snapdragon 855 หรือ Snapdragon 865 กันเป็นหลัก แต่จริงๆ แล้วยังมีชิปเซ็ตอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ และกำลังได้รับความนิยมจากแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนด้วยอย่าง Snapdragon 765G แต่ทำไมมือถือที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 765 ถึงมีความน่าสนใจไม่แพ้กับมือถือชิปเรือธงราคาแพง มาหาคำตอบกันดีกว่าครับ

 

รองรับ 5G 

ชิปเซ็ตสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G ในตอนนี้ถือว่ามีตัวเลือกไม่เยอะมากนัก และส่วนใหญ่จะจำกัดอยู่เฉพาะรุ่นเรือธงเท่านั้น แต่การที่ Qualcomm ตัดสินใจพัฒนาชิปเซ็ต Snapdragon 765G ที่รองรับการทำงานร่วมกับโมเด็ม Snapdragon X52 เพื่อช่วยให้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อ 5G ได้เหมือนกับรุ่นเรือธง ก็ถือเป็นการเปิดตลาดสมาร์ทโฟน 5G ระดับกลางได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบัน ค่ายมือถือที่เคยปล่อยมือถือเรือธง 5G ออกมาก่อนหน้านี้ ก็ทยอยเปิดตัวมือถือรุ่นกลางที่รองรับ 5G ให้เห็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

แรงเทียบชั้นเรือธง

แม้ว่า Snapdragon 765G จะเป็นชิปเซ็ตที่จัดอยู่ในซีรีส์ระดับกลาง-กึ่งท็อป แต่สำหรับประสิทธิภาพการทำงานจริงแล้ว ถือว่าใกล้เคียงกับเรือธงรุ่นก่อนๆ ที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 845 เป็นอย่างมาก เพราะหากเราลองไปดูผลคะแนนทดสอบโดยรวมจากแอปพลิเคชัน AnTuTu จะเห็นได้ว่า Snapdragon 765G สามารถทำคะแนนได้ราว 3.1 แสนคะแนน ซึ่งสูสีกับ Snapdragon 845 ที่ทำคะแนนทดสอบโดยรวมได้ประมาณ 3.5 แสนคะแนน

 

ราคาเข้าถึงง่าย

อีกจุดเด่นของชิปเซ็ต Snapdragon 765G ที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนก็คือ ราคาวางจำหน่าย โดยหากเราลองย้อนกลับไปดูสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิปเซ็ตรุ่นดังกล่าวอย่าง Redmi K30 5G ก็เปิดราคาวางจำหน่ายในประเทศจีนเริ่มต้นที่ 1,999 หยวน หรือประมาณ 8,600 บาทเท่านั้น หรือหากเป็นราคาวางจำหน่ายของเครื่องที่ขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการอย่างเช่นรุ่น realme X50 5G ก็เปิดราคาขายเริ่มต้นเพียง 12,990 บาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นช่วงราคาที่ขยับมาจาก Segment ของสมาร์ทโฟนระดับกลางมาไม่สูงมากนัก

 

รองรับฟีเจอร์เด่นๆ เหมือนกับรุ่นเรือธง!

ความสามารถของชิป Snapdragon 765G ไม่ได้มีเพียงแค่รองรับ 5G เท่านั้น เพราะฟีเจอร์อื่นๆ ที่มีบนสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นปัจจุบัน ก็สามารถรองรับการทำงานได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 120Hz, กล้องหลังความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล หรือแม้แต่ระบบชาร์จเร็วแบบ Qualcomm Quick Charge 4+ ซึ่งถือว่าเป็นชิปเซ็ตที่ค่อนข้างตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์


มีขายในไทยแล้ว!

ปิดท้ายด้วยข้อสำคัญอย่างการวางจำหน่าย เพราะในปัจจุบันสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 765G มีการนำเข้ามาวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างเช่น realme X50 5G ที่มาพร้อมกับจุดเด่นด้านหน้าจอ Refresh Rate 120Hz พร้อม RAM 8GB รวมถึงระบบชาร์จเร็ว 30W นอกจากนี้ ก็กำลังจะมีอีกหนึ่งรุ่นที่เข้าไทยด้วยนั่นก็คือ OnePlus Nord ที่มาพร้อมกับจุดเด่นด้านหน้าจอ Fluid AMOLED สุดลื่นไหลที่ 90Hz พร้อมกล้องหลัง 64 ล้าน และระบบ OxygenOS ที่ได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง 

 


วันที่ : 13/8/2563