หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 22/2/2564

รวมมือถือน่าใช้ปี 2021 ราคาไม่เกิน 10,000 บาท มีรุ่นไหนจากแบรนด์ใดบ้าง? มาดูกัน!

 

เรียกได้ว่าในปี 2021 มีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ เปิดตัวให้เห็นกันแบบไม่ขาดสายเลยทีเดียว โดยมือถือแต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์ต่างก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไปเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ในวันนี้ทางทีมงานจึงได้รวบรวมมือถือที่น่าสนใจในปี 2021 ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ววันนี้ และมีราคาวางจำหน่ายไม่เกิน 10,000 บาท เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้แก่ทุกท่าน หากพร้อมแล้วไปติดตามกันเลยครับ

*เกณฑ์การเลือกมือถือที่น่าสนใจประจำปี 2021 ในช่วงราคาไมเ่กิน 10,000 บาทจากทีมงาน

  1. รองรับ 5G
  2. แบตเตอรี่ขนาดมากกว่าหรือเท่ากับ 5000mAh
  3. กล้องหลังจำนวนอย่างน้อย 3 ตัว หรือกล้องตัวหลักความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล
  4. RAM อย่างน้อย 6GB


 

Samsung Galaxy A32 5G : ราคา 9,999 บาท

สเปก Samsung Galaxy A32 5G

 

ประเดิมด้วยรุ่นใหม่อย่าง Galaxy A32 5G สมาร์ทโฟน 5G ราคาประหยัดจาก Samsung ที่มาพร้อมกับจุดเด่นด้านหน้าจอแสดงผลแบบ PLS-LCD ขนาดใหญ่เต็มตาถึง 6.5 นิ้ว สามารถรับชมคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างเต็มตาเต็มอารมณ์ ด้านการถ่ายภาพ บนดีไซน์ตัวเครื่องเรียบหรู ที่สามารถจับถือได้อย่างถนัดมือ

ด้านประสิทธิภาพการทำงาน มาพร้อมกับชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 720 ที่รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G ประกบคู่การทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB และหน่วยความจำภายในความจุ 128GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5000mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ Adaptive Fast Charging และเทคโนโลยี Game Booster สำหรับช่วยรีดประสิทธิภาพการเล่นเกมให้ลื่นไหลมากยิ่งขึ้น

ด้านการถ่ายภาพ Galaxy A32 5G มาพร้อมกับชุดกล้องหลังจำนวน 4 ตัว แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, กล้อง Ultra Wide 8 ล้านพิกเซล, กล้อง Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และกล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์การถ่ายภาพครอบคลุมทุกระยะ

สเปกเบื้องต้น Samsung Galaxy A32 5G

  • หน้าจอแสดงผล TFT Infinity-U Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720x1600 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
  • ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 720
  • RAM 8GB
  • ROM 128GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD สูงสุด 1TB
  • กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย
    • กล้องตัวหลักเลนส์ Wide-Angle (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/1.8 
    • กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.2 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 123 องศา
    • กล้องตัวที่สามเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4 ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
    • กล้องตัวที่สี่เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4 
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.2
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 15W Fast Charge
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint) 
  • พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 

 

realme 7 5G : ราคา 8,888 บาท

สเปก realme 7 5G | รีวิว realme 7 5G

มาต่อกันที่ relame 7 5G สมาร์ทโฟน 5G รุ่นใหม่จาก realme ที่พกพาความโดดเด่นมากับหน้าจอแสดงผลที่มีค่า Refresh Rate สูงถึง 120Hz ช่วยให้การแสดงผลเป็นไปอย่างลื่นไหลเนียนตาเทียบชั้นสมาร์ทโฟนเกมมิ่ง พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 180Hz ตอบสนองการสัมผัสได้อย่างฉับไว

ด้านประสิทธิภาพการทำงาน มาพร้อมกับชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 800U ที่รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G แบบ Dual Standby ประกบคู่การทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว 30W Dart Charge สามารถเติมแบตเตอรี่กลับเข้าสู่ตัวเครื่องได้เต็ม 100% ในเวลาเพียง 65 นาที รวมทั้งยังมาพร้อมกับระบบเสียงแบบ Dolby Atmos เพื่อช่วยขับเสียงได้อย่างกระหึ่มมากยิ่งขึ้น

ด้านการถ่ายภาพ realme 7 5G มาพร้อมกับชุดกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดถ่ายภาพที่น่าสนใจอย่าง Super Nightscape สำหรับถ่ายภาพกลางคืนได้อย่างคมชัดโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้อง ไปจนถึงโหมดป้องกันวิดีโอสั่นไหวแบบ UIS

 

สเปกเบื้องต้น realme 7 5G

  • หน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 405 ppi) อัตราส่วน 20:9 พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz, Touch Sampling Rate ระดับ 180Hz และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass
  • ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 800U
  • RAM 8GB
  • ROM 128GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD สูงสุด 256GB
  • กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย
    • กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f1.8, ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์ 
    • กล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.3, มุมรับภาพ 119 องศา และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์ 
    • กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, ระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์
    • กล้อง Portrait B&W ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังบนจอแบบ In-Display ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.1 
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 30W Dart Charge
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint)
  • พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 

 

Moto G 5G Plus : ราคา 9,990 บาท

สเปก Moto G 5G Plus

หลังจากห่างหายไปนาน ในที่สุด Motorola ก็กลับมาสร้างเสียงฮือฮาได้อีกครั้งด้วยารเปิดตัว Moto G 5G Plus มือถือสเปกคุ้มที่เปิดราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 9,999 บาทเท่านั้น โดยมาพร้อมกับจุดเด่นด้านหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 6.7 นิ้วแบบ CinemaVision ที่รองรับการแสดงผลแบบ HDR10 ช่วยให้สามารถมองเห็นรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล

ด้านประสิทธิภาพการทำงาน Moto G 5G Plus ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 765G ประกบคู่การทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB และแบตเตอรี่ขนาดจุใจถึง 5000mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 20W TurboPower

ด้านการถ่ายภาพ Moto G 5G Plus จัดเต็มมาด้วยกล้องหน้าคู่ความละเอียด 16 + 8 ล้านพิกเซล ที่มีเลนส์ Ultra Wide Angle สำหรับเก็บภาพถ่ายเซลฟี่ในมุมกว้าง พร้อมกล้องหลังจำนวน 4 ตัว ความละเอียด 48 + 8 + 5 + 2 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับโหมดการถ่ายภาพที่น่าสนใจอย่าง Long Exposure สำหรับเปิดหน้าชัตเตอร์กล้องค้างไว้เป็นเวลานานถึง 32 วินาที เพื่อเก็บภาพแสงไฟสวยๆ ยามค่ำคืน, Spot Color สำหรับถ่ายภาพแบบดูดสีเฉพาะจุด และ Night Vision สำหรับช่วยถ่ายภาพกลางคืนให้มีความสวยงามคมชัด

สเปกเบื้องต้น Moto G 5G Plus

  • หน้าจอแสดงผล LTPS CinemaVision Display ขนาด 6.7 นิ้ว ในอัตราส่วน 21:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2520 พิกเซล : 406 ppi) มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz และรองรับเทคโนโลยี HDR10
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 765 5G 
  • RAM 8GB
  • ROM 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 1 TB
  • กล้องดิจิทัลที่ด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) แบ่งออกเป็น
    • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.7 พร้อมเทคโนโลยี Quad Pixel พิกเซลขนาด 1.6 ไมครอน
    • กล้องตัวที่สอง Macro Vision ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2 พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 2 เซนติเมตร 
    • กล้องตัวที่สามเลนส์ Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 118 องศา
    • กล้องตัวที่สี่แบบ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าคู่ฝังบนจอ (Dual In-Display Selfie) ประกอบด้วย
    • กล้องตัวหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.0 พิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน
    • กล้องรองแบบ Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2 พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน รองรับการถ่ายภาพเซลฟี่มุมกว้างกว่าเดิม 4 เท่า
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 20W TurboPower
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint)
  • ระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock)
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C


 

Mi 10T 5G (6+128GB) : ราคา 10,990 บาท
(บางช่วงลดราคาเหลือ 9,990 บาท)

สเปก Xiaomi Mi 10T

ปิดท้ายด้วย Mi 10T 5G สมาร์ทโฟนตัวแรงรุ่นใหม่จาก Xiaomi ที่จัดเต็ทั้งจอ กล้อง และสเปกระดับเรือธง ด้วยการมาพร้อมกับจุดเด่นอย่างหน้าจอแสดงผลขนาด 6.67 นิ้ว ที่มีค่า Refresh Rate ระดับ 144Hz แบบ AdaptiveSync ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหลเนียนตา พร้อมเทคโนโลยี MEMC สำหรับช่วยเติมเฟรมเรทเพื่อลดอาการเบลอของคอนเทนต์วิดีโอ

ด้านประสิทธิภาพการทำงาน มาพร้อมกับขุมพลชัง Snapdragon 888 ประกบคู่การทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 6GB และแบตเตอรี่ขนาด 5000mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็วแบบเสียบสาย 33W สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-100% ได้ในเวลาเพีย 59 นาที

ด้านการถ่ายภาพ Mi 10T 5G มาพร้อมกับกล้องหลังจำนวน 3 ตัว แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX682, กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ที่มีองศาในการรับภาพกว้าง 123 องศา และกล้อง Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล สามารถโฟกัสวัตถุได้ในระยะใกล้สุดระดับ 2 เซนติเมตร

*Mi 10T 5G รุ่น RAM 6GB มีการนำเข้ามาวางจำหน่ายเป็นบางระยะ ผ่านช่องทางออนไลน์

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Xiaomi Mi 10T

- ตัวเครื่องมีขนาด 165.1x76.4x9.33 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 216 กรัม
- หน้าจอแสดงผล DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 แบบ Cinematic Screen ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 395 ppi) มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 144Hz รองรับมาตรฐาน HDR10 และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 865
- ระบบระบายความร้อน LiquidCool Technology 
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 650
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB 
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX682 ขนาด 1/1.7 นิ้ว โครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์ พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel ขนาด 1.6 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/1.89 รองรับการซูมภาพไกลสุด 10 เท่า (10x Digital Zoom)
  • กล้องตัวที่สองแบบ Ultra-Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล โครงสร้าง 5 ชิ้นเลนส์ พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/2.4 สามารถถ่ายภาพมุมกว้างสุด 123 องศา
  • กล้องตัวที่สามแบบ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล โครงสร้าง 3 ชิ้นเลนส์ พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/2.4 สามารถถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 2 เซนติเมตร

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังบนจอแบบ In-Display Camera ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung S5K3T2 ขนาด 1/3.4 นิ้ว โครงสร้าง 5 ชิ้นเลนส์ พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel ขนาด 1.6 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/2.2
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 33W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 12 
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint) 
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 2x2 MIMO 802.11 a/b/g/n/ac (Dual-Band), Bluetooth 5.1 และ NFC
- ลำโพงเสียงแบบคู่ 1012 Super-Linear
- รองรับพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 

จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป แต่มือถือรุ่นไหนจะดีกว่ากันนั้นทางทีมงานคงไม่ตัดสินได้ เพราะส่วนหนึ่งต้องขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนบุคคลด้วย ดังนั้นทางทีมงานแนะนำให้ทุกท่านทดลองใช้งานก่อน ซึ่งหากทดลองเล่นสมาร์ทโฟนรุ่นไหนแล้วถูกใจ ก็ถือว่ามือถือรุ่นนั้นๆ น่าจับจองเป็นเจ้าของแล้วครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 22/2/2564