หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 17/9/2564

ถ้าไม่ซื้อ iPhone 13 ควรซื้อ iPhone รุ่นไหนดี?

 

iPhone 13 ได้เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่าได้รับความสนใจอย่างล้นหลามเหมือนอย่างเคย และตั้งใจจะเป็นเจ้าของไอโฟนรุ่นใหม่นี้ แต่สำหรับหลายคน iPhone 13 ก็มีราคาสูงเกินงบที่มี และเริ่มมองหา iPhone รุ่นอื่นที่ตอบโจทย์ความต้องการในราคาที่ถูกกว่า แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าต้องเลือกรุ่นไหนถึงจะดี ในวันนี้เรามีแนวทางมาให้ลองพิจารณากันดูครับ


iPhone 13 ดีกว่าเดิมยังไง?

ก่อนที่เราจะตัดสินใจว่าจะซื้อ iPhone รุ่นไหนดี เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่า iPhone 13 ที่เพิ่งเปิดตัวนี้ ดีขึ้นจากรุ่นก่อนๆ อย่างไรบ้าง

iPhoen 13 ปีนี้ เปิดตัวออกมา 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ iPhone 13, iPhone 13 mini, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max โดยมีการอัปเกรดจากรุ่นก่อนหลักๆ ดังนี้

  • รอยบากบนหน้าจอที่แคบกว่าเดิม
  • ชิปเซ็ต A15 Bionic รุ่นใหม่ แรงขึ้นประมาณ 20%
  • แบตเตอรี่อึดขึ้นเล็กน้อย ใช้งานได้นานขึ้น 1.5 - 2.5 ชม.
  • จอ 120Hz (เฉพาะรุ่น Pro, Pro Max)
  • เพิ่มโหมดถ่ายวิดีโอ Cinematic Mode
  • กล้องหลังชุดใหม่ ถ่ายในที่มืดได้ดีขึ้น มีโหมดมาโคร ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง ProRes ได้ (เฉพาะรุ่น Pro, Pro Max)


สำหรับการเปรียบเทียบโดยละเอียด สามารถอ่านได้ที่บทความ : เทียบสเปก iPhone 12 series vs iPhone 13 series



สำหรับคนที่ใช้ iPhone 11 หรือ iPhone 12 อยู่แล้ว

ใครที่กำลังใช้ iPhone 12 หรือ iPhone 11 อยู่ แนะนำว่ายังไม่ควรเปลี่ยนเป็น iPhone 13 หรือรุ่นอื่นๆ ตอนนี้ เพราะสเปกโดยรวมนั้นใกล้เคียงกับ iPhone 13 มาก สำหรับคนที่ต้องการใช้งานทั่วไปอย่างเล่นเกม เล่นโซเชียล ดูหนัง และถ่ายรูปเล่น iPhone 13 อาจจะไม่ได้ทำให้รู้สึกแตกต่างจากรุ่นที่ใช้อยู่ เพราะชิป A13 กับ A14 ในรุ่นก่อนๆ ก็แรงมากอยู่แล้ว อีกทั้งฟีเจอร์ส่วนใหญ่ก็ยังคล้ายกันด้วย

อย่างไรก็ดี หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการถ่ายวิดีโอเป็นชีวิตจิตใจ และต้องการสมาร์ทโฟนที่ถ่ายงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องซื้อ iPhone 13 Pro หรือ Pro Max เพื่อให้ได้ชุดกล้องหลังที่ดีที่สุด และใช้งาน ProRes กับ Cinematic Mode ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วน iPhone 13 กับ 13 mini แม้จะมีชุดกล้องที่ดีกว่ารุ่นก่อน และถ่าย Cinematic Mode ได้ แต่ด้วยสเปกกล้องที่ด้อยกว่าตัว Pro อาจทำให้งานที่ออกมาไม่ดีเท่า และมีข้อจำกัดในการใช้งานมากกว่า
 

สำหรับคนที่ใช้ iPhone XS หรือเก่ากว่า

นี่อาจเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะอัปเกรดไปใช้อะไรใหม่ๆ เพราะประสิทธิภาพการทำงานจะต่างกันจนเริ่มรู้สึกได้แล้ว โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ iPhone 6, iPhone 7 และ iPhone 8 จะสัมผัสได้ถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้น, กล้องที่ดีขึ้น และลูกเล่นที่มากขึ้น จนทำให้รู้สึกกลับมารัก iPhone อีกครั้งเลยทีเดียว ถ้าใครงบไม่ถึง iPhone 13 อาจเลือกซื้อ iPhone 12 หรือ iPhone 11 แทนก็ได้ เพราะสเปกไม่ค่อยต่างกันมากนักอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว

ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้ iPhone 6, iPhone 7, iPhone 8 เดิมต้องพิจารณาเพิ่ม คือ iPhone 13 รวมถึงรุ่นก่อนๆ อย่าง iPhone X, XS, 11, 12 ยังไม่มีสแกนนิ้ว Touch ID ให้ใช้งาน มีเพียงสแกนหน้า Face ID เท่านั้น ทำให้ปลดล็อคหน้าจอลำบากเมื่อสวมแมสก์ ดังนั้นใครที่ไม่ชอบการใส่ Pin ปลดล็อคหน้าจอ หรือเคยชินกับการสแกนนิ้ว อาจเลือกซื้อ iPhone SE (2020) แทนก็ได้ แม้ดูไม่หรูเท่ารุ่นใหม่ๆ แต่ประสิทธิภาพนั้นแรงหายห่วงแน่นอน เพราะใช้ชิปเซ็ตรุ่นเดียวกันกับ iPhone 11 ครับ

 

สำหรับคนที่ยังไม่มี iPhone

หากคุณเป็นคนที่ใช้สมาร์ทโฟน Android เป็นหลัก และอยากเปลี่ยนมาใช้ iPhone สิ่งที่คุณต้องรู้คือประสบการณ์การใช้งานที่จะแตกต่างไปจากเดิมพอสมควร และอาจต้องใช้เวลาเล็กน้อยกว่าจะชินกับการใช้งานบนระบบ iOS สำหรับบางคนที่เคยใช้สมาร์ทโฟน Android บางยี่ห้อ อาจจะพบว่า iOS มีการทำงานที่เสถียรกว่า แต่คุณสมบัติบางอย่างที่เคยใช้ในมือถือ Android เครื่องเก่าอาจจะไม่มีใน iPhone หรือถ้ามีก็อาจใช้งานยุ่งยากกว่า เช่นการโคลนแอป หรือการปรับแต่งหน้าจอ เป็นต้น 

อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้ Android ไม่ชินเมื่อเปลี่ยนไปใช้ iPhone คือกล้อง เนื่องจากกล้องของ iPhone โดยเฉพาะกล้องหน้าจะเน้นความสมจริง ทำให้ภาพที่ออกมาดูเหมือนไม่ได้รับการตกแต่ง หรือมีการตกแต่งน้อยมาก ต่างจากกล้องของสมาร์ทโฟน Android ส่วนใหญ่ ที่ระบบ AI มักจะปรับแต่งภาพออกมาให้สวยงาม เพิ่มสี ลบสิวให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งในส่วนนี้เราไม่ขอตัดสินว่าแบบไหนดีกว่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าผู้ที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้ iPhone ก็คงต้องการอะไรที่ใหม่และแตกต่างอยู่แล้ว จึงขอแนะนำว่า หากกำลังใช้งานมือถือระดับเรือธงอยู่ ควรเปลี่ยนไปใช้ iPhone 13 Pro หรือ Pro Max เพื่อให้ได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีใกล้เคียงกัน ส่วนใครที่กำลังใช้มือถือ Android ระดับกลางๆ  หรือยังไม่มั่นใจว่าจะใช้ยาว อาจเลือกซื้อ iPhone SE (2020) เพื่อลองใช้งาน iOS ดูก่อนก็ได้ หากถูกใจค่อยขยับไปเป็นรุ่นที่สูงขึ้นครับ

สำหรับใครที่ต้องการซื้อ iPhone เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรก หากไม่ติดขัดเรื่องงบประมาณ แนะนำให้ซื้อ iPhone 13 เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือถ้างบไม่เยอะ iPhone SE (2020) ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเริ่มต้นในระบบ iOS เพราะถึงแม้จะไม่มีฟีเจอร์หวือหวาเท่ารุ่นใหม่ๆ แต่มีความเป็น iPhone อยู่เต็มเปี่ยมแน่นอน นอกจากนี้ iPhone 11 กับ iPhone 12 ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน ส่วนรุ่นเก่าๆ อย่าง iPhone X, XS, XR ไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ครับ

 

ข้อมูลเพิ่มติม

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

 


วันที่ : 17/9/2564