หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 15/9/2564

เทียบสเปก iPhone 12 series vs iPhone 13 series ต่างกันอย่างไร มีอะไรใหม่บ้าง เปลี่ยนเครื่องตอนนี้คุ้มหรือไม่ เรามีคำตอบ

 

เปิดตัวกันไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ iPhone 13 series ซึ่งคราวนี้ก็มาพร้อมกัน 4 รุ่นเช่นเคย ได้แก่ iPhone 13, iPhone 13 mini, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max สำหรับใครที่พลาดชมสตรีมสดอีเวนต์เปิดตัวเมื่อคืนนี้ และกำลังสงสัยว่า iPhone 13 series รุ่นใหม่นั้น แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่างไร เราได้นำ iPhone 12 และ iPhone 13 ทุกรุ่นมาเปรียบเทียบสเปกกันให้ดูแบบชัดๆ แล้วในบทความนี้ครับ

 

iPhone 12 mini vs iPhone 13 mini

 

iPhone 12 vs iPhone 13

 

iPhone 12 Pro vs iPhone 13 Pro

 

iPhone 12 Pro Max vs iPhone 13 Pro Max

ดีไซน์

iPhone 13 ทุกรุ่นยังคงมีดีไซน์คล้ายกับ iPhone 12 แต่มีการย่อขนาดรอยบากให้เล็กกว่าเดิม 20%, ปรับดีไซน์กล้องหลังเล็กน้อย และเพิ่มสีสันใหม่อย่างสีชมพูกับสีน้ำเงินโทนใหม่เข้ามา วัสดุ และขนาดยังคงเดิม โดยรุ่น iPhone 13 / 13 mini จะเป็นเฟรมอลูมีเนียมและกระจกหน้าเซรามิคชิลด์ ส่วน iPhone 13 Pro / Pro Max จะเป็นเฟรมสแตนเลสที่สวยงามและทนทานกว่า

 

ประสิทธิภาพ

iPhone 13 ทุกรุ่นใช้ชิปเซ็ตประมวลผลรุ่นใหม่ Apple A15 ที่อัปเกรดความสามารถขึ้นมารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการประมวลผลทั่วไป, GPU, AI และการประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ในรุ่น Pro และ Pro Max ยังมีหน้าจอ ProMotion ที่รองรับอัตรารีเฟรช 120Hz โดยรวมน่าจะช่วยให้ประสบการณ์การใช้งานดีขึ้นพอสมควร โดยเฉพาะในด้านความบันเทิงอย่างการดูหนัง หรือเล่นเกม

ขณะเดียวกัน iPhone 13 / 13 mini ยังได้อัปเกรดความจุภายในเพิ่มเป็น 2 เท่า เริ่มที่ 128GB ส่วน iPhone 13 Pro กับ iPhone 13 Pro Max มีการเพิ่มความจุ 1TB เข้ามาด้วย ทำให้มีตัวเลือกถึง 4 ขนาดด้วยกัน

อีกจุดหนึ่งที่ iPhone 13 ทุกรุ่นอัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อนคือแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่าเดิม 1 - 2 ชม.ครึ่ง รุ่นที่ได้ประโยชน์จากตรงนี้มากที่สุดคือ iPhone 13 mini เพราะ iPhone 12 mini นั้นแบตเตอรี่หมดไวมากเมื่อเปิดใช้งาน 5G ระยะเวลาการใช้งานที่เพิ่มเข้ามาจึงทำให้ iPhone 13 mini น่าใช้กว่าเดิม

 

การถ่ายภาพ

ในส่วนของการถ่ายภาพ ฮาร์ดแวร์ของตัวกล้องใน iPhone 13 / 13 mini นั้น มีสเปกที่ไม่ต่างกับกล้อง iPhone 12 / 12 mini เท่าไรนัก แต่มีการปรับปรุงระบบประมวลผลภาพให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม โดยเฉพาะโหมดกลางคืน และเพิ่ม Cinematic Mode สำหรับวิดีโอ ที่สามารถสลับโฟกัสระหว่างใบหน้าได้โดยอัตโนมัติ เป็นเทคนิคด้านภาพยนตร์ที่ช่วยดึงความสนใจจากผู้ชมจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง นับเป็นลูกเล่นที่ช่วยให้ผู้ใช้เล่าเรื่องได้ดีขึ้นหากชอบถ่ายวิดีโอ

สำหรับ iPhone 13 Pro / Pro Max นั้น ยังคงมีกล้อง 3 ตัวเช่นเดิม แต่ใช้เซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่ที่รับแสงได้มากกว่าเดิม อีกทั้งยังมีการเพิ่มระยะซูม Optical เป็น 6 เท่า และเพิ่มโหมดมาโครเข้ามา นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวิดีโอแบบ ProRes ได้ที่ความละเอียด 4K@30fps และมี Cinematic Mode ให้ใช้เช่นกัน

 

ราคา

iPhone 13 ทุกรุ่นเปิดราคาไทยมาสูงกว่า iPhone 12 ราว 3,000 - 4,000 บาท แต่ทั้งนี้รุ่น iPhone 13 / 13 mini จะให้ความจุภายในมากขึ้นถึง 2 เท่า โดยเริ่มที่ 128GB

 

คุ้มใหม่ที่จะเปลี่ยน?

สำหรับใครที่ใช้ iPhone 11 หรือ iPhone 12 อยู่แล้ว ทางทีมงานเห็นว่ายังไม่ควรอัปเกรด เนื่องจากสเปกและคุณสมบัติต่างๆ ใกล้เคียงกันมาก หากเปลี่ยนมาใช้ iPhone 13 อาจจะรู้สึกไม่ค่อยแตกต่างจากเดิมสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะผู้ที่เน้นใช้งานทั่วไป ส่วนผู้ที่ใช้ iPhone XS หรือเก่ากว่า อาจจะเลือกอัปเกรดมาเป็น iPhone 13 ได้ เพราะประสิทธิภาพ และคุณสมบัติด้านการถ่ายรูป/วิดีโอมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนครับ

 

ข้อมูลเพิ่มติม

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 15/9/2564