แกะกล่อง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เครื่องศูนย์ไทย มีอะไรด้านใน ดีไซน์เปลี่ยนไปอย่างไร และมีอะไรใหม่ ก่อนเริ่มขายจริงวันนี้!

เรียกได้ว่าไม่ต้องอดทนรอคอยกันอีกต่อไปสำหรับแฟนๆ ของ Apple ที่กำลังเฝ้ารอ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus อยู่ในขณะนี้ เพราะในวันนี้ (3 พ.ย. 2560) ก็เป็นวันที่ไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดทั้งสองรุ่นจะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 28,500 บาท (ราคาจาก Apple Online Store) ซึ่งในวันนี้ทางทีมงาน Thaimobilecenter ก็ได้รับเครื่องมาแบบสดๆ ร้อนๆ เมื่อสักครู่นี้นี่เอง เราจึงจะมาทำการแกะกล่องให้ทุกท่านได้รับชมกันว่า iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เครื่องศูนย์ไทยนั้น มีอะไรบ้าง และตัวเครื่องมีดีไซน์แตกต่างไปจากเดิมอย่างไร และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปรับชมการ Unbox iPhone 8 & iPhone 8 Plus กันได้เลยครับ
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ iPhone 8
- ตัวเครื่องมีขนาด 138.4x67.3x7.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 148 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 750x1334 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 326 ppi
- ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB
- กล้องด้านหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD
- ฟีเจอร์กันน้ำ IP67
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเทคโนโลยี Touch ID
- รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
- มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Gold, Space Gray และ Silver
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ iPhone 8 Plus
- ตัวเครื่องมีขนาด 158.4x78.1x7.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 202 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080x1920 พิกเซล) ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 401 ppi
- ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB
- กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ใช้งานเลนส์ Wide และ Telephoto, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และ F/2.8, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD
- ฟีเจอร์กันน้ำ IP67
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเทคโนโลยี Touch ID
- รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
- มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Gold, Space Gray และ Silver
แกะกล่องชมตัวเครื่อง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus

สำหรับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ที่ทางทีมงานได้รับมานั้นเป็นตัวเครื่องสีเทา (Space Gray) และสีทอง (Gold) ตามลำดับ โดยมีเคสแบบ Silicone Case สีดำ และสีน้ำเงินมาให้ด้วย

เมื่อเทียบขนาดกล่องแบบชัดๆ แล้วจะเห็นได้ว่า บรรจุภัณฑ์ของ iPhone 8 Plus มีขนาดใหญ่กว่าของ iPhone 8 ค่อนข้างมากทีเดียว โดยตัวบรรจุภัณฑ์นั้นมีสีเดียวกับสีของไอโฟนด้านใน ทำให้เห็นแค่ภายนอกก็ทราบได้ทันทีว่าไอโฟนด้านในนั้นเป็นสีใด

โดย iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับหน่วยความจำภายในขนาด 256GB

ด้านหลังของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นเครื่องศูนย์ไทยก็จะมีคำอธิบายภาษาไทยระบุไว้อย่างครบครัน


ได้เวลาแกะพลาสติกเพื่อชมตัวเครื่องด้านในกันแล้วครับ

เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะพบกับแพ็กเกจที่บรรจุคู่มือเบื้องต้นไว้ให้ พร้อมข้อความอันเป็นเอกลักษณ์ว่า "Designed by Apple in California"

เมื่อยกแพ็กเกจคู่มือออกก็จะพบกับตัวเครื่อง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus วางอยู่อย่างสวยงาม




(อุปกรณ์จากเครื่องศูนย์ไทย)

(อะแดปเตอร์จากเครื่องนอก)
สำหรับอุปกรณ์ด้านในที่มีมาให้ด้วยนั้น ก็คือ หูฟัง EarPods, ตัวแปลงสัญญาณ Lightning-to-3.5mm, อะแดปเตอร์ชาร์จพลังงาน และสายเชื่อมต่อ Lightning โดยตัวอะแดปเตอร์ชาร์จพลังงานของเครื่องศูนย์ไทยจะเป็นแบบ สองขา ส่วนเครื่องหิ้วอื่นๆ ก็จะมีอะแดปเตอร์ที่แตกต่างกันออกไปตามการใช้งานในแต่ละประเทศ


เรามาลอกพลาสติกที่ห่อหุ้มตัวเครื่องออก เพื่อชมความสวยงามของบอดี้แบบใหม่ในดีไซน์ Metal-Glass กันครับ


สำหรับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่เป็นแบบ Metal-Glass โดยด้านหลังของตัวเครื่องจะใช้กระจกครอบทับเพื่อให้ใช้งานฟีเจอร์การชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย (Wireless Charging) ได้ ซึ่งจะแตกต่างจากไอโฟนรุ่นก่อนหน้าทั้งหมดที่ใช้งานบอดี้แบบอะลูมิเนียม (Aluminium)

เนื่องจากการใช้งานบอดี้แบบ Metal-Glass ที่มีกระจกครอบทับด้านหลัง ทำให้ตัวเครื่องดูมีความเงางามพรีเมียมมากยิ่งขึ้น แต่ก็อาจเป็นรอยนิ้วมือได้ง่ายด้วยเช่นกัน

ส่วนกล้องถ่ายภาพของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ยังเป็นกล้องเดี่ยว และกล้องคู่เช่นเคย แต่ iPhone 8 Plus จะมีความพิเศษตรงที่สามารถใช้งานฟีเจอร์ Portrait ซึ่งเป็นการปรับสภาพแสงให้กับตัวแบบได้ แต่ iPhone 8 จะไม่สามารถใช้งานฟังก์ชันนี้ได้

ขนาดของ iPhone 8 Plus เทียบกับ iPhone 8 แบบชัดๆ จะเห็นว่ามีขนาดที่แตกต่างกันค่อนข้างมาทีเดียว หากท่านใดที่กำลังเลือกอยู่ ขอแนะนำว่าให้ลองจับถือดูก่อนนะครับว่าใช้งานได้ถนัด และเหมาะมือหรือไม่



ลำโพงหลักของทั้งสองรุ่นจะเป็นลำโพงคู่ (Dual-Speaker) และไม่มีช่องเชื่อมต่อหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร ส่วนอื่นๆ ก็ยังคงเป็นดีไซน์แบบเดิม

iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ยังใช้งานระบบรักษาความปลอดภัยด้วยเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Touch ID เช่นเคย

มาดูกันต่อที่เคสซิลิโคนกันบ้าง โดยเคสของ iPhone 8 มาในสีดำ ส่วนเคสของ iPhone 8 Plus มาในสีน้ำเงินเข้ม


ตัวเคสด้านนอกจะเป็นยางที่ให้สัมผัสนุ่มมือ แต่จับถือได้กระชับ และไม่ลื่นหลุดแต่อย่างใด ขณะที่ภายในจะบุด้วยกำมะหยี่เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเครื่องเป็นรอยนั่นเอง

เมื่อนำ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาสวมใส่เคสแล้วจะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมประมาณหนึ่ง แต่ก็ยังสามารถจับถือใช้งานได้ตามปกติ และไม่ใหญ่จนเกินไป
สรุปราคา และวันวางจำหน่ายของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus


สำหรับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เริ่มเปิดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 โดยมีราคาวางจำหน่าย ดังนี้
ราคาจาก Apple Online Store
- iPhone 8 64GB ราคา 28,500 บาท
- iPhone 8 256GB ราคา 34,500 บาท
- iPhone 8 Plus 64GB ราคา 32,500 บาท
- iPhone 8 Plus 256GB ราคา 38,500 บาท
ราคาจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ
- iPhone 8 64GB ราคา 29,000 บาท
- iPhone 8 256GB ราคา 35,000 บาท
- iPhone 8 Plus 64GB ราคา 33,000 บาท
- iPhone 8 Plus 256GB ราคา 39,000 บาท
และสำหรับบทความนี้ก็เป็นการแกะกล่องให้ชมตัวเครื่อง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus กันแบบเรียกน้ำย่อยเท่านั้น ส่วนในรีวิวฉบับเต็มเราจะมาทดสอบฟีเจอร์การใช้งาน และกล้องถ่ายภาพให้เห็นกันชัดๆ ว่า กล้องของไอโฟนรุ่นใหม่จะมีความโดดเด่นในด้านใดบ้าง และมีการใช้งานในเบื้องต้นลื่นไหลเพียงใด อย่าลืมติดตามชมกันในรีวิว (Review) iPhone 8 Series เร็วๆ นี้ครับ สำหรับวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter ก็ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ
สรุปข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 3/11/2560





