หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 25/2/2561

รวม 9 ฟีเจอร์เด่นของ Samsung Galaxy S9 และ S9+ มือถือจอไร้กรอบตัวท็อปรุ่นล่าสุด มีจุดเด่นอย่างไร ฟังก์ชันจัดเต็มมากน้อยขนาดไหน เราสรุปมาให้ท่านแล้ว!

 

ในที่สุดก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ Samsung Galaxy S9 และ S9+ สมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นล่าสุดจากแบรนด์ Samsung ซึ่งในปีนี้ยังคงจัดเต็มทั้งในเรื่องของคุณสมบัติตัวเครื่อง และฟีเจอร์เด่นที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Galaxy S8 และ S8+ ซึ่งภายในวันนี้ทางทีมงานจึงได้สรุป 9 ฟีเจอร์เด่นของทั้ง Samsung Galaxy S9 และ S9+ เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ทุกท่านก่อนที่ทั้งสองรุ่นจะเข้ามาวางขายในไทยอย่างเป็นทางการ โดยจะมีฟีเจอร์ใจที่น่าสนใจบ้างนั้น ติดตามรับชมได้พร้อมกันเลยครับ

 

1.หน้าจอไร้กรอบ ไร้ปุ่มโฮม พร้อมดีไซน์ Metal-Glass สุดพรีเมียม

สำหรับ Galaxy S9 และ S9+ มาพร้อมกับดีไซน์หน้าจอแบบ Infinity Display ซึ่งเป็นการลดพื้นที่ขอบบน และขอบล่างให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมขอบด้านข้างที่มีความโค้งลงไปยังเฟรม เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการแสดงผลด้านหน้ามากขึ้น สามารถรับชมได้อย่างเต็มตา เต็มอารมณ์ บนความละเอียดคมชัดระดับ 2K QHD+  นอกจากนี้ ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมกับสัดส่วนหน้าจอแบบ 18.5:9 ซึ่งช่วยให้ตัวเครื่องมีความกว้างกว่าสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไป ซึ่งจะมีประโยชน์ในเรื่องของการเล่นแอปพลิเคชันแบบ 2 หน้าต่างนั่นเอง

 

ส่วนดีไซน์ตัวเครื่องนั้นเป็นแบบ Metal-Glass ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเฟรมอะลูมิเนียม และบอดี้กระจกเงางามแบบ Gorilla Glass 5 ซึ่งช่วยเสริมความพรีเมียมให้แก่ตัวเครื่องมากยิ่งขึ้น ซึ่งวัสดุที่ทาง Samsung เลือกใช้รอบนี้เป็นอะลูมิเนียมซีรีส์ 7000 ต่างจาก Galaxy S8 ที่เลือกใช้อะลูมิเนียมซีรีส์ 6000

 

2.พร้อมลุยทุกสถานการณ์ด้วยคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่น

ด้านคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่น Galaxy S9 และ S9+ มาพร้อมกับมาตรฐานระดับ IP68 ซึ่งสามารถกันน้ำได้ลึกสุด 1.5 เมตร เป็นเวลานานสุด 30 นาที ตอบโจทย์การใช้งานในสภาวะที่หลากหลาย

 

3.เร็วแรงถึงใจด้วยขุมพลัง Exynos 9810 พร้อม RAM 6GB

ในปีนี้ Galaxy S9 และ S9+ มีการอัปเกรดชิปเซ็ตประมวลผล (CPU) เป็นตัวใหม่ในชื่อ Exynos 9810 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตทีี่ผลิตด้วยสถาปัตกรรมระดับ 10 นาโนเมตร มีจุดเด่นในเรื่องของความเร็ว และการประหยัดพลังงาน พร้อมรองรับ LTE Cat18 ซึ่งทำความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดถึง 1.2Gbps เลยทีเดียว นอกจากนี้ ในรุ่น S9+ ยังมาพร้อมกับหน่วยความจำแรม (RAM) จุใจถึง 6GB ส่วนในรุ่น S9 มาพร้อมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานทั่วไปได้แบบครบถ้วน

 

4. AR Emoji อีโมจิเคลื่อนไหวในแบบฉบับของตัวคุณ

AR Emoji เป็นอีกหนึ่งของใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน Galaxy S9 และ S9+ โดยจะเป็นฟีเจอร์สำหรับสร้าง Avatar ตามลักณะใบหน้าของผู้ใช้งาน พร้อม Action แบบเคลื่อนไหวได้ทั้งหมด 18 รูปแบบ ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จแล้ว เราสามารถเลือกตกแต่งใบหน้า และการแต่งตัวของ Avatar ของเราได้ รวมทั้งยังสามารถแปลงรูป Avatar ที่ถูกสร้างออกมาเป็นไฟล์เคลื่อนไหวแบบ GIF หรือไฟล์วิดีโอได้อีกด้วย พร้อมกับแชร์ให้กับเพื่อนๆ ผ่านทาง Facebook Messenger หรือ Whatapss ได้ทันที

 

5.กล้องแบบใหม่ Super Speed Dual Pixel ที่โฟกัสฉับไวกว่าเดิม พร้อมยกระดับการถ่ายภาพด้วยกล้องคู่เป็นครั้งแรกของ Galaxy S-Series!

Galaxy S9 และ Galaxy S9+ มีการเลือกใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบใหม่ในชื่อ Super Speed Dual Pixel ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS มีจุดเด่นในเรื่องของการโฟกัสภาพได้ไวกว่าเดิมทั้งในสภาพแสงน้อย และสภาพแสงปกติ รวมทั้งยังมีเทคโนโลยี Super Low Light สำหรับช่วยถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย ซึ่งหากตัวกล้องตรวจจับได้ว่า สภาพแวดล้อมตรงหน้ามีแสงน้อยกว่า 50 lux จะทำการถ่ายภาพ 4 ภาพ ทั้งหมด 3 ชุดให้แบบอัตโนมัติ รวมกันเป็น 12 ภาพ จากนั้นจะนำภาพทั้งหมดมาประมวลผลรวมกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้ภาพมีความคมชัด เก็บรายละเอียดได้มากขึ้น รวมทั้งยังช่วยลด Noise ได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับ S8


ตัวอย่างภาพถ่ายด้วยโหมด Live Focus จาก Samsung Galaxy S9+

และที่สำคัญในรุ่น S9+ มาพร้อมกับระบบกล้องหลังคู่ (Dual-Camera) เป็นรุ่นแรกของ Galaxy S-Series ด้วย ซึ่งกล้องตัวแรกจะมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ตัวเดียวกับที่ใช้บน S9 ส่วนกล้องตัวที่สองเป็นแบบ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Dual OIS (มี OIS ในกล้องทั้งสองตัว) โดย S9+ สามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอผ่านโหมด Live Focus ได้เหมือนกับ Galaxy Note 8 พร้อมรองรับการถ่ายภาพแบบ Dual Capture ที่จะเป็นการถ่ายภาพจากกล้องสองตัวทั้งเลนส์มุมกว้าง Wide และเลนส์มุมแคบ Telephoto ในช็อตเดียว ทำให้เราเก็บได้ทั้งภาพบุคคล และภาพวิวทิวทัศน์ที่อยู่ด้านหลัง โดยไม่พลาดทุกช็อตความประทับใจนั่นเอง

 

6. Dual Aperture จะถ่ายแสงน้อย หรือแสงมาก ก็เอาอยู่

อีกหนึ่งไฮไลท์เด่นของ Galaxy S9 และ S9+ คือกล้องตัวหลักนั้นสามารถสลับค่ารูรับแสงจากตัวเลนส์แท้ๆ ได้ระหว่าง F/1.5 และ F/2.4 และยังสามารถทำงานได้แบบอัตโนมัติ โดยหากตัวกล้องตรวจจับได้ว่า สภาพแวดล้อมด้านหน้ามีแสงสว่างมากเพียงพอ ก็จะใช้ค่ารูรับแสงที่ F/2.4 เพื่อไม่ให้ภาพมีความสว่างมากจนเกินไป และหากเป็นการถ่ายภาพตอนกลางคืน หรือภาพแสงน้อย ก็จะสลับค่ารูรับแสงไปที่ F/1.5 เพื่อช่วยเก็บแสงให้มากขึ้น ส่งผลให้ภาพมีความสว่าง และความคมชัดมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง ส่วนใครที่อยากสลับรูรับแสงเองก็สามารถทำได้เช่นกันผ่านโหมด Pro

 

7.เห็นเหตุการณ์ในเสี้ยววินาที ด้วย Super Slow-Mo

นอกเหนือจากการปรับค่ารูรับแสงได้เอง รวมไปถึงเซ็นเซอร์แบบใหม่ที่ก้าวล้ำขึ้นกว่าเดิมแล้ว Galaxy S9 และ S9+ ยังรองรับการถ่ายภาพแบบ Slow Motion ได้ที่ระดับ 960fps บนความละเอียดระดับ HD ทำให้เราสามารถมองเห็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงวินาทีได้อย่างง่ายดาย

รวมทั้ง ระบบ Super Slow-Mo ของ S9 และ S9+ ยังมาพร้อมกับระบบ Detect Motion ซึ่งหากวัตถุด้านหน้ามีการเคลื่อนไหว ตัวกล้องจะทำการบันทึกวิดีโอแบบ Slow Motion ให้แบบอัตโนมัติ ทำให้เราไม่พลาดในช็อตสำคัญนั่นเอง

 

8.ลำโพงคู่ครั้งแรกจาก AKG พร้อมรองรับ Dolby Atmos

Galaxy S9 และ S9+ มีการปรับเปลี่ยนมาใช้ลำโพงคู่ Stero Speaker เป็นครั้งแรก ซึ่งลำโพงตัวแรกจะอยู่ด้านบนของหน้าจอ ตัวเดียวกับที่ใช้สำหรับสนทนา ส่วนลำโพงตัวที่สองจะอยู่ที่บริเวณด้านล่างของตัวเครื่องติดกับพอร์ตแบบ USB Type-C ซึ่งลำโพงทั้งสองตัวนี้จะได้รับการจูนเสียงจากแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำจาก AKG ส่งผลให้เสียงกระหึ่มยิ่งขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้ Galaxy S9 และ S9+ ยังรองรับคอนเทนต์ Dolby Atmos ด้วย ซึ่งหากคอนเทนต์ไหนที่รองรับคอนเทนต์ดังกล่าว ตัวลำโพง S9 และ S9+ ก็จะเล่นเสียงได้แบบรอบทิศทาง ส่วนคอนเทนต์ธรรมดาจะเป็นการจำลองเสียงรอบทิศทางแบบ Virtual Surround แทน

 

9. สะดวก และปลอดภัยกว่าเดิม Intelligent Scan สแกนทั้งม่านตา และใบหน้า

Intelligent Scan เป็นวิธีการยืนยันตัวตนรูปแบบใหม่สำหรับปลดล็อกตัวเครื่อง หรือทำธุรกรรมทางการเงินที่ถูกเพิ่มเข้ามา สำหรับการใช้โหมดนี้นั้น ผู้ใช้จะต้องลงทะเบียนทั้งม่านตา และใบหน้าเอาไว้ก่อน ซึ่งตัวระบบจะทำการสลับรูปแบบของการยืนยันตัวตนระหว่างม่านตา และใบหน้าให้แบบอัตโนมัติตามสภาวะแสงโดยรอบ โดยหากเป็นพื้นที่แสงน้อย ก็สลับไปใช้งานระบบสแกนม่านตา ซึ่งมีควาแม่นยำในการสแกนในที่แสงน้อย ส่วนหากเป็นพื้นที่ที่มีแสงเพียงพอ ก็จะเปลี่ยนไปใช้งานระบบสแกนใบหน้าให้แบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก และรวดเร็วนั่นเอง แต่หากเป็นการทำธุรกรรมทางการเงิน อย่างเช่นการใช้ Samsung Pay ตัว Galaxy S9 และ S9+ จะสแกนทั้งใบหน้า และม่านตาของผู้ใช้งาน เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดนั่นเอง

 

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 25/2/2561