หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 8/6/2563

เปรียบเทียบสเปก OPPO Reno4 Pro 5G และ iPhone SE (2020) สมาร์ทโฟนราคาหมื่นกลาง ๆ ต่างกันตรงไหนบ้าง ?

 

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วที่ประเทศจีน สำหรับ OPPO Reno4 Pro 5G สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดในตระกูล Reno โดยเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มาพร้อมกับสเปกเทียบเท่ารุ่นเรือธง ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอแบบ AMOLED, กล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera), RAM สูงสุด 12 GB และสแกนนิ้วใต้จอ แต่เคาะราคาหมื่นกลาง ๆ เท่านั้น

ถ้าหากนำ OPPO Reno4 Pro 5G ไปเปรียบเทียบกับฝั่งของ iOS รุ่นที่พอจะสมน้ำสมเนื้อในเรื่องของราคา ก็คงจะเป็น iPhone SE (2020) รุ่นใหม่นั่นเอง มาดูกันดีกว่าว่า ในระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน OPPO Reno4 Pro 5G กับ iPhone SE (2020) จะแตกต่างกันอย่างไร

 

เปรียบเทียบสเปก OPPO Reno4 Pro 5G และ iPhone SE (2020)

 

ดีไซน์ และการออกแบบ

ถ้าหากมองกันที่การออกแบบ OPPO Reno4 Pro 5G จะมาพร้อมกับดีไซน์สมัยนิยมมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอแบบไร้ขอบ รวมถึงกล้องหน้าแบบ In-Display Selfie ฝังใต้จอ ในขณะที่ iPhone SE (2020) ยังคงเป็นดีไซน์ iPhone รุ่นเก่าตั้งแต่สมัย iPhone 8

 

ด้านหน้าจอแสดงผล OPPO Reno4 Pro 5G มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่กว่าที่ 6.5 นิ้ว แบบ AMOLED ความละเอียดระดับ FHD+ และกระจกหน้าจอแบบ Gorilla Glass 6 รุ่นใหม่ ในขณะที่ iPhone SE (2020) มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 4.7 นิ้ว แบบ Retina ความละเอียด 750 x 1334 พิกเซล ซึ่งในด้านการแสดงผล OPPO Reno4 Pro 5G จะแสดงผลได้เต็มตามากกว่า แต่ข้อดีของ iPhone SE (2020) ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก และน้ำหนักเบา ใช้งานมือเดียวได้อย่างสะดวก

 

การประมวลผล

แม้ iPhone SE (2020) จะยังคงใช้ดีไซน์เดิมของ iPhone 8 แต่ในด้านการประมวลผลไม่เป็นรองใครเลยก็ว่าได้ เพราะรุ่นนี้ใช้ชิปเซ็ต Apple A13 Bionic ซึ่งเป็นตัวเดียวกับ iPhone 11 และ iPhone 11 Pro พร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB ส่วน OPPO Reno4 Pro 5G ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 765G และหน่วยความจำ RAM สูงสุดถึง 12 GB คงต้องใช้โปรแกรมทดสอบ Benchmark มาวัดกันอีกทีว่า ประสิทธิภาพแตกต่างกันแค่ไหน

 

กล้องถ่ายรูป

แม้จะมีราคาค่าตัวใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่าง 2 รุ่น นั่นก็คือ กล้องถ่ายรูป ซึ่ง OPPO Reno4 Pro 5G มาพร้อมกับกล้องด้านหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล (F/2.4) ส่วนกล้องด้านหลัง เป็นกล้อง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียด 48+12+13 พิกเซล ที่มาพร้อมกับเลนส์ครบทุกระยะ ทั้งเลนส์ Wide, Ultra Wide และ Telephoto

ในขณะที่ iPhone SE (2020) มาพร้อมกับกล้องด้านหน้า ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล (F/2.2) และกล้องหลัง ซึ่งเป็นกล้องตัวเดียว ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F/1.8) ถ้าหากดูกันที่สเปก OPPO Reno4 Pro 5G ดูจะได้เปรียบมากกว่า เพราะกล้องละเอียดกว่า และมีให้เลือกหลายมุมมอง แต่จุดนี้คงไม่สามารถนำมาตัดสินได้ว่าภาพจากสมาร์ทโฟนรุ่นใดสวยกว่า เพราะความชอบของผู้ใช้แต่ละคนไม่เหมือนกัน

 

แบตเตอรี่

OPPO Reno4 Pro 5G มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดความจุ 4,000 mAh มากกว่า iPhone SE (2020) ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 1,821 mAh เท่านั้น อีกทั้ง OPPO Reno4 Pro 5G ยังรองรับระบบชาร์จเร็วแบบ SuperVOOC 2.0 ขนาด 65W ในขณะที่ iPhone SE (2020) รองรับระบบชาร์จเร็วขนาด 18W แต่ต้องซื้ออะแดปเตอร์ต่างหาก เพราะในกล่องผลิตภัณฑ์ แถมอะแดปเตอร์ขนาด 5W มาให้

 

ฟีเจอร์อื่น ๆ

แม้จะเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลาง แต่สิ่งที่ OPPO Reno4 Pro 5G เหนือกว่า iPhone SE (2020) ก็คงจะเป็นคุณสมบัติในการรองรับเครือข่าย 5G อีกทั้งยังรองรับทั้งระบบการสแกนใบหน้า (Face Unlock) และระบบการสแกนลายนิ้วมือแบบใต้จอ (Hidden Fingerprint Unlock 3.0) ในขณะที่ iPhone SE (2020) รองรับแค่การสแกนนิ้วแบบ Touch ID และไม่รองรับเครือข่าย 5G แต่ตัวเครื่องมีคุณสมบัติด้านการทนน้ำที่ระดับ IP67 ซึ่งไม่มีบน OPPO Reno4 Pro 5G

 

แม้ว่า OPPO Reno4 Pro 5G จะยังไม่ประกาศราคาในไทย แต่เมื่อดูจากราคาจากประเทศจีน จะเห็นว่า เริ่มต้นที่ประมาณ 16,900 บาท ในขณะที่ iPhone SE (2020) เริ่มต้นที่ 14,900 บาท

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 8/6/2563