7 จุดเด่นที่ทำให้ OPPO Reno5 Series 5G เป็นมือถือที่มาแรง และน่าสนใจในตอนนี้
วางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ OPPO Reno5 Series 5G สมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดของการถ่ายวิดีโอ Portrait ภายใต้สโลแกน Picture Life Together ที่จะช่วยให้การถ่ายวิดีโอของเรามีสีสันมากยิ่งขึ้น
หลังจากที่ OPPO Reno5 Series 5G วางจำหน่ายในบ้านเรา ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างท่วมท้นจากผู้ใช้งาน โดยข้อมูลจาก OPPO เปิดเผยว่า OPPO Reno5 Series 5G เป็นสมาร์ทโฟนในช่วงราคา 10,000 - 15,000 บาท ที่ขายดีเป็นอันดับที่ 1 หลังเปิดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียง 48 ชั่วโมง และเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นก่อนอย่าง OPPO Reno4 แล้ว ยอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 126% เลยทีเดียว แต่เพราะเหตุใด OPPO Reno5 Series 5G ถึงเป็นหนึ่งในมือถือที่มาแรง และน่าสนใจในตอนนี้? ไปหาคำตอบกันดีกว่าครับ
1.ฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่สวยไม่เหมือนใคร

สำหรับ OPPO Reno Series ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีจุดเด่นด้านการถ่ายภาพอยู่แล้ว แต่ในรุ่น OPPO Reno5 Series 5G ทาง OPPO ได้อัปเกรดความเก่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยการถ่ายวิดีโอ Portrait กับฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า AI Mixed Portrait เฉพาะในรุ่น OPPO Reno5 ซึ่งเป็นการนำเอาเทคนิค Double Exposure (การซ้อนภาพ 2 ภาพทับกัน) มาใส่ไว้ในวิดีโอเป็นครั้งแรกของโลก ไม่จำเป็นต้องนำไปปรับแต่งในแอปพลิเคชันอื่นๆ ให้ยุ่งยากอีกต่อไป
สำหรับฟีเจอร์ AI Mixed Portrait บน OPPO Reno5 Series จะมีให้ใช้งานทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่ Blend ซึ่งเป็นการนำเอาวิดีโอมาซ้อนทับกันโดยยังคงรายละเอียดของตัวแบบเอาไว้ พร้อมผสมตัวแบบรวมไปกับฉากหลังได้อย่างสวยงาม และ Silhouette สำหรับรวมตัวแบบเข้าไปกับฉากหลัง โดยปรับให้ตัวแบบมีลักษณะคล้ายเงาเหมือนกับการถ่ายภาพเงาแบบซิลูเอตต์
2.บันทึกทุกความประทับใจได้ง่ายกว่าที่เคย

นอกจาก AI Mixed Portrait แล้ว OPPO Reno5 Series 5G ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์การถา่ยวิดีโอรูปแบบใหม่ที่มีชื่อว่า Dual-view Video ซึ่งเป็นการบันทึกภาพวิดีโอได้จากกล้องหน้า และกล้องหลังได้พร้อมกัน ตอบโจทย์การบันทึกเรื่องราวความประทับใจได้จากทุกมุมมอง
3.ดีไซน์สวยหรูพรีเมียม กับสีสันนับพัน

OPPO Reno5 Series 5G มาพร้อมกับดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Ultra Slim Body ที่มีความบาง และน้ำหนักเบา ช่วยให้จับถือใช้งานได้อย่างถนัดมือ พร้อมบอดี้ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Diamond Spectrum Process ที่ช่วยให้ตัวเครื่องสะท้อนเฉดสีจากแสงต่างๆ ได้มากถึง 1,000 สี
4.ถ่ายภาพสวยคมชัดด้วย Portrait Mode

OPPO Reno5 Series 5G มาพร้อมกับกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์การถ่ายภาพในทุกสถานการณ์ และที่สำคัญยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Portrait Mode สำหรับถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอระดับโปร ที่สามารถละลายฉากหลังได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมทั้งเรายังสามารถเปิดใช้งานฟิลเตอร์เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้แก่ภาพถ่ายได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น AI Color Portrait สำหรับดูดสีฉากหลัง และคงไว้เฉพาะสีตัวแบบหรือจะเป็น Night Flare Portrait สำหรับถ่ายภาพกลางคืนให้ดวงไฟโบเก้มีความกลมชัดสวยงามคล้ายกับการถ่ายด้วยกล้องใหญ่
5.ชาร์จไวทันใจด้วยพลังชาร์จ 65W SuperVOOC 2.0

สำหรับ OPPO Reno5 Series นอกเหนือจากจะมีจุดเด่นด้านการถ่ายวิดีโอ และการถ่ายภาพแล้ว ในเรื่องของสเปกก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยในรุ่น OPPO Reno5 มาพร้อมกับระบบชาร์จไวแบบ 50W Flash Charge สามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ได้ในเวลาเพียง 48 นาที และหากต้องการใช้งานด่วน สามารถชาร์จแบตเตอรี่ 5 นาที ก็เพียงพอต่อการดูวิดีโอต่อเนื่องถึง 3 ชั่วโมง
ขณะที่รุ่น OPPO Reno5 5G และ OPPO Reno5 Pro 5G มาพร้อมกับระบบชาร์จเร็วแบบ 65W SuperVOOC 2.0 ที่ใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่เพียง 5 นาที ก็สามารถใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง และใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ได้ในเวลาเพียง 35 นาทีใน OPPO Reno5 5G และ 30 นาที ใน OPPO Reno5 Pro 5G
6.รองรับ 5G

OPPO Reno5 5G เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนไม่กี่รุ่นในช่วงราคาไม่เกิน 15,000 บาทที่วางจำหน่ายในประเทศไทย และรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่ายใหม่ล่าสุดอย่าง 5G ที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการดาวน์โหลด-อัปโหลดให้สูงขึ้น พร้อมค่าความหน่วง (Latency) ที่ต่ำกว่าเดิม ช่วยให้การดูหนังสตรีมมิ่ง และการเล่นเกมมีความลื่นไหลมากยิ่งขึ้น โดยนอกเหนือจาก OPPO Reno5 5G แล้ว ในรุ่น OPPO Reno5 Pro 5G ที่เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ ก็รองรับการเชื่อมต่อ 5G ในประเทศไทยเช่นเดียวกัน
7.ราคาที่จับต้องได้

OPPO Reno5 Series 5G เปิดราคาวางจำหน่ายในประเทศไทย เริ่มต้นเพียง 10,990 บาทเท่านั้น ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นราคาที่สามารถจับต้องได้ง่ายมากขึ้น ส่วนทางด้านรุ่น OPPO Reno5 Pro 5G เปิดราคาวางจำหน่ายที่ 19,990 บาท โดยผู้ที่สั่งซื้อระหว่างวันที่ 12 - 21 กุมภาพันธ์ 2021 จะได้รับของสมมนาคุณมูลค่ารวมกว่า 12,999 บาท พร้อมโปรโมชันจากผู้ให้บริการเครือข่าย ลดสูงสุด 8,000 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
[บทความนี้เป็น Advertorial]
วันที่ : 16/2/2564





