หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 11/11/2563

เปรียบเทียบ Moto G 5G Plus และ Xiaomi Mi 10T Lite มือถือ 5G ราคาต่ำหมื่นรุ่นแรกๆ ในไทย ต่างกันอย่างไร รุ่นไหนน่าโดนกว่า มาดูกัน!

 

ปัจจุบันนี้สมาร์ทโฟน 5G มีราคาถูกลงเรื่อยๆ ทำให้ซื้อหากันได้ง่ายขึ้น ซึ่งล่าสุดก็ได้ก็ได้ดรอปราคาลงมาจนต่ำกว่า 10,000 บาทเรียบร้อยแล้วจากการเปิดตัวของ Moto G 5G Plus ที่เปิดราคามาแค่ 9,990 บาท แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าจะไม่ได้มาเพียงรุ่นเดียว เพราะ Xiaomi Mi 10T Lite 5G ที่เปิดราคาในยุโรปไว้ที่ราวๆ 10,000 บาทก็ได้ผ่านการตรวจรับรองจาก กสทช. และเตรียมเข้ามาทำตลาดในไทยเช่นกัน ใครที่กำลังเล็งมือถือ 5G ราคาต่ำหมื่นอยู่ คงต้องเลือกระหว่าง 2 รุ่นนี้อย่างแน่นอน ในวันนี้เราจึงนำ Moto G 5G Plus และ Xiaomi Mi 10T Lite มาเปรียบเทียบสเปกและคุณสมบัติต่างๆ ให้ดูกัน เพื่อช่วยให้ทุกท่านตัดสินใจเลือกรุ่นที่ถูกใจได้ง่ายขึ้นครับ

 

เปรียบเทียบสเปก

Moto G 5G Plus กับ Xiaomi Mi 10T Lite

จากการเปรียบเทียบสเปกข้างต้น จะเห็นว่าทั้ง Moto G 5G Plus และ Xiaomi Mi 10T Lite มีคุณสมบัติโดยรวมที่ใกล้เคียงกันมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านประสิทธิภาพ, แบตเตอรี่, การถ่ายภาพ และการเชื่อมต่อ อีกทั้งยังรองรับ 5G ในไทยได้ทั้งแบนด์ n28 และ n41 อีกด้วย

เริ่มจากหน้าจอแสดงผลกันก่อน ซึ่งจะเห็นว่าทั้งสองรุ่นนั้นมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกันมาก จุดที่แตกต่างกันจริงๆ คงเป็นอัตรารีเฟรชที่ Xiaomi Mi 10T Lite ทำได้สูงสุด 120Hz ในขณะที่ Moto G 5G Plus ทำได้สูงสุด 90Hz ซึ่งจะทำให้ความสมูทของหน้าจอต่างกันอยู่บ้าง แต่หากใครไม่ได้ให้ความสำคัญกับอัตรารีเฟรช อาจจะมองข้ามจุดนี้ไปก็ได้

ด้านหน่วยประมวลผลภายใน Moto G 5G ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 765 ที่มีการติดตั้งโมเด็ม 5G เพิ่มเข้าไป ในขณะที่ Mi 10T Lite ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 750G ที่รองรับ 5G ได้ในตัวเช่นกัน จากตัวเลขแล้วเราอาจจะมองว่า Snapdragon 765 มีประสิทธิภาพสูงกว่า 750G แต่จริงๆ แล้ว Snapdragon 750G เป็นรุ่นใหม่กว่า โดยเพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาเท่านั้น (ในขณะที่ 765 เปิดตัวไปตั้งแต่ธันวาคมปีที่แล้ว) อีกทั้งยังทำคะแนน benchmark บน AnTuTu ได้สูงกว่า 765 อีกด้วย (Snapdragon 765 ทำได้ 284930 ส่วน Snapdragon 750G ทำได้ 324853) ในจุดนี้ Mi 10T Lite จึงน่าจะทำงาน และเล่นเกมได้ดีกว่า Moto G 5G Plus พอสมควร 

สำหรับแบตเตอรี่ Moto G 5G Plus มีความจุมากกว่าแบตเตอรี่ของ Mi 10T Pro เพียงนิดเดียว แต่ Mi 10T Lite จะได้เปรียบด้านเทคโนโลยีชาร์จเร็วที่มีกำลังไฟมากกว่า อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการใช้งานจริงจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น การจัดสรรพลังงานของชิปเซ็ต และ ROM ของตัวเครื่อง แต่ถ้าเทียบกับความจุเพียงอย่างเดียว Moto G 5G Plus ก็น่าจะใช้งานได้นานกว่า Mi 10T Lite เล็กน้อย

ในส่วนของการถ่ายรูป ทั้ง Moto G 5G Plus และ Xiaomi Mi 10T Lite ต่างก็มีชุดกล้องหลัง 4 ตัว โดยเป็นชุดกล้องแบบ กล้องหลัก + ชุดกล้องเสริม Ultra Wide + Macro + Depth ซึ่งจัดว่าเป็นเซ็ตมาตรฐานของสมาร์ทโฟน 4 กล้องในปัจจุบัน ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุด คือ Mi 10T Lite ใช้เซ็นเซอร์รับภาพตัวหลักที่มีความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ในขณะที่ Moto G 5G Plus มี 48 ล้านพิกเซล หากวัดกันที่จำนวนเมก้าพิกเซล Mi 10T Lite ดูจะได้เปรียบกว่าพอสมควร แต่จริงๆ แล้ว จำนวนเมก้าพิกเซลเพียงไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพของรูปถ่ายโดยตรง เพราะขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์ประมวลผล, ขนาดเซ็นเซอร์ ไปจนถึงฟีเจอร์ต่างๆ ของตัวกล้อง เราจึงยังตัดสินไม่ได้ว่ารุ่นไหนจะถ่ายรูปได้ดีกว่ากัน จนกว่าจะได้เห็นภาพถ่ายจากกล้องของมือถือทั้งสองรุ่นจริงๆ แต่เชื่อว่าผลลัพธ์ที่ออกมาน่าจะไม่ต่างกันมากครับ

สำหรับกล้องหน้า Moto G 5G Lite ดูจะมีภาษีดีกว่าอย่างชัดเจน เพราะเป็นกล้องคู่ที่เพิ่มเลนส์ Ultra Wide มาให้ด้วย ทำให้ถ่ายเซลฟีแบบมุมกว้างได้ ส่วนคุณภาพของรูปถ่ายจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอดูกันต่อไป เพราะในขณะนี้ยังไม่มีตัวอย่างภาพถ่ายของสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นหลุดมาให้เห็นเลย

จากทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น เรียกได้ว่า Moto G 5G Plus และ Xiaomi Mi 10T Lite มีคุณสมบัติและความสามารถที่กินกันไม่ลง หลังจากนี้ก็คงต้องตัดสินกันที่ราคาเท่านั้น ซึ่ง Moto G 5G Plus เปิดราคาไทยมาที่ 9,990 บาท โดยจะเริ่มขายปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ส่วน Xiaomi Mi 10T Lite ก็เพิ่งผ่านการรับรองจาก กสทช. และกำลังจะเข้ามาขายในไทยเช่นกัน โดยเปิดราคายุโรปไว้ที่ราวๆ 10,000 บาท ซึ่งคาดว่าราคาไทยอาจจะต่ำกว่านี้ ใครชอบรุ่นไหนก็กำเงินรอกันไว้ได้เลย แต่คาดว่าไม่เกิน 10,000 บาทแน่นอนครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

 


วันที่ : 11/11/2563