หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 18/9/2562

แนะนำ 7 สมาร์ทโฟนกล้องสวยในงบ 10,000 บาท ที่น่าสนใจ กับเทคโนโลยีถ่ายภาพที่ล้ำหน้ากว่าเดิม

 

สวัสดีค่ะ วันนี้กลับมาพบกับทีมงาน Thaimobilecenter กับนานาสาระน่ารู้ และข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนกันอีกครั้งแล้วนะคะ หากถามว่าการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่ผู้ใช้จะเลือกพิจารณาปัจจัยอะไรบ้าง หนึ่งในนั้นจะต้องมีเรื่องเกี่ยวกับฟีเจอร์กล้องถ่ายภาพอย่างแน่นอน เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนได้ถูกพัฒนาให้ก้าวล้ำ และทันสมัยขึ้นอย่างมาก อีกทั้งกล้องบนสมาร์ทโฟนบางรุ่นนั้นยังมีประสิทธิภาพแทบจะเทียบเท่ากล้อง DSLR เลยก็ว่าได้ ประกอบกับขนาดกะทัดนัดที่สามารถพกพาไปได้ทุกที่ และตอบสนองความต้องการได้ทันที จึงทำให้ฟีเจอร์กล้องกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนของหลายๆ ท่านนั่นเอง

วันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้คัดเลือกสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับความโดดเด่นในเรื่องของกล้องถ่ายภาพ ซึ่งทางทีมงานก็ได้ตั้งงบประมาณสำหรับการคัดเลือกไว้อยู่ที่ไม่เกิน 10,000 บาท (อัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 18 กันยายน 2562) เพราะสมาร์ทโฟนในช่วงราคาไม่เกิน 10,000 นี้ ผู้ใช้ก็สามารถใช้งานได้ทั้ง กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง, โหมดบิวตี้ที่ช่วยให้ภาพนวลเนียน หรือแม้กระทั่งกล้อง 3 ตัว (Triple Camera) ไปจนถึงกล้อง 4 ตัว (Quad Camera) ก็มีให้เลือกใช้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นใดที่มาพร้อมกล้องถ่ายภาพที่น่าสนใจที่สุดในขณะนี้บ้างนั้น ติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยค่ะ

 

Samsung Galaxy A50s ราคา 10,990 บาท

Samsung Galaxy A50s สมาร์ทโฟนรุ่นอัปเกรด กับดีไซน์จอไร้ขอบแบบ Infinity-U Display เช่นเดิม เพิ่มเติมคือลวดลายด้านหลังตัวเครื่องแบบ Holographic ที่มีการไล่เฉดสีสุดพรีเมียมในชื่อ Prism Crush และยังชูโรงด้วยกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ที่คมชัดมากขึ้นที่ 48 ล้านพิกเซล รวมถึงกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล โดยมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 158.5x74.7x7.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 169 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Infinity-U Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Exynos 9610 แบ่งออกเป็น Quad-Core ที่มีความเร็ว 2.3GHz และ Quad-Core ที่มีความเร็ว 1.7GHz
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสง F/2.0
  • กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุด 123 องศา
  • กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล 

โดยรองรับฟังก์ชัน Live Focus พร้อมเปลี่ยนรูปแบบเอฟเฟ็กต์ Bokeh ได้, โหมด Beauty ปรับผิวเนียน, โหมดถ่ายภาพกลางคืน และอาหาร รวมถึง Scene Optimizer ในการตรวจจับซีนได้ทั้งหมด 20 หมวดหมู่ นอกจากนี้ยังรองรับการถ่ายวิดีโอในโหมดป้องกันการสั่นไหวอย่าง Super Staedy และรองรับฟังก์ชันใหม่ล่าสุดแบบเดียวกับเรือธงรุ่นพี่ Galaxy Note10+ อย่าง AR Doodle โดยจะทำการตรวจจับใบหน้า พร้อมวาดสิ่งที่เราต้องลงไปเพิ่มได้ และสิ่งที่เราวาดลงไปจะเคลื่อนไหวตามใบหน้าของเรา
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล โดยมี F/2.0 
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย One UI
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (On-Screen Fingerprint)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby
- รองรับบริการ Samsung Pay
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- มีตัวเลือก 3 สี ได้แก่ Prism Crush Black, Prism Crush White และ Prism Crush Green

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy A50s
พรีวิว (Preview) Sasmsung Galaxy A50s

 

realme 5 Pro ราคาเริ่มต้น 7,999 บาท

realme 5 Pro มากับการดีไซน์ระดับพรีเมียมกว่าเดิมด้วยหน้าจอไร้ขอบทรงหยดน้ำ พร้อมฝาหลังเงางาม ที่มีลวดลายคริสตัล (Crystal Design) และการไล่เฉดสีแบบ Holographic Color Effect โฉมใหม่หมดจด รวมถึงจุดขายสำคัญอย่างกล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX586 ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 157x74.2x8.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 184 กรัม
- หน้าจอแสดงผล  LCD Dewdrop Full Screen ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 409 ppi : สัดส่วนการแสดงผลของหน้าจออยู่ที่ 90.6%) ครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D Gorilla Glass 3+
- ชิปเซ็ตประมวล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 712 AIE
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 616
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB / 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด128 พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) แบ่งออกเป็น

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 ที่มีขนาดรูรับแสง F/1.79
  • กล้องตัวที่สอง Ultra-Wide Lens ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.25 เก็บภาพมุมกว้างสุด 119 องศา
  • กล้องตัวที่สาม Portrait Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องตัวที่สี่ Macro Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

โดยรองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟีเจอร์ Chrome Boost, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Nightscape, โหมดผิวสวย AI Beauty และฟังกัน AI Scene Recognition

- กล้องดิจิทัลด้านหน้า AI ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX471 โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0 รองรับเทคโนโลยี AI Beauty
- แบตเตอรี่ความจุ 4035 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย ColorOS 6.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (AI Facial Unlock)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- มีตัวเลือก 2 สี ได้แก่ Sparking Blue และ Crystal Green
- รุ่น 4GB+128GB ราคา 7,999 บาท
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 8,999 บาท

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ realme 5 Pro 4GB+128GB
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ realme 5 Pro 8GB+128GB
รีวิว (Review) realme 5 Pro

 

Huawei nova 5T ราคา 10,990 บาท

Huawei nova 5T มีการดีไซน์จอไร้ขอบ ไร้รอยบาก ที่มีกล้องหน้าฝังอยู่บนจอ บนตัวเครื่องกระจกเงางามไล่เฉดสีโฉมใหม่ในชื่อ Holographic 3D Design จัดเต็มในด้านสเปกด้วยชิปเซ็ตระดับเรือธงอย่าง Kirin 980 และกล้องตัวหลักที่ด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) โดยมีคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นดังต่อไปนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 154.25x73.97x7.87 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 174 กรัม
- หน้าจอแสดงผล TFT LCD (IPS) Punch-Hole Display ขนาด 6.26 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Kirin 980
- เทคโนโลยี GPU Turbo 3.0
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB 
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) แบ่งออกเป็น 

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX586 (F/1.8) พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Light Fusion
  • กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างพิเศษ Super Wide Angle ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (F/2.2) เก็บภาพกว้างสุด 117 องศา
  • กล้องตัวที่สามเลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4)
  • กล้องตัวที่สี่เลนส์ Marco ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4) ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

โดยรองรับฟังก์ชัน Master AI สำหรับตรวจจับวัตถุ และสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านหน้าผู้ถ่าย เพื่อตั้งค่าการถ่ายภาพให้เหมาะสมแบบอัตโนมัติ จากกว่า 1,500 ซีน, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Night ที่มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ AIS (AI Image Stabilization) และการถ่ายวิดีโอหน้าชัดหลังเบลอด้วยฟังก์ชัน AI Portrait Color ได้อย่าง real-time

- กล้องดิจิทัลด้านหน้า AI ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty, AI HDR+ และ AI Scene Recognition สำหรับตรวจจับซีนเพื่อปรับให้สวยงามแบบอัตโนมัติ
- แบตเตอรี่ความจุ 3750 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 22.5W Huawei SuperCharge (สามารถชาร์จถึงระดับ 50% ในเวลา 30 นาที)
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง  (Side-Mounted Fingerprint Sensor)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Huawei nova 5T
พรีวิว (Preview) Huawei nova 5T

 

Vivo S1 ราคา 8,999 บาท

Vivo S1 มาพร้อมกับความโดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED บนดีไซน์จอขอบบางเฉียบแบบ Halo FullView Display ส่วนงานออกแบบที่ด้านหลังของตัวเครื่องมาพร้อมกับบอดี้กระจกเงา เคลือบสีไล่เฉดแบบทูโทน พร้อมลายคลื่นที่จะสะท้อนให้เห็นเมื่อโดนแสง และมีกล้อง 3 ตัว (Triple Camera) ที่ด้านหลัง รวมถึงแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว โดยมีฟีเจอร์ในเบื้องต้นดังนี้

- ตัวเครื่องขนาด 159.53x75.23x8.13 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 179 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Halo Fullvie Display ขนาด 6.38 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) คิดเป็นสัดส่วนพื้นที่ทั้งหมด 90% และรองรับฟังก์ชัน Always On Display
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek (MT6768) Helio P65
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G52 2EEMC2
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB 
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) แบ่งออกเป็น

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX499 มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.78
  • กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง AI Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้าง 120 องศา มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2
  • กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4

โดยรองรับระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟังก์ชัน Live Photos, Portrait พร้อม AI Portrait Framing และ AI Face Beauty 
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.0 รองรับฟังก์ชัน AI Face Beauty, Bokeh และ Super Wide-Angle Camera
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh 
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Screen Touch ID)
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi AI Assistant
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB 2.0

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Vivo S1
รีวิว (Review) Vivo S1

 

OPPO A9 2020 ราคา 8,990 บาท

OPPO A9 2020 ชูโรงที่กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล พร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่สามารถแปลงร่างเป็น Power Bank ให้กับเครื่องอื่นได้ บนดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ New Waterdrop Screen พร้อมตัวเครื่องเงางามที่มีเทคโนโลยีการไล่เฉดสีแบบ 3D Gradient โดยมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด163.6x75.6x9.1 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 195 กรัม
- หน้าจอแสดงผล New Waterdrop Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล) พร้อมฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ช่วยให้มองเห็นหน้าจอแสดงผลขณะใช้งานกลางแจ้งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และ Blue Shield หรือโหมดถนอมสายตาสำหรับช่วยตัดแสงสีฟ้า
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 665
- เทคโนโลยี Game Boost 2.0
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) แบ่งออกเป็น 

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล (f/1.8)
  • กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f/2.25) เก็บภาพมุมกว้างสุด 119 องศา
  • กล้องตัวที่สาม Portrait Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (f/2.4) 
  • กล้องตัวที่สี่ Mono Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (f/2.4)

โดยรองรับโหมดถ่ายภาพกลางคืนแบบ Ultra Night Mode 2.0, Portrait และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD รวมถึงระบบป้องกันภาพสั่นไหวบแบบ EIS สำหรับการถ่ายวิดีโอ

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (f/2.0) พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับฟังก์ชัน Reverse Charging สำหรับเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็น Power Bank เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ผ่านสาย OTG 
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.0.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Facial Unlock)
- ระบบเสียง Dolby Atmos
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ OPPO A9 2020
พรีวิว (Preview) OPPO A9 2020

 

Motorola One Action ราคา 6,990 บาท

Motorola One Action มาในดีไซน์จอไร้รอยบากพร้อมการเจาะรูกล้องหน้าแบบ CinemaVision ที่มีอัตราส่วนการแสดงผล 21:9 และชูโรงที่กล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ในชื่อ Action Camera ที่มีความสามารถในการถ่ายวิดีโอแนวนอน ด้วยการถือเครื่องในเแนวตั้ง พร้อมกับมุมกว้างถึง 117 องศา บนตัวเครื่องเงางามที่มีคุณสมบัติการป้องกันน้ำมาตรฐาน IPX2 และมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android One ซึ่งมีคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 160.1x71.2x9.15 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 176 กรัม
- หน้าจอแสดงผล LTPS IPS CinemaVision Ultra-Wide ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2520 พิกเซล) ในอัตราส่วน 21:9
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Exynos S925 9609 ที่มีความเร็ว 2.2 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 MP3
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 512GB
- กล้องดิจิทัล Action Camera ที่ด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.8
  • กล้องตัวที่สองเลนส์กว้าง Ultra-Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุด 118.8 องศา
  • กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

โดยรองรับเทคโนโลยี Quad Pixel ช่วยสำหรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย และฟังก์ชัน FRAME 4X ในการถ่ายวิดีโอในมุมกว้าง แม้ถือสมาร์ทโฟนในแนวตั้ง
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล โดยมี F/2.0 
- แบตเตอรี่ความจุ 3500 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie (Android One)
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Rear Fingerprint)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 

Xiaomi Mi 9T ราคา 8,990 บาท*

Xiaomi Mi 9T มาในดีไซน์จอไร้ขอบ ไร้รอยบาก พร้อมกับกล้องหน้า Pop-Up คมชัด 20 ล้านพิกเซล ผสานกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) บนตัวเครื่องโค้งมนไล่เฉดสีแบบ 3D Gredient Hologram และมีการติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ใต้หน้าจอ (In-Screen Fingerprint) โดยมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 156.7x74.3x8.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 191 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLED Full Screen Display ขนาด 6.39 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) คิดเป็นพื้นที่การแสดงผลทั้งหมด 91.9% ครอบทับด้วยกระจกขอบนูน 2.5D Gorilla Glass 5 และรองรับฟังก์ชัน Always-On Display
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 730
- เทคโนโลยี Game Turbo 2.0
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 618
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB 
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB / 128GB 
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX586 1/2 นิ้ว พิกเซลขนาด 1.6 ไมครอน (เทคโนโลยี 4-in-1 Pixel) มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.75
  • กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide-Angle ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/3 นิ้ว พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุด 124.8 องศา
  • กล้องตัวที่สามเลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/4 นิ้ว พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4

โดยรองรับการซูมแบบ 2x Optical Zoom และ 10x Digital Zoom, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ Portrait, AI Beauty และ AI Scene Recognition
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบ Pop-Up ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Wide Angle มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2 โดยรองรับโหมดหน้าชัดหลังเบลอ Portrait, AI Beauty และ AI Scene Recognition
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย MIUI 10
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE บนเทคโนโลยี Full Netcom 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2x2 MIMO, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Xiaomi Mi 9T 64GB
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Xiaomi Mi 9T 128GB

*หมายเหตุ : ราคาพิเศษ 8,990 บาท (รุ่น 6GB+64GB) และ 10,990 บาท (รุ่น 6GB+128GB) ถึงวันที่ 22 กันยายนนี้เท่านั้น

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับสมาร์ทโฟนกล้องสวยที่น่าสนใจในงบ 10,000 บาท ที่ทางทีมงานรวบรวมไว้ จะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนทุกรุ่นนั้นมีจุดเด่นในเรื่องกล้องถ่ายภาพที่แตกต่างกันออกไป โดยบางรุ่นอาจจะเด่นที่กล้องด้านหน้าสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่ ขณะที่อีกรุ่นหนึ่งจะเด่นที่กล้องด้านหลังสำหรับการถ่ายภาพทั่วไป หรือการถ่ายแบบ หน้าชัด-หลังเบลอ รวมถึงโหมดถ่ายภาพกลางคืน, การถ่ายภาพมุมกว่าง และการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง ซึ่งปัจจัยในเรื่องของกล้องถ่ายภาพนี้ตัวผู้ใช้ต้องเป็นผู้ตัดสินเองว่าภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟนรุ่นใดจะตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงใจมากที่สุด และภาพที่ได้จากสมาร์ทโฟนแต่ละแบรนด์จะให้โทนสีที่แตกต่างกัน 

และนอกจากกล้องถ่ายภาพแล้ว ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็มักพิจารณาฟีเจอร์อื่นๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น ขนาด + ความคมชัดของหน้าจอ, ชิปเซ็ตประมวลผล, หน่วยความจำแรม (RAM), หน่วยความจำภายใน (ROM), การดีไซน์ตัวเครื่อง และเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ รวมถึงฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ อีกมากมาย

ดังนั้น ทีมงานจึงขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทดลองจับถือ และใช้งานสมาร์ทโฟนรุ่นที่สนใจในเบื้องต้นที่ศูนย์บริการเสียก่อน พร้อมนำไปเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นๆ ด้วยเพื่อสร้างความมั่นใจว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ตอบโจทย์เราจริงๆ สำหรับวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 18/9/2562

 แสดงความคิดเห็นที่นี่
ข่าวมือถือ บทความมือถือ ที่เกี่ยวข้อง