รวมเรือธง RAM 12GB พร้อมฟีเจอร์ระดับท็อปครบครันจัดเต็มทุกการใช้งาน มีรุ่นไหนบ้าง มาดูกัน!
เรียกได้ว่านับวันเทคโนโลยีบนสมาร์ทโฟนมีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว จะเห็นได้จากสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของแต่ละค่ายที่พกพาฟีเจอร์ระดับท็อปมาอย่างครบครัน ซึ่งหนึ่งในคุณสมบัติเด่นที่ถือเป็นจุดขายสำคัญของสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปหลายๆ รุ่นก็คือ หน้าจอขนาดใหญ่ พร้อมการแสดงผลความละเอียดสูง, กล้องถ่ายภาพที่มีมากถึง 3 ตัว (Triple Camera) หรือ 4 ตัว (Quad Camera), เทคโนโลยีการฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Scanner) และการนำระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยในการประมวลผลด้านต่างๆ
รวมไปถึงหน่วยความจำแรม (RAM) ที่เพิ่มมากขึ้นจนมาถึง 12GB ซึ่งมากกว่าสมาร์ทโฟนที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วๆ ไป เพื่อช่วยให้สมาร์ทโฟนสามารถทำการประมวลผลต่างๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และผู้ใช้จำนวนไม่น้อยก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับคุณสมบัตินี้ พร้อมทั้งยกให้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักสำหรับการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนด้วยเช่นเดียวกัน วันนี้ทางทีมงาน Thaimobilecenter จึงทำการรวบรวมสมาร์ทโฟนเรือธงที่มาพร้อมหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 12GB ที่น่าสนใจมาให้ได้ชมกัน ซึ่งจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้างนั้น เชิญติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยค่ะ
Samsung Galaxy Note10+
- หน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED Cinematic Infinity-O Display ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+ (1440x3040 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Exynos 9825 บนเทคโนโลยีการผลิต 7nm
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76 MP12
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 3.0 ขนาด 256GB / 512GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 1TB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual Pixel และรองรับ Night Shot สำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่ในสภาวะที่มีแสงน้อย
- กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 4 ตัว (Quad Camera) โดยแบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักเลนส์ Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมฟีเจอร์ Dual Aperture (F1.5/F2.4)
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างพิเศษ Ultra-Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุด 123 องศา มีขนาดรูรับแสง F/2.2
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ DepthVision (ToF)
- แบตเตอรี่ความจุ 4300 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 45W Superfast Charging และชาร์จไร้สาย 15W Fast Wireless Charging 2.0
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย One UI 1.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Ultrasonic Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- ระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos 3D
- การป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
- รองรับการใช้งานร่วมกับระบบ Samsung DeX (Desktop Experience) และสายเชื่อมต่อแบบ DeX Cable เพื่อใช้งานสมาร์ทโฟนในโหมดเดสก์ท็อป
- รองรับการเชื่อมต่อ MST + NFC และบริการ Samsung Pay
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 256GB ราคา 37,900 บาท
- รุ่น 512GB ราคา 40,900 บาท
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy Note10+ (256GB)
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy Note10+ (512GB)
รีวิว (Review) Samsung Galaxy Note10+
Samsung Galaxy S10+
- ตัวเครื่องมีขนาด 157.6x74.1x7.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 175 กรัม บนดีไซน์ Metal-Glass โดยฝาหลังครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ผสานกรอบตัวเครื่องอะลูมิเนียม ซีรีส์ 7000
- หน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+ (1440x3040 พิกเซล) ครอบทับด้วยกระจกขอบนูน Gorilla Glass 6 รองรับเทคโนโลยี HDR10+, Dynamic Tone Mapping และรองรับมาตรฐานสีแบบ DCI-P3 โดยมี Contrast Ratio อยู่ที่ 1:2000000
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Exynos 9820
- ระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 1TB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 10 + 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง F/1.9 + F/2.2 พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual Pixel, โหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Live Focus) และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K UHD เป็นรุ่นแรกของโลก
- กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 3 ตัว โดยแบ่งออกเป็น
กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง F/1.5 เทคโนโลยี Dual Aperture สำหรับสลับค่ารูรับแสงให้อัตโนมัติ, เทคโนโลยีโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual Pixel และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS
กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง F/2.2 เลนส์มุมกว้าง 123 องศา
กล้องตัวที่สามเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง F/2.4 พร้อมเทคโนโลยีป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Autofocus
- แบตเตอรี่ความจุ 4100 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ Fast Charging และชาร์จไร้สาย Fast Wireless Charging 2.0 พร้อมฟีเจอร์ Wireless PowerShare สำหรับเป็นแท่นชาร์จให้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่น
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย One UI 1.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Ultrasonic Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- การป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
- รองรับการใช้งานร่วมกับระบบ Samsung DeX (Desktop Experience) และสายเชื่อมต่อแบบ DeX Cable เพื่อใช้งานสมาร์ทโฟนในโหมดเดสก์ท็อป
- รองรับช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- รองรับการเชื่อมต่อ MST + NFC และบริการ Samsung Pay
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 ได้เป็นรุ่นแรกของโลก
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 35,900 บาท
- รุ่น 8GB+512GB ราคา 44,900 บาท
- รุ่น 12GB+1TB ราคา 55,900 บาท
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy S10+ (12GB+1TB)
รีวิว (Review) Samsung Galaxy S10+
Samsung Galaxy Fold

- ตัวเครื่องมีขนาด 157.6x74.1x7.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 175 กรัม บนดีไซน์ Metal-Glass โดยฝาหลังครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ผสานกรอบตัวเครื่องอะลูมิเนียม ซีรีส์ 7000
- หน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED Infinity Flex Display ขนาด 7.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ QXGA+ (1536x2152 พิกเซล) พร้อมหน้าจอรอง Cover Display ขนาด 4.6 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (720x1680 พิกเซล) รองรับเทคโนโลยี HDR10+, Dynamic Tone Mapping และรองรับมาตรฐานสีแบบ DCI-P3
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 855
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 3.0 ขนาด 512GB
- กล้องดิจิทัลทั้งหมด 6 ตัว แบ่งออกเป็น
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า Selfie Camera ที่ Cover Display จำนวน 1 ตัว ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F2.2
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย กล้องตัวหลักเลนส์ Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Dual Aperture ปรับค่ารูรับแสงอัตโนมัติที่ F1.5/F2.4, กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างพิเศษ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F2.2 และกล้องตัวที่สามเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F2.4
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าที่ Infinity Flex Display แบบคู่ (Dual Camera) ประกอบด้วยกล้อง Seifie Camera ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสง F2.2 และกล้อง RGB Depth Camera ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.9
- แบตเตอรี่ความจุ 4380 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ Fast Charging และชาร์จไร้สาย Fast Wireless Charging 2.0 พร้อมฟีเจอร์ Wireless PowerShare สำหรับเป็นแท่นชาร์จให้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่น
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย One UI
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง
- รองรับการใช้งานร่วมกับระบบ Samsung DeX (Desktop Experience) และสายเชื่อมต่อแบบ DeX Cable เพื่อใช้งานสมาร์ทโฟนในโหมดเดสก์ท็อป
- รองรับการเชื่อมต่อ FC และบริการ Samsung Pay
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- ราคา $1,980 (ประมาณ 62,000 บาท)
PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 30 RS

- ตัวเครื่องมีขนาด 158.1x73.1x9.3 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 198 กรัม
- หน้าจอแสดงผล OLED HUAWEI Horizon Display ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1176x2400 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 990
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 512GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ NM Card สูงสุดที่ 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง Leica 4 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลัก SuperSensing Wide ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล (F/1.6 : ทางยาวโฟกัส 27mm) พร้อมระบบ OIS
- กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide Cine ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล (F/1.8 : ทางยาวโฟกัส 18mm)
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F/2.4 : ทางยาวโฟกัส 80mm) พร้อมรองรับ OIS
- กล้องตัวที่สี่ 3D Depth Sensing
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล (F/2.0)
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40W HUAWEI SuperCharge
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- ราคา 2,095 ยูโร หรือประมาณ 70,800 บาท
Vivo NEX 3 5G

- ตัวเครื่องมีขนาด 167.44x76.14x9.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 218.5 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Waterfall FullView Display ขนาด 6.89 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) โดยมีสัดส่วนการแสดงผลที่ 99.6%
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855+
- ระบบระบายความร้อน Vapor Chamber Cooling System
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB / 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 3.0 ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล
- กล้องตัวที่สองเลนส์ Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 120 องศา พร้อมถ่ายภาพ Macro ใกล้สุดที่ 2.5 เซนติเมตร
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบ Elevating Front Camera
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 44W Vivo Super FlashCharge
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)
- ระบบเสียง Hi-Fi พร้อมชิปแยก AK4377A
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 8GB+256GB ราคา 5,698 หยวน หรือประมาณ 24,500 บาท
- รุ่น 12GB+256GB ราคา 6,198 หยวน หรือประมาณ 26,600 บาท
*หมายเหตุ : Vivo NEX 3 ที่วางจำหน่ายในไทยเป็นเวอร์ชัน 4G ที่มี RAM 8GB + ROM128GB โดยมีราคา 24,999 บาท
Vivo iQOO Pro

- ตัวเครื่องขนาด 158.77x75.73x9.325 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 215 กรัม (รุ่น 5G หนัก 217 กรัม)
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Waterdrop Display ขนาด 6.41 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 855+
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 640
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB / 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB / 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) แบ่งออกเป็นกล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX582 มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.79, กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง Wide Angle ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุด 120 องศา มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2 และกล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 โดยรองรับฟีเจอร์ Super Night View 2.0, Super Macro, Super Backlight, Portrait และ AI Beauty
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.0 รองรับ AI Beauty
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh พร้อมเทคโนโลยี 44W Ultra Fast FlashCharge
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Screen Fingerprint)
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi AI Assistant
- รองรับการเชื่อมต่อ 5G (รุ่นมาตรฐานรองรับสูงสุด 4G)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 8GB+256GB ราคา 3,198 หยวน (ประมาณ 13,900 บาท)
- รุ่น12GB+128GB ราคา 3,498 หยวน (ประมาณ 15,200 บาท)
- รุ่น (5G) 8GB+128GB ราคา 3,798 หยวน (ประมาณ 16,500 บาท)
- รุ่น (5G) 8GB+256GB ราคา 3,998 หยวน (ประมาณ 17,400 บาท)
- รุ่น (5G) 12GB+128GB ราคา 4,098 หยวน (ประมาณ 17,800 บาท)
OnePlus 7 Pro
- หน้าจอแสดงผลไร้ขอบ พร้อมขอบโค้งทั้ง 2 ด้าน AMOLED Fluid Display ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ Quad HD+ (3120x1440 พิกเซล) พร้อมค่า Refresh Rate ที่ระดับ 90Hz และรองรับการแสดงผลบนคอนเทนต์แบบ HDR10+
- ชิปเซ็ตประมวลผล (CPU) แบบ Qualcomm Snapdragon 855 Octa-Core Processor
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 12GB
- หน่วยความจำภาย (ROM) ความจุ 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบ Pop-up ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น
กล้องตัวหลักที่เลือกใช้เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX 586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.6 โครงสร้าง 7 ชิ้นเลนส์ พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS
กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างแบบ Wide Angle ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 ที่มีองศาในการรับภาพกว้าง 117 องศา
กล้องตัวที่สามแบบ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4 (ทางยาวโฟกัส 78mm) รองรับการซูมภาพแบบ Optical Zoom 3 เท่า พร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ Laser Autofocus
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังใต้หน้าจอ
- ลำโพงแบบคู่ Stereo Speakers ที่รองรับเทคโนโลยี Dolby Atmos
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Hybrid Slot)
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 30W Warp Charge
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Oxygen OS
- รุ่น RAM 6GB + ROM 128GB ราคา 24,990 บาท
- รุ่น RAM 8GB + ROM 256GB ราคา 26,990 บาท
- รุ่น RAM 12GB + ROM 256GB ราคา 29,990 บาท
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ OnePlus 7 Pro (12GB+256GB)
รีวิว (Review) OnePlus 7 Pro
Redmi K20 Pro Premium

- ตัวเครื่องมีขนาด 156.7x74.3x8.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 191 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLED Full Screen Display ขนาด 6.39 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 403 ppi) พร้อมรองรับเทคโนโลยี HDR
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 855+
- เทคโนโลยี Game Turbo 2.0
- ระบบระบายความร้อนแบบ 8-Layer Graphite Cooling System
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 640
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB / 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB / 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX586 1/2 นิ้ว พิกเซลขนาด 1.6 ไมครอน (เทคโนโลยี 4-in-1 Pixel) มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.75
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง Super-Wide Angle ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/3 นิ้ว พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุด 124.8 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/4 นิ้ว พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบ Pop-Up ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Wide Angle มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 27W Fast Charging
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอเวอร์ชันที่ 7 (7th Gen In-Display Fingerprint)
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย MIUI 10
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE บนเทคโนโลยี Full Netcom 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2x2 MIMO, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- ระบบ Dual GPS
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 2,699 หยวน หรือประมาณ 11,600 บาท
- รุ่น 8GB+512GB ราคา 2,999 หยวน หรือประมาณ 12,900 บาท
- รุ่น 12GB+512GB ราคา 3,199 หยวน หรือประมาณ 13,800 บาท
Xiaomi Mi 9 Pro 5G

- ตัวเครื่องมีขนาด 157.21x74.64x8.54 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 196 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLED Full Screen Display ขนาด 6.39 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 403 ppi) พร้อมรองรับเทคโนโลยี HDR, ฟังก์ชัน Sun Screen 2.0 และ Night Screen
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 855+
- ระบบระบายความร้อนแบบ Vapour Chamber ผสมกับแผ่นกราฟีน รวมถึงซิลิโคนลดความร้อน
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 640
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB / 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB / 256GB / 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX586 1/2 นิ้ว พิกเซลขนาด 1.6 ไมครอน (เทคโนโลยี 4-in-1 Pixel) มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.75
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง Super-Wide Angle ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX481 ขนาด 1/3 นิ้ว พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.4 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุด 124.8 องศา และถ่ายภาพแบบ Macro ในระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung S5K3M5 ขนาด 1/3.6 นิ้ว พิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 45W Fast Charging
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย MIUI 11
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G และเทคโนโลยี Full Netcom 6.0
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2x2 MIMO, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- ระบบ Dual GPS
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 3,699 หยวน หรือประมาณ 15,900 บาท
- รุ่น 8GB+256GB ราคา 3,799 หยวน หรือประมาณ 16,300 บาท
- รุ่น 12GB+256GB ราคา 4,099 หยวน หรือประมาณ 17,600 บาท
- รุ่น 12GB+512GB ราคา 4,299 หยวน หรือประมาณ 18,500 บาท
Xiaomi Mi Mix Alpha

- หน้าจอแสดงผล Flexible OLED Screen ขนาด 7.92 นิ้วความละเอียด 2088x2250 พิกเซล
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 855+
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 640
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 3.0 ขนาด 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวแรก Ultra High ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Samsung HMX ขนาด 1/1.33 นิ้ว พิกเซลขนาด 1.6 ไมครอน (เทคโนโลยี 4-in-1 Pixel) มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.69 ถ่ายภาพความละเอียด 12032x9024 พิกเซล พร้อม Laser Hybrid Focus และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 4 แกน (4-axis OIS)
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง Super-Wide Angle ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX350 ขนาด 1/2.8 นิ้ว พิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุด 117 องศา และถ่ายภาพแบบ Super Macro ในระยะใกล้สุดที่ 1.5 เซนติเมตร
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung S5K2L7 ขนาด 1/2.55 นิ้ว พิกเซลขนาด 1.4 ไมครอน มีขนาดรูรับแสงที่ F/2.0 รองรับเทคโนโลยี Dual PD Phase Focus พร้อม Laser Hybrid Focus
- แบตเตอรี่ความจุ 4050 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40W Fast Charging
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย MIUI 11
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G และเทคโนโลยี Full Netcom 6.0
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2x2 MIMO, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- ราคา 19,999 หยวน หรือประมาณ 85,800 บาท
nubia Red Magic 3S

- ตัวเครื่องมีขนาด 171.7x78.5x9.65 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 215 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.65 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 387.5 ppi) โดยมี Refresh Rate ที่ระดับ 90Hz และ Touch Refresh Rate ที่ระดับ 240Hz
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 855+ ที่มีความเร็ว 2.96 GHz พร้อม AI Engine เวอร์ชั่นที่ 4
- ระบบระบายความร้อนแบบ ICE 2.1 Cooling System รุ่นแรกของวงการ ที่ช่วยลดอุณหภูมิได้สูงสุด 16 องศาเซลเซียส
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 640
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB / 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 3.0 ขนาด 128GB / 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 ขนาด 1/2.0 นิ้ว มีพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Pixel ขนาดรูรับแสงกว้าง F/1.7 โดยมีไฟแฟลช Dual-Tone LED รองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF ในเวลา 0.1 วินาที และบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 8K รวมถึงรองรับฟีเจอร์ Super Slow Motion ที่ระดับ 1920fps เป็นรุ่นแรกของโลก
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมพิกเซลขนาด 2.0 ไมครอน รูรับแสงกว้าง F/2.0 รองรับเทคโนโลยี AI Beauty และโหมด Portrait
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 27W PD Fast Charge โดยชาร์จเพียง 10 นาที สามารถเล่นเกมได้นาน 1 ชั่วโมง
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Redmagic OS 2.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner)
- ลำโพงเสียง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง (3D surround sound), DTS X Ultra Sound และ DTS7.1
- คุณสมบัติป้องกันน้ำที่ระดับ IP55
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 2,999 หยวน หรือประมาณ 12,800 บาท (ตัวเลือกสีดำ และเงิน)
- รุ่น 12GB+256GB ราคา 3,799 หยวน หรือประมาณ 16,200 บาท (ตัวเลือกสีแดงไล่เฉด)
Black Shark 2 Pro

- ตัวเครื่องมีขนาด 163.61x75.01x8.77 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 205 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLED TrueView Display ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 403 ppi) ในอัตราส่วน 19.5:9 รองรับมาตรฐาน DCI-P3 และ HDR
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855+ ที่มีความเร็ว 2.96 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 640 (672 MHz)
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4x ขนาด 8GB / 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 3.0 ขนาด 128GB / 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) แบ่งออกเป็นกล้องตัวหลัก 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 พิกเซลขนาด 1.6 ไมครอน พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Pixel มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.75 ส่วนกล้องตัวที่สองความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 รองรับเทคโนโลยี AI Camera, ระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF และการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K ที่ 60 fps รวมถึงฟังก์ชัน Super Slow Motion ที่ 1920fps
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0 และเทคโนโลยี Smart Beauty
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Quick Charge 4.0 (27W)
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie
- ระบบระบายความร้อน Liquid Cooling 3.0+ ที่ช่วยลดอุณหภูมิได้ถึง 14 องศาเซลเซียส
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)
- รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 19,900 บาท
- รุ่น 12GB+256GB ราคา 23,900 บาท
Asus ROG Phone II

- ตัวเครื่องมีขนาด 170.99x77.6x9.48 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 240 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLEd ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด 2340x1080 พิกเซล (Full HD) พร้อมค่า Refresh Rate ที่ 120Hz และค่า Touch-sensing ที่ 240Hz
- ชิปเซ็ตประมวลผล (CPU) แบบ Qualcomm Snapdragon 855+ ความเร็วในการประมวลผลสูงสุด 2.96GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 640
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8 และกล้องตัวรองเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4 พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF และ Laser Autofocus
- ลำโพงแบบคู่ พร้อมระบบเสียง DTS:X Ultra
- ฟังก์ชัน AirTriggers
- ระบบระบายความร้อนด้วย Vapor Chamber
- ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.
- ระบบสแกนลายนิ้วมือฝังใต้หน้าจอ
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/h/n/ac/ad Dual Band และ Bluetooth 5.0
- แบตเตอรี่ความจุ 6000mAh พร้อมรองรับระบบชาร์จเร็ว 30W ROG HyperCharge
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ROG UI
- รุ่น Tencent Elite (RAM 8GB + ROM 128GB) ราคา 3,499 หยวน หรือประมาณ 15,700 บาท
- รุ่น Classic Version (RAM 12GB + ROM 512GB) ราคา 5,999 หยวน หรือประมาณ 27,000 บาท
- รุ่น Extreme Edition ราคา 7,999 หยวน หรือประมาณ 36,900 บาท
- รุ่น e-Sports Armor Edition (แพ็กเกจเป็นกระเป๋า พร้อมอุปกรณ์เสริมสำหรับ ROG Phone II รวมถึงหัวชาร์จ 30W) ราคา 12,999 หยวน หรือประมาณ 58,400 บาท
Asus ZenFone 6 Edition 30

- ตัวเครื่องมีขนาด 159.1x75.44x8.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 190 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD All-Screen NanoEdge Display ขนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) คิดเป็นพื้นที่ทั้งหมด 92% ครอบทับด้วยกระจกนิรภัย Gorilla Glass 6 และรองรับมาตรฐาน NTSC 96%, DCI-P3 และ HDR10
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 855
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 640
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 512GB รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ความจุ 2TB
- กล้องดิจิทัลแบบคู่ (Dual Camera) พับได้แบบ Flip Camera ที่สามารถใช้งานได้ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง โดยกล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX586 มีรูรับแสงขนาด F/1.79 พิกเซล 1.6 ไมครอน รองรับระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF, ระบบกันสั่น EIS, โหมดถ่ายภาพ Super Night Mode, ฟังก์ชัน AI Scene Detection, เก็บภาพไฟล์ RAW ได้ และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD 60fps ส่วนกล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างพิเศษ Ultra-Wide Angle 125° ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล
- ติดตั้งเซ็นเซอร์และลำโพงสนทนาไว้ในโมดูลกล้อง
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Quick Charge 4 และฟีเจอร์ Reverse Charging (10W)
- ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ZenUI 6 (การันตีการอัปเดตจนถึง Android Q และ Android R)
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner)
- ลำโพงภายนอกแบบ Stereo
- ช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- รองรับระบบ Dual GPS
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-FI a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- ราคา 699 ยูโร หรือประมาณ 24,900 บาท
Lenovo Z6 Pro

- ตัวเครื่องมีขนาด 157.5x74.6x8.65 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 185 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLED Water drop Screen ขนาด 6.39 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) รองรับมาตรฐาน DCI-P3 และ HDR10
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 855
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 640
- ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB / 8GB / 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB / 256GB / 512GB พร้อมรองรับการ์ดความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุด 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) แบ่งออกเป็นกล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง F/1.8 กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างพิเศษ 125 องศาแบบ Super Wide-Angle ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง F/2.2 กล้องตัวที่สามเลนส์ Telophoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง F/2.4 และกล้องตัวที่สี่ Super Video Camera ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่มีขนาด 2.9 ไมครอน พร้อมระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ OIS โดยรองรับการถ่ายภาพแบบ Super Macro ระยะใกล้สุดที่ 2.39 เซนติเมตร, ฟีเจอร์ถ่ายภาพกลางคืนโดยเฉพาะอย่าง Night Shot และฟีเจอร์ Hyper Video ที่สามารถบันทึกวิดีโอด้วยกล้องหลัง และกล้องหน้าไปพร้อมๆ กัน
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงขนาด F/2.0 รองรับโหมด Beauty และ Portrait
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมระบบชาร์จเร็วแบบ 27W Fast Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย ZUI 11
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอเวอร์ชันที่ 6 (6th Gen Screen Fingerprint)
- ระบบเสียง Dolby Atmos
- ระบบ Dual GPS (L1+L5)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 2,899 หยวน (ประมาณ 13,800 บาท)
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 2,999 หยวน (ประมาณ 14,300 บาท)
- รุ่น 8GB+256GB ราคา 3,799 หยวน (ประมาณ 18,000 บาท)
- รุ่น 12GB+512GB ราคา 4,999 หยวน (ประมาณ 23,800 บาท)
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นเด่นที่มาพร้อมหน่วยความจำแรม (RAM) มากถึง 12GB ที่ทางทีมงานได้คัดสรรมาให้ได้ชมกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นล้วนเป็นรุ่นท็อปของแต่ละแบรนด์ พร้อมกับฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์ ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานทั้งด้านถ่ายภาพ และด้านอื่นๆ ได้อย่างครอบคลุม
อย่างไรก็ดีนอกเหนือไปจาก ขนาดของหน่วยความจำแรม (RAM) ก็ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ขนาดของหน้าจอแสดงผล และความคมชัด, ชิปเซ็ตประมวลผล, กล้องถ่ายภาพ, หน่วยความจำภายใน, ความจุแบตเตอรี่ และเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ รวมถึงฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ
ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นในด้านใดมากที่สุด ซึ่งหากว่าได้ทำการทดลองใช้งานในเบื้องต้นแล้วเกิดความพึงพอใจ ทั้งในด้านการทำงาน, การดีไซน์ และราคา ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นควรค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 1/10/2562



