หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 4/6/2562

เปิดตัว iOS 13 เน้นปรับปรุงประสิทธิภาพครั้งใหญ่ พร้อม Dark Mode ที่รอคอย iPhone 6s และ iPhone SE ยังได้ไปต่อ!

 

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ iOS 13 ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Apple ที่คราาวนี้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พร้อมกับลูกเล่นต่างๆ มากมาย แต่จะมีอะไรใหม่ๆ บ้างนั้นไปดูกันเลยครับ

 

Dark Mode มาแล้ว!

ในที่สุดฟีเจอร์ที่มีข่าวลือมาอย่างยาวนานอย่าง Dark Mode ที่จะปรับการแสดงสีสันภายในตัวเครื่องให้เป็นโทนสีดำ ก็ได้เข้ามาอยู่ในระบบปฏิบัติการ iOS เป็นที่เรียบร้อย โดยรองรับการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันภายในตัวเครื่องหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น News, Calendar, Notes, Messages, Photo, Music และแอปพลิเคชันพื้นฐานติดเครื่อง เช่น Keyboard, Share Sheet และ Notification ต่างๆ นอกจากนี้ Apple ยังได้มีการเพิ่มวอลเปเปอร์รูปแบบใหม่ที่รองรับ Dark Mode โดยเฉพาะ พร้อมลูกเล่นที่คล้ายกับ MacOS ที่จะมีการเปลี่ยนสีสันตามกลางวัน และกลางคืน

 

ปรับปรุงความแรงไปอีกขั้น

ใน iOS เวอร์ชันที่ผ่านมาอย่าง iOS 12 นั้น Apple ได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานครั้งใหญ่ ซึ่งแม้ว่าจะเป็น iPhone รุ่นที่เปิดตัวมานานแล้ว แต่ก็ยังสามารถทำงานได้ไหลลื่น โดยใน iOS 13 ก็มีการปรับปรุงประสิทธิภาพใหเร็วแรงขึ้นไปอีกขั้น โดยสามารถปลดล็อกด้วยใบหน้าเร็วขึ้น 30%, เปิดแอปฯ เร็วขึ้น 2 เท่า รวมทั้งลดขนาดของแอปพลิเคชันต่างๆ บน App Store ลง 50% และลดขนาดไฟล์อัปเดตต่างๆ อีก 60%

 

CarPlay อัปเกรดใหม่

หลายท่านที่ชื่นชอบฟังก์ชัน CarPlay น่าจะเป็นข่าวดีไม่ใช่น้อย เพราะรอบนี้ทาง Apple มีการปรับปรุงอินเทอร์เฟสใหม่ให้สามารถแสดงการทำงานพร้อมกับได้หลายแอปพลิเคชัน รวมทั้ง Siri Suggestion ก็สามารถทำงานควบคู่ไปพร้อมกันได้ด้วย อย่างเช่น แอปฯ แผนที่ กับแอปฯ เพลง สามารถแสดงผลพร้อมกันได้ในครั้งเดียว และเมื่อผู้ใช้ขับรถเข้าไปในบริเวณบ้าง Siri Suggesstion ก็จะสามารถแจ้งเตือนให้เปิดประตูโรงรถ เป็นต้น

ส่วนทางด้านแอปฯ Music หรือแอปฯ เพลงนั้น ก็มีการปรับดีไซน์ใหม่อีกรอบ โดยคราวนี้สามารถแสดงภาพเป็นปกอัลบั้มได้คล้ายกับที่เห็นใน Apple TV และ iPad ส่วน Spotify และ Google Maps ก็สามารถทำงานร่วมกับ Siri ได้ดีกว่าเดิม

 

ปรับปรุงเรื่องความเป็นส่วนตัว

iOS 13 เน้นไปในเรื่องของความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นในเรื่องของโลเคชันที่สามารถเลือกแชร์ข้อมูลพิกัดจากการเปิดแอปฯ แต่ละครั้งได้แล้ว แทนการเปิดโลเคชันตลอดเวลาเหมือนกับปัจจุบัน นอกจากนี้ iOS 13 ยังมีระบบการแจ้งเตือนหากแอปฯ กำลังติดตามผู้ใช้งานในเบื้องหลัง รวมทั้ง Apple ยังมีการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานจากช่องทาง Wi-Fi และ Bluetooth

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในเรื่องของความปลอดภัยคือฟีเจอร์ใหม่อย่าง Sign in with Apple ที่มีรูปแบบการทำงานคล้ายกับการล็อกอินเข้าแอปฯ ต่างๆ คล้ายกับ Google Sign-in แต่ Apple ยกระดับความปลอดภัยด้วยการล็อกอินผ่าน Face ID และจะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ ของผู้ใช้งานให้กับแอปฯ

 

อัปเดตแอปฯ แจ้งเตือน

สำหรับแอปฯ Reminders ปรับโฉมใหม่ โดยระบบสามารถเพิ่มข้อมูลต่างๆ อย่างเช่น โลเคชัน หรือไฟล์แนบได้แบบอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้เพิ่มรายการแจ้งเตือนเข้าไป รวมทั้งยังสามารถใส่รายชื่อผู้ติดต่อให้กับรายการแจ้งเตือนต่างๆ ที่เราต้องการได้ โดยระบบจะทำการแจ้งเตือนผ่านแอปฯ Messages เมื่อเราคุยกับรายชื่อผู้ติดต่อที่เราผู้ไว้กับ Reminders เพื่อป้องกันการลืมนั่นเอง

 

คีย์บอร์ใหม่ พิมพ์ง่ายๆ แค่ปาด

ฟีเจอร์ใหม่ของคีย์บอร์ดบน iOS 13 คือการปาดนิ้วไปตามตัวอักษรต่างๆ บนคีย์บอร์ดเพื่อพิมพ์ข้อความ ไม่จำเป็นต้องจิ้มทีละตัวอักษรอีกต่อไป ซึ่งถือว่าช่วยย่นระยะเวลาในการพิมพ์ข้อความได้ดีพอสมควร

 

แอปฯ Camera, Photos ก็อัปเกรดใหม่

ในเรื่องของแอปฯ Camera และ Photos ก็มีการอัปเกรดครั้งใหญ่เช่นเดียวกัน โดยครั้งนี้ทาง Apple นำระบบ Machine Learning เข้ามาช่วยคัดกรองภาพที่ซ้ำกันภายในตัวเครื่อง และจะทำการซ่อนให้แบบอัตโนมัติ รวมทั้งยังมีการใช้ Machine Learning ในการช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาภาพถ่ายตามเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น หากวันนี้เป็นวันเกิดใครสักคนของเพื่อนเรา ระบบก็จะทำการแสดงภาพถ่ายของคนๆ นั้นบนตัวเครื่องมากเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ในส่วนของฟีเจอร์แก้ไขภาพถ่ายก็เพิ่มลูกเล่นใหม่ โดยสามารถลากนิ้วไปมาเพื่อปรับแต่งภาพถ่ายได้อย่างง่าย รวมทั้งยังมีการเพิ่มฟิลเตอร์ เครื่องมือแต่งรูปแบบใหม่ และลูกเล่นในการหมุน พร้อมครอปวิดีโอเฉพาะส่วนที่ต้องการได้

 

Health

แอปฯ Health ก็มีการนำ Machine Learning เข้ามาร่วมทำงานเช่นเดียวกัน โดยจะคอยช่วยสรุปผล และข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสุขภาพของผู้ใช้เอาไว้อย่างเป็นหมวดหมู่ และจะแสดงข้อมูลที่ดูเหมาะสม หรือเกี่ยวข้องที่สุดให้แก่ผู้ใช้ นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยตรวจสอบรอบเดือนของคุณสุภาพสตรีภายในแอปฯ ด้วย

 

แผนที่แบบ Look Around

ในส่วนของแอปฯ แผนที่ติดเครื่อง ในตอนนี้สามารถมองเห็นภาพต่างๆ บนท้องถนนคล้ายกับ Google Maps ได้แล้ว โดยใช้ชื่อฟีเจอร์ว่า Look Around ซึ่ง Apple ได้เก็บข้อมูลเหล่านี้มาจากเครื่องบิน และรถยนต์ที่ติดตั้งเซ็นเซอร์ LIDAR แต่ในเบื้องต้นจะครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ในสหรัฐฯ ก่อนเท่านั้น และจะมีการขยายไปพื้นที่อื่นๆ ในปีหน้า

 

Memoji

ฟีเจอร์การสร้างอีโมจิตามแบบฉบับใบหน้าของตัวเองอย่าง Memoji มีการยกเครื่องใหม่ โดยเพิ่มลูกเล่นในการแต่งหน้า และเครื่องประดับต่างๆ (สามารถสร้าง Memoji ให้ใส่ AirPods ได้ด้วย) รวมทั้งเมื่อผู้ใช้สร้างตัว Memoji ขึ้นมาใหม่ ระบบก็จะทำการสร้างชุดสติ๊กเกอร์เพิ่มมาให้ด้วย เพื่อให้ผู้ใช้นำไปใช้กับแอปฯ อย่าง iMessage, Mail หรือ WeChat เป็นต้น

 

iPhone รุ่นไหนอัปฯ iOS 13 ได้บ้าง

สำหรับ iPhone รุ่นที่รองรับ iOS 13 จะได้แก่ iPhone ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งทำให้ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ยังคงได้ไปต่อ ส่วนน้องเล็กอย่าง iPhone SE ก็สามารถอัปเดตได้เช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะได้รับอัปเดต iOS 13 ตัวเต็มในช่วงปลายปี หรือช่วงเดียวกันกับที่เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ โดยรุ่นที่รองรับ iOS 13 มีดังนี้

 

  • iPhone XS, iPhone XS Max
  • iPhone XR
  • iPhone X
  • iPhone 8, iPhone 8 Plus
  • iPhone 7, iPhone 7 Plus
  • iPhone 6s, iPhone 6s Plus
  • iPhone SE

 

ที่มา : iDropNews


วันที่ : 4/6/2562

Tags :