หน้าแรก >> รวมข่าวมือถือ >> News
   
Date : 29/3/2562

ทดสอบกล้อง Huawei P30 Pro โหมดถ่ายภาพกลางคืน, ฟังก์ชันซูม 50 เท่า และถ่ายภาพ Portrait จะเป็นอย่างไร มาดูกัน

 

สำหรับ Huawei P30 Pro ที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้น มีการพัฒนากล้องถ่ายภาพให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนอย่าง Huawei P20 Pro เป็นอย่างมากจนได้รับคะแนนทดสอบจาก DxOMark องค์กรทดสอบกล้อง และเซ็นเซอร์ชั้นนำระดับโลก สูงถึง 112 คะแนน ล้มแชมป์เก่าอย่าง Huawei P20 Pro และ Mate 20 Pro ที่เคยทำคะแนนเอาไว้ได้เท่ากันที่ 109 คะแนน

 

สิ่งที่ทาง Huawei ได้อัปเกรดก็คือ การเปลี่ยนไปใช้ระบบกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์กล้องชั้นนำอย่าง Leica จากเดิมที่ใช้ชุดกล้องหลัง 3 ตัว โดยชุดกล้อง 4 ตัวบน Huawei P30 Pro ถือว่าน่าสนใจพอสมควร เนื่องจากมาพร้อมกับกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra-Wide Angle ที่ถ่ายภาพได้โดยไม่หลุดเฟรม พร้อมกับกล้อง TOF (Time-of-Flight) เข้ามาช่วยถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างเนียนตา นอกจากนี้ ยังมากล้องเลนส์ซูมแบบ Periscope ที่มีพลังซูมได้ไกลถึง 50 เท่า พร้อมกล้องตัวหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล ที่ปรับไปใช้เซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่แบบ SuperSpectrum ที่มีค่ารูรับแสงกว้างสูงสุดถึง f/1.6 ตอบโจทย์การถ่ายภาพกลางคืนได้ดีขึ้นกว่าเดิม

โดยจากสเปกเบื้องต้นก็น่าจะทำให้พอเห็นภาพได้ว่า Huawei P30 Pro มาพร้อมกับกล้องที่เน้นไปในด้านการถ่ายภาพกลางคืน และการซูมภาพระยะไกลโดยเฉพาะ ดังนั้นการทดสอบกล้องถ่ายภาพในครั้งนี้จะเน้นการถ่ายภาพในที่แสงน้อย และทดสอบความสามารถของระบบซูมเป็นหลัก โดยภาพที่ได้จะเป็นอย่างไร ไปรับชมกันเลยครับ

 

สเปกกล้อง Huawei P30 Pro

  • ล้องตัวหลักแบบ Super Spectrum ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.6 พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS
  • กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide Angle มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 20  ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2
  • กล้อง Periscope Camera ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/3.4
  • กล้อง ToF สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้น พร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ Laser Autofocus และไฟแฟลชคู่แบบ Dual LED

 

ทดสอบระบบซูมภาพ 0.6x-50x

เริ่มต้นด้วยการทดสอบระบบซูมภาพของกล้องตัวใหม่แบบ Periscope กันก่อน โดย Huawei P30 Pro จะแบ่งการซูมออกเป็น 4 ระยะหลักๆ ตามการแตะที่ไอคอนซูมบริเวณทางด้านขวาของเมนูกล้อง ได้แก่ ระยะ 0.6x (ระยะปกติของกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ) ระยะ 1x (ระยะปกติของกล้องตัวหลัก, ระยะ 5x (ซูมโดยชิ้นเลนส์กล้อง Periscope) และระยะ 10x แบบ Hybrid Zoom (ใช้เลนส์ซูมประกอบกับเลนส์ตัวหลัก) ส่วนการซูมเกินระดับ 10x ไปจนถึง 50x จะเป็นการซูมแบบใช้ซอฟท์แวร์ หรือที่เราเรียกว่า Digital Zoom ทำให้ Huawei P30 Pro รุ่นนี้มีระยะในการถ่ายภาพครอบคลุมตั้งแต่ 16-1343mm.

 

 

โดยจากที่ทดสอบก็พบว่า ระยะการซูมในระดับ 5x ถึง 10x จะสามารถเก็บรายละเอียดได้คมชัดที่สุด ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในสถานการณ์ทั่วไปในปัจจุบัน เช่น การซูมถ่ายรายละเอียด่ที่อยู่บนอาคาร, ซูมถ่ายภาพภายในคอนเสิร์ต, ซูมดูสัตว์ภายในกรง หรือสถานที่ที่ไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้ เป็นต้น

 

ส่วนการซูมสุดในระดับสูงสุดที่ 50x แม้ว่าจะปรากฏ Noise ให้เห็นอยู่บ้าง และภาพอาจไม่คมชัดเท่ากับการซูมในระดับ 5x หรือ 10x แต่ก็ถือว่าสามารถมองเห็นรายละเอียดต่างๆ บนภาพได้ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งการใช้งานจริงน่าจะเหมาะแก่การซูมดูรายละเอียดต่างๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ในระยะปกติ หรือการถ่ายภาพในระยะไกลมากๆ  เช่น การถ่ายภาพดวงจันทร์, การถ่ายภาพนก, การซูมดูรายละเอียดบนป้ายโฆษณา, การถ่ายภาพจากอัฒจันทร์ หรือการใช้แทนกล้องส่องทางไกล เป็นต้น ทั้งนี้ การซูมภาพในระดับเกิน 10x ขึ้นไประบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS จะไม่ทำงาน ทำให้ผู้ใช้อาจต้องถือกล้องให้นิ่งเป็นพิเศษ

 

ทดสอบการถ่ายภาพกลางคืน

ในด้านการถ่ายภาพกลางคืนก็ถือว่าน่าประทับใจไม่แพ้กัน โดยแม้จะเป็นโหมด Auto แต่ Huawei P30 Pro ก็ยังคงเก็บภาพถ่ายได้อย่างคมชัด สีสันต่างๆ สามารถเก็บมาได้อย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่กล้องตัวหลักปรับไปใช้เซ็นเซอร์แบบใหม่ที่เรียกว่า SuperSpectrum ซึ่งภายในมีการจัดเรียงพิกเซลแบบ RYYB หรือการเรียงพิกเซลแบบ สีแดง, สีเหลือง, สีเหลือง และสีน้ำเงิน เป็นรุ่นแรกของโลก ต่างจากเซ็นเซอร์ทั่วไปที่ใช้กันมายาวนานกว่า 40 ปี ซึ่งจัดเรียงพิกเซลแบบ RGGB ที่ประกอบไปด้วย สีแดง, สีเขียว, สีเขียว และสีน้ำเงิน ซึ่งข้อดีของการเรียงพิกเซลแบบ RYYB ทาง Huawei ระบุว่า จะช่วยให้สามารถรับแสงได้ดีขึ้นถึง 40% นอกจากนี้ ตัวเซ็นเซอร์ยังมีขนาดใหญ่ถึง 1/7 นิ้ว ซึ่งถือว่าใหญ่กว่าเซ็นเซอร์ของมือถือเรือธงบนท้องตลาดถึง 125% ทำให้การเก็บรายละเอียดทำได้ดีขึ้นตามไปด้วย จากที่ทดสอบการถ่ายภาพกลางคืนด้วย Huawei P30 Pro ผ่านโหมด Auto ก็พบว่า กล้องสามารถเก็บสีสันได้ค่อนข้างเที่ยงตรง, รายละเอียดบนภาพมีความคมชัด และปรากฏจุดรบกวนให้เห็นบนภาพค่อนข้างน้อย รวมทั้งภาพที่ได้ยังมีความสว่างอยู่ในระดับที่เหมาะสม

 

กล้องของ Huawei P30 Pro ยังมีความสามารถในการดันค่าความไวแสง (ISO) ได้สูงถึง 409600 ตอบโจทย์การถ่ายภาพกลางคืนในสถานการณ์ที่แทบไม่มีแหล่งกำเนิดแสง หรือการถ่ายภาพกลางคืนที่ไม่สามารถใช้ไฟแฟลชได้ เป็นต้น โดยในซีนนี้ทางทีมงานได้ลองนำ Huawei P30 Pro กับ iPhone XS Max ไปลองถ่ายภาพดอกไม้ในห้องมืดที่แทบไม่มีแหล่งกำเนิดแสง ก็พบว่า Huawei P30 Pro สามารถเก็บภาพของดอกไม้มาได้ค่อนข้างชัดเจน เมื่อเทียบกับ iPhone XS Max ที่มองไม่เห็นดีเทลบนดอกไม้

 

ส่วนฟีเจอร์ Night Mode หรือโหมดการถ่ายภาพกลางคืนที่เปิดหน้ากล้องค้างไว้เป็นเวลาหลายวินาทีโดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้อง ก็มีการพัฒนาให้ดีขึ้นเช่นเดียวกัน โดยจากที่ทดสอบพบว่า Night Mode ของ Huawei P30 Pro มีการปรับปรุงในเรื่องของการเก็บแสงให้มีความสว่างอยู่ในระดับที่เหมาะสม ภาพที่ได้มีความคมชัดแม้มือจะไม่นิ่งขณะกำลังถ่ายภาพ นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ฟังก์ชัน Night Mode ร่วมกับเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra-Wide เพื่อเก็บภาพวิวทิวทัศน์ในยามค่ำคืนให้กว้างขึ้นกว่าเดิม และสามารถใช้งานร่วมกับฟังก์ชันซูมภาพแบบ 5x และ 10x ได้ด้วย

 

ด้านการซูมภาพระยะไกลในสภาวะแสงน้อยก็ถือว่าทำได้ดีเช่นเดียวกัน โดยกล้องสามารถจัดการ Noise บนภาพได้เป็นอย่างดี ส่วนรายละเอียดต่างๆ ยังสามารถเก็บได้อย่างคมชัดไม่แตกต่างจากตอนกลางวัน ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้เลนส์ซูมภาพแบบใหม่อย่าง Periscope Camera รวมถึงกล้องตัวหลักที่มีค่ารูรับแสงที่มากขึ้น

 

ทดสอบการถ่ายภาพบุคคล

 

มาลองถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอกันบ้าง โดยในโหมด Portrait ของ Huawei P30 Pro ได้ยกฟีเจอร์ใหม่ที่มีอยู่ในรุ่น Mate 20 Series มาใส่เอาไว้ในรุ่นนี้ด้วยนั่นก็คือ ฟังก์ชันการปรับเอฟเฟ็กต์ของโบเก้เป็นรูปแบบต่างๆ เช่น โบเก้หมุน หรือโบเก้รูปหัวใจ เป็นต้น ทำให้ภาพที่ได้ดูมีเอกลักษณ์พอสมควร

 


Crop 100%

ที่สำคัญเนื่องจากในรุ่น Huawei P30 Pro มาพร้อมกับกล้องตัวใหม่ TOF Camera ที่สามารถเก็บรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับระยะชัดตื้นได้แม่นยำกว่ากล้อง Depth Sensor ที่ใช้บนสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไปรวมถึงรุ่น P20 Pro ทำให้การตัดขอบระหว่างตัวแบบกับฉากหลังทำได้อย่างเนียนตามากขึ้น โดยจะสังเกตได้จากปอยเส้นผมของตัวแบบที่ไม่ถูกเบลอรวมไปกับฉากหลังแล้ว นอกจากนี้ ในซีนที่แบ็กกราวด์มีความซับซ้อนก็พบว่า Huawei P30 Pro ยังสามารถตัดขอบได้ค่อนข้างแม่นยำ รวมทั้งยังสามารถเบลอส่วนต่างๆ ฉากหลังที่อยู่บริเวณช่องว่างของตัวแบบได้อย่างถูกต้อง

 

นอกจากนี้ ประโยชน์ของเลนส์ TOF Camera ยังช่วยให้ Huawei P30 Pro สามารถละลายฉากหลังได้อย่างมีมิติ ไล่ระดับการเบลอจากน้อยไปมากคล้ายกับกล้องระดับโปร ต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไปที่จะเป็นการไล่ระดับการเบลอแค่ไม่กี่เลเยอร์ ทำให้บางครั้งภาพที่ออกมาดูลอยนั่นเอง โดย Huawei เรียกฟีเจอร์นี้ว่า Multi-level Bokeh Effect

 

ทดสอบกล้องหน้า

ปิดท้ายด้วยกล้องหน้าเซลฟี่กันสักเล็กน้อย โดยครั้งนี้ Huawei P30 Pro มาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียดสูงขึ้นที่ 32 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า AI HDR+ ที่จะเข้ามาช่วยถ่ายภาพย้อนแสงให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยจากที่ทดสอบก็พบว่า กล้องสามารถเก็บรายละเอียดของใบหน้าตัวแบบได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ยังมองเห็นรายละเอียดต่างๆ ของฉากหลังได้ชัดเจน

 

ส่วนฟีเจอร์ต่างๆ ของกล้องหน้าก็ยังมีมาให้ใช้งานแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น โหมดถ่ายภาพหน้าสวย หรือโหมดถ่ายภาพเซลฟี่แบบ Portrait ที่ช่วยให้เราสามารถถ่ายภาพเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้คล้ายกับกล้องหลัง ซึ่งแม้ว่ากล้องหน้าของ Huawei P30 Pro จะไม่มีเลนส์ TOF มาช่วยเก็บข้อมูลระยะชัดตื้น แต่จากที่ทดสอบก็พบว่าสามารถเบลอฉากหลังได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว


เรียกได้ว่าโหมดกล้องถ่ายภาพต่างๆ ที่มีอยู่บน Huawei P30 Pro ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การถ่ายภาพในชีวิตประจำวันได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพเลนส์มุมกว้าง, การถ่ายภาพในตอนกลางคืน, การถ่ายภาพบุคคล หรือการถ่ายภาพซูมระยะไกล ซึ่งนอกเหนือจากกล้องถ่ายภาพแล้ว Huawei P30 Pro ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติที่น่าสนใจอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น จอขอบโค้งดีไซน์ทรงหยดน้ำค้าง (Dewdrop Display) ที่รองรับการแสดงสีสันตามมาตรฐาน DCI-P3, ขุมพลังอัจฉริยะ Kirin 980 ที่ประมวลผลการทำงานได้อย่างรวดเร็ว, RAM ขนาด 8GB รองรับการใช้งานแบบ Multitasking ได้อย่างลื่นไหล, แบตเตอรี่ขนาด 4200mAh รองรับการใช้งานตลอดวัน พร้อมระบบชาร์จเร็ว SuperCharge 40W ที่ชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-70% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที รวมถึงระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่อย่าง Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.1 ที่มีลูกเล่นให้ใช้งานอย่างหลากหลาย

โดย Huawei P30 วางจำหน่ายที่ราคา 31,990 บาท เริ่มพรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันนี้ - 8 เมษายน 2019 พร้อมรับฟรี นาฬิกาอัจฉริยะ Huawei Watch GT มูลค่า 5,990 บาท ซึ่งหากท่านใดที่สนใจก็สามารถเข้าไปทดลองใช้งานเบื้องต้นได้ที่หัวเว่ยแบรนด์ช็อป และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศครับ

 


วันที่ : 29/3/2562

 แสดงความคิดเห็นที่นี่