หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 11/4/2561

สงกรานต์มั่นใจไม่กลัวเปียก! รวมวิธีป้องกันน้ำเข้ามือถือพร้อมวิธีแก้ไขอาการเบื้องต้นง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้

 

สวัสดีวันปีใหม่ไทยชาว Thaimobilecenter ทุกท่านครับ สงกรานต์ปีนี้หลายคนคงเตรียมพร้อมไปสนุกกับการเล่นน้ำกันอย่างเต็มที่ แต่นอกจากปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ และถังน้ำแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมให้พร้อม นั่นคือการเก็บรักษาสมาร์ทโฟนคู่ใจของเราไม่ให้เสียหายจากอาการน้ำเข้า สำหรับคนที่ใช้สมาร์ทโฟนกันน้ำมาตรฐาน IP67 หรือ IP68 อยู่แล้วก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่สมาร์ทโฟนของใครที่ไม่ได้มากับคุณสมบัติกันน้ำก็คงต้องหาวิธีรับมือกับน้ำสงกรานต์กันหน่อย ซึ่งในโอกาสนี้เราก็ได้รวบรวมวิธีป้องกันมือถือเปียก และวิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อน้ำเข้ามาฝากกันครับ

 

ปกป้องสมาร์ทโฟนคู่ใจก่อนลุยสงกรานต์

การปกป้องสมาร์ทโฟนของเราไม่ให้น้ำเข้ามีอยู่หลายวิธี และไม่จำเป็นต้องควักกระเป๋าจ่ายแพงๆ เสมอไป เพราะเราสามารถประยุกต์สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวันมาเพื่อการนี้ได้ ทำได้อย่างไรไปดูกันเลยครับ

1. ซองกันน้ำ

วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการปกป้องสมาร์ทโฟนจากน้ำสงกรานต์คือการใช้ซองกันน้ำ ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้านำมาจำหน่ายกันหลายสีหลายไซส์ในช่วงเทศกาลนี้ และยังมีแจกฟรีจากกิจกรรมต่างๆ ข้อดีของซองกันน้ำคือพกพาสะดวกนอกจากนี้ยังเอาไปใส่ของจุกจิกอย่างอื่นนอกจากสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

 

2. ถุงพลาสติกใส่อาหาร

ถ้าหาซื้อซองกันน้ำไม่ได้จริงๆ ไอเท็มพื้นฐานภายในบ้านอย่างถุงพลาสติกใส่อาหารก็นำมาใช้แทนกันได้เช่นกัน เพียงจับสมาร์ทโฟนคู่ใจใส่ลงในถุงแล้วมัดปากถุงให้แน่นด้วยหนังยาง ถ้ายังไม่มั่นใจก็อาจจะห่อเข้าไปอีก 1-2 ชั้น วิธีนี้แทบจะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ  แต่อาจจะดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่เมื่อเทียบกับซองกันน้ำครับ

 

3. ถุงซิปล็อค

ถุงซิปล็อคเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับป้องกันน้ำเข้าสมาร์ทโฟนที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป เพียงหาซองขนาดที่มีขนาดเหมาะกับสมาร์ทโฟน ใส่ตัวเครื่องลงไป ไล่อากาศออก และปิดซิปล็อคให้เรียบร้อยก็เป็นอันเสร็จพิธี หากที่บ้านใครไม่มีถุงซิปล็อคและไม่อยากซื้อเป็นแพ็คๆ  ก็ลองหาถุงยาจากคลีนิกหรือโรงพยาบาลมาใช้แทนกันได้ ข้อดีของถุงซิปล็อคคือไม่ต้องมัดหนังยางให้ยุ่งยากแบบถุงพลาสติกแถมยังดูดีกว่า แต่ต้องให้แน่ใจว่าซิปล็อคมีความแน่นหนาและปิดสนิทจริงๆ นะครับ

 

4. ถุงยาง

เมื่อพูดถึงถุงยางเรามักจะนึกถึงเรื่อง 18+ แต่จริงๆ แล้วถุงยางเป็นไอเท็มที่มีประโยชน์หลากหลายมากๆ และด้วยความเหนียว ยืดหยุ่น ทนทาน มันจึงกลายเป็นถุงกันน้ำให้กับสมาร์ทโฟนของเราได้สบายๆ แถมยังหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ แต่ก่อนนำมาใช้เราอาจต้องล้างสารหล่อลื่นออกให้หมดก่อน และหากเป็นสมาร์ทโฟนที่มีเหลี่ยมมุมค่อนข้างคม ให้ระมัดระวังตอนใส่ถุงเพราะมุมคมๆ อาจทำให้ถุงรั่วได้ครับ

 

5. ฟิล์มห่ออาหาร

ฟิล์มห่ออาหารที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่นำมาปกป้องสมาร์ทโฟนจากน้ำสงกรานต์ได้เหมือนกัน ซึ่งวิธีใช้ก็ไม่ยากเพียงแค่นำสมาร์ทโฟนของเรามาห่อหลายๆ ชั้น เพียงเท่านี้ก็พร้อมลุยสงกรานต์กันแล้ว แต่ข้อควรระวังก็คือ ฟิล์มห่ออาหารค่อนข้างบางและขาดง่าย จึงควรห่อให้หนาระดับหนึ่งและระวังอย่าให้ไปเกี่ยวกับอะไรเข้าครับ

 

6. เปลี่ยนเอาเครื่องเก่ามาใช้แทน

อีกทางเลือกหนึ่งที่มั่นใจว่าสมาร์ทโฟนคู่ใจของเราจะปลอดภัยไม่มีน้ำเข้าแน่ๆ คือการเก็บมันไว้ที่บ้านแล้วถอดซิมใส่มามือถือเครื่องเก่าออกไปเล่นน้ำแทนเป็นการชั่วคราว หากเจอน้ำเข้าเครื่องจนพังก็ไม่ต้องเสียดายมากนัก และอีกอย่างหากมือถือสำรองของเราเก่ามากหรือเป็นฟีเจอร์โฟน ก็จะถูกหมายตาจากมิจฉาชีพน้อยลงไปด้วยครับ

 

วิธีกู้ชีพมือถือเมื่อน้ำเข้า

แม้ว่าจะป้องกันอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่บางครั้งเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นได้ เช่นซองกันน้ำอาจรั่ว หรือห่อไม่มิดชิด ในกรณีนี้อย่าเพิ่งตกใจ ให้ตั้งสติแล้วดำเนินการกู้ชีพสมาร์ทโฟนตามขั้นตอนต่อไปนี้ครับ

1. นำสมาร์ทโฟนของเราออกมาจากมาให้พ้นจากแหล่งน้ำ เช็ดให้แห้ง และห้ามเปิดเครื่องเด็ดขาด ข้อนี้สำคัญมากเพราะแผงวงจรภายในที่ยังเปียกน้ำอยู่จะช็อตทันที และอาจทำให้สมาร์ทโฟนของเราไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย

2. แกะส่วนประกอบต่างๆ ของมือถือเท่าที่จะถอดได้ ไม่ว่าจะเป็นถาดใส่ซิมการ์ด, microSD, เคส, ฝาหลัง, แบตเตอรี่ และอื่นๆ ส่วนไหนถอดด้วยมือไม่ได้ก็ปล่อยไว้ไม่ต้องพยายามถอดออกมา แต่สมาร์ทโฟนสมัยนี้มีดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Unibody กันหมดแล้วทำให้เราถอดอะไรไม่ได้เลยนอกจากถาดใส่ซิม ซึ่งก็ไม่เป็นไร ถอดออกมาแค่ถาดใส่ซิมก็ได้ครับ

3. การถอดส่วนประกอบต่างๆ ออกมาจะทำให้สมาร์ทโฟนแห้งเร็วยิ่งขึ้น ในขั้นตอนนี้ให้เราเช็ดตัวเครื่องให้แห้งด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ที่ไม่มีขุย เพื่อป้องกันไม่ให้เศษขุยเล็กๆ หลุดเข้าไปในตัวเครื่อง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมาทีหลังได้

4. หลังจากเช็ดจนแห้งสะอาดดีแล้ว ให้ใช้พัดลมเป่าตามช่องและซอกต่างๆ ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาสักหน่อยเพื่อให้มั่นใจว่าถายในสมาร์ทโฟนแห้งที่สุดเท่าที่จะแห้งได้แล้วจริงๆ อย่างไรก็ตามให้หลีกเลี่ยงการใช้ไดร์เป่าผม เพราะความร้อนอาจทำให้วงจรภายในเสียหายและทำให้กาวที่เชื่อมระหว่างฝาหลังกับตัวเครื่องเสื่อมสภาพได้ การนำไปตากแดดก็ไม่แนะนำเช่นกัน อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าแดดช่วงสงกรานต์บ้านเรานั้นร้อนมาก และอาจสร้างความเสียหายหนักกว่าไดร์เป่าผมเสียอีกครับ

5. แม้จะเป่าจนแห้งทุกซอกทุกมุมแล้ว แต่ในตัวเครื่องก็ยังมีความชื้นหลงเหลืออยู่ ซึ่งเราสามารถไล่ความชื้นออกไปได้ด้วยการนำมือถือไปแช่ไว้ในข้าวสาร หรือถ้าเป็นไปได้ควรใช้ชิลิก้าเจลสำหรับดูดความชื้นโดยเฉพาะจะได้ผลมากกว่า จากนั้นก็ทิ้งไว้เฉยๆ สัก 2-3 วัน ระหว่างนี้คงต้องหามือถือสำรองใช้ไปก่อนนะครับ

*ข้าวสารที่ผ่านการแช่สมาร์ทโฟนแล้ว ไม่ควรนำไปรับประทานต่อ เนื่องจากสารพิษในตัวเครื่องอาจซึมออกมาเจือปนกับข้าวสารได้

6. หลังจากฝากสมาร์ทโฟนไว้กับข้าวสารจนมั่นใจว่าแห้งดีแล้ว ก็ให้นำออกมาแล้วประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ที่ถอดเอาไว้ในตอนแรกเข้าไปให้ครบถ้วนตามเดิม แต่อย่าเพิ่งเสียบชาร์จแบตเตอรีนะครับ

7. ลองกดปุ่มเปิดเครื่อง หากเปิดติดให้เช็คการทำงานว่ามีปัญาอะไรตรงไหนหรือไม่ เช่น จอติดหรือไม่, ลำโพงดังเหมือนเดิมไหม, ระบบสัมผัสตอบสนองดีหรือเปล่า, มือถือมองเห็นการ์ด microSD หรือไม่ และอื่นๆ

ถึงตรงนี้หากสมาร์ทโฟนของเราใช้งานได้ปกติ ไม่มีปัญหาใดๆ ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ เพราะโอกาสที่มือถือเปียกน้ำจะกลับมาทำงานได้ 100% นั้นค่อนข้างน้อย แต่ถ้าโชคร้ายสมาร์ทโฟนของเราไม่ยอมกลับมา หรือกลับมาแล้วมีอาการไม่สมประกอบ ก็ถึงคราวต้องส่งต่อให้ทางศูนย์ซ่อมหรือผู้เชี่ยวชาญแล้วครับ

 

หวังว่าเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ในบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านพกสมาร์ทโฟนออกไปเล่นน้ำได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น และสนุกกับเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างเต็มที่ครับ สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยและมีความสุขตลอดช่วงสงกรานต์ปี 2561 นี้ครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 11/4/2561

Tags :