ผลสำรวจเผยยอดขาย iPhone X รวมกับ iPhone 8 ยังสู้ iPhone 6 และ 6 Plus ไม่ได้ ส่งผลให้ยอดขายเดือนแรกน้อยที่สุดในรอบ 4 ปี!

แม้ว่ากระแสการเปิดตัว iPhone X และ iPhone 8 Series จะสร้างความน่าสนใจ และดึงดูดแฟนๆ Apple ให้เปลี่ยนมาใช้งานไอโฟนรุ่นใหม่กันมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีชิปเซ็ต Apple A11 Bionic ที่เร็วแรงที่สุด ณ ขณะนี้ หรือฟีเจอร์ Face ID และหน้าจอไร้ขอบของ iPhone X แต่ผลสำรวจยอดขายล่าสุดกลับมีผลลัพธ์ตรงกันข้ามกับกระแสที่เกิดขึ้นค่อนข้างมากทีเดียว

ผลสำรวจยอดขาย iPhone X และ iPhone 8 Series ในช่วงเดือนแรกของการวางจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสิ้นสุดการสำรวจ ณ วันที่ 3 ธันวาคม 2560 ซึ่งผลสำรวจเปิดเผยว่า ยอดขายของ iPhone X และ iPhone 8 Series รวมกันยังมีสัดส่วนเพียง 69% เท่านั้น ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่น้อยที่สุดในรอบ 4 ปี ที่ผ่านมาด้วย โดยในปี 2014 ที่เป็นการเปิดตัว iPhone 6 และ iPhone 6 Plus นั้น ยอดขายของไอโฟนรุ่นใหม่พุ่งสูงถึง 91% ส่วน iPhone 6s และ 6s Plus ทำยอดขายเดือนแรกไปได้ 71% และ iPhone 7 Series ทำยอดขายไปได้ 73%
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยอดขายไอโฟนในปีนี้ไม่สูงเท่าปีก่อนๆ ก็คือ ราคาวางจำหน่าย โดยเฉพาะในรุ่น iPhone X ที่ถือว่ามีราคาค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ ในตลาด จึงทำให้ยอดขายลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางรายยังมองด้วยว่า Apple จะทำให้ราคาขายเฉลี่ยของไอโฟนพุ่งทะลุ 740 ดอลลาร์/เครื่อง อย่างแน่นอน ขณะที่แบรนด์อื่นๆ มีราคาเฉลี่ยน้อยกว่านี้ค่อนข้างมาก แต่ก็ต้องอย่าลืมด้วยว่า Apple ผลิตเพียง iPhone อย่างเดียวเท่านั้น ขณะที่แบรนด์มีการกระจายสมาร์ทโฟนออกไปหลากหลายรุ่น ทำให้มีค่าเฉลี่ยที่แตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ยอดขายไอโฟนใน US จะลดลง แต่ในทางกลับกัน ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีนกลับมีกระแสตอบรับกับ iPhone X ในระดับที่ดีมาก มีผู้ใช้ให้ความสนใจ และมียอดขายที่สูงพอสมควร ซึ่งประเทศจีนก็เป็นประเทศที่มียอดจำหน่ายไอโฟนสูงเป็นลำดับที่ 5 ของ Apple ด้วย ซึ่งก็ต้องติดตามในช่วงไตรมาสต่อไปว่ากระแสของ iPhone X และ iPhone 8 Series จะขยับสูงขึ้นกว่านี้หรือไม่
ที่มา : phonearena
วันที่ : 26/12/2560





