Android 17 เตรียมเพิ่ม 8 ฟีเจอร์ใหม่น่าใช้ มี App Lock ในตัว, Floating App Bubbles และ Task Continuity
8 ฟีเจอร์ Android 17 ที่กำลังพัฒนา และน่าจะเป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้สนใจจริง
Google ได้ปล่อย Android 17 Beta ออกมาแล้ว 4 เวอร์ชัน ซึ่งมากพอที่จะทำให้เห็นว่า Android เวอร์ชันใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง โดยมีทั้งฟีเจอร์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น และการอัปเกรดฟีเจอร์เดิมที่สำคัญหลายอย่าง เพื่อทำให้ระบบปฏิบัติการใช้งานได้มีประโยชน์มากขึ้น และมีฟีเจอร์ครบเครื่องกว่าเดิม
ในช่วงที่ Android 17 เวอร์ชันเสถียรกำลังใกล้เปิดตัว ต่อไปนี้คือ 8 ฟีเจอร์หรือการอัปเกรดที่น่าจับตามอง และเป็นฟีเจอร์ที่หลายคนอยากลองใช้งาน
1. App Lock ในตัว ไม่ต้องพึ่งแอปเสริม
ในที่สุด Google ก็กำลังเพิ่มความสามารถในการล็อกแอปแบบรายแอป ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ร้องขอมานานหลายปี โดยผู้ใช้จะสามารถล็อกแอปได้โดยตรงจากหน้าจอหลัก ด้วยการกดค้างที่ไอคอนแอป แล้วเลือกตัวเลือก “App lock” จากเมนูด่วน
ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการล็อกแอปได้ด้วย PIN, Pattern, Password หรือระบบชีวมิติ เช่น สแกนลายนิ้วมือ หรือปลดล็อกด้วยใบหน้า โดยไม่จำเป็นต้องใช้แอปจากภายนอก ฟีเจอร์นี้บน Google Pixel จะทำงานเหมือนระบบล็อกแอปทั่วไป แต่ควรทราบว่า การแจ้งเตือนของแอปที่ถูกล็อก รวมถึงทางลัดและวิดเจ็ตที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะถูกซ่อนไว้

Google ระบุว่า ฟีเจอร์ AI บางอย่าง เช่น ระบบควบคุมหน้าจออัตโนมัติของ Gemini อาจยังสามารถโต้ตอบกับแอปได้ ขึ้นอยู่กับสิทธิ์การเข้าถึงที่ได้รับ โดยผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือนหากมีแอปอื่นที่สามารถเข้าถึงแอปที่กำลังล็อกอยู่
สกิน Android ส่วนใหญ่ รวมถึง One UI มีฟีเจอร์นี้อยู่แล้ว แต่ถือเป็นการเพิ่มฟีเจอร์ที่น่ายินดีสำหรับผู้ใช้ Google Pixel
2. Floating App Bubbles ช่วยให้ทำงานหลายอย่างพร้อมกันง่ายขึ้น
ฟีเจอร์ Bubbles มีอยู่บน Android มาหลายปีแล้ว แต่ก่อนหน้านี้จำกัดการใช้งานกับแอปส่งข้อความและการสนทนาเป็นหลัก ขณะที่ Android 17 จะยกระดับฟีเจอร์นี้ไปอีกขั้น ด้วยการอนุญาตให้ผู้ใช้เปลี่ยนแอปใดก็ได้ให้กลายเป็นหน้าต่างลอยแบบ Bubble

ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้กำลังดูวิดีโอสอนใช้งานบน YouTube และจดขั้นตอนสำคัญลงใน Google Keep ก็จะสามารถเปลี่ยน Google Keep ให้เป็น Bubble ลอยบนหน้าจอเพื่อเรียกใช้งานได้เร็วขึ้น เมื่อแตะที่ Bubble ของ Keep แอปจะเปิดขึ้นเป็นหน้าต่างลอยขนาดเล็ก ขณะที่วิดีโอ YouTube ยังเล่นแบบเต็มหน้าจอต่อไป วิธีนี้สะดวกกว่าการสลับไปมาระหว่าง 2 แอป หรือการใช้งานแบบแบ่งหน้าจอ
ผู้ใช้จะสามารถปิด App Bubble ได้ด้วยการลากไปยังด้านล่างของหน้าจอ
Bubbles จะมีประโยชน์มากขึ้นบนอุปกรณ์หน้าจอใหญ่ เช่น มือถือจอพับ หรือแท็บเล็ต เพราะมีพื้นที่หน้าจอให้ใช้งานมากกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป
3. Screen Recording ทรงพลังขึ้น พร้อมหน้าจอ Preview ใหม่
Android 17 จะอัปเกรดประสบการณ์การบันทึกหน้าจอให้ดีขึ้น ด้วย UI ที่ปรับปรุงใหม่ และหน้าจอ Preview แบบใหม่ ปัจจุบันเมื่อแตะไทล์ Screen Recording ใน Quick Settings จะมีหน้าต่าง Pop-up แสดงขึ้นมาเพื่อถามพื้นที่ที่ต้องการบันทึก และตัวเลือกด้านเสียง
ใน Android 17 เมื่อแตะไทล์ Screen Recording จะมีอินเทอร์เฟซแบบ Floating Pill ปรากฏขึ้นมา ให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะบันทึกอะไร, จะบันทึกเสียงจากตัวเครื่องหรือไมโครโฟน หรือทั้งสองอย่าง และจะแสดงการแตะหน้าจอหรือไม่ ผู้ใช้ยังสามารถแตะตัวแสดงสถานะบนแถบ Status Bar เพื่อเรียก UI แบบ Floating Pill กลับมาได้

เมื่อหยุดบันทึกแล้ว ผู้ใช้จะเห็นหน้าจอ Preview แบบใหม่ ซึ่งสามารถเล่นวิดีโอ, แก้ไข, ลบ หรือแชร์คลิปได้ทันที โดยไม่ต้องเปิดแกลเลอรี
4. บังคับให้แอปปรับตัวกับอุปกรณ์หน้าจอใหญ่
Google กำลังบังคับใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการปรับขนาดแอปและการหมุนหน้าจอ โดยป้องกันไม่ให้นักพัฒนาจำกัดแอปไว้ที่ทิศทางหน้าจอแบบเดียวบนอุปกรณ์หน้าจอใหญ่ หรืออุปกรณ์ที่มีค่า sw ตั้งแต่ 600dp ขึ้นไป ซึ่งหมายความว่าจะไม่รวมสมาร์ทโฟนทั่วไปที่มักมีค่าน้อยกว่า 600dp แต่จะเน้นแท็บเล็ตและอุปกรณ์หน้าจอใหญ่กว่า
ความเปลี่ยนแปลงนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้แอป Android ปรับตัวตามขนาดหน้าจอได้อย่างแท้จริง บนอุปกรณ์ที่ใช้ Android 16 หรือเวอร์ชันก่อนหน้า หากเปิดแอปที่ล็อกแนวตั้งบนแท็บเล็ตแนวนอน แอปจะแสดงเป็นหน้าต่างทรงสูงและแคบอยู่กลางหน้าจอ พร้อมแถบสีดำขนาดใหญ่ด้านข้าง แต่ใน Android 17 แอปจะหมุนเพื่อเติมเต็มพื้นที่ว่าง ทำให้ใช้งานพื้นที่หน้าจอได้ดีขึ้น และให้ประสบการณ์ใช้งานแอปที่ดีกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม เกมจะได้รับการยกเว้นจากข้อบังคับเข้มงวดนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างการเล่นเกมสำคัญ
Google เริ่มลดความสามารถของแอปในการจำกัดทิศทางหน้าจอและการปรับขนาดบนอุปกรณ์หน้าจอใหญ่ตั้งแต่ Android 16 แต่ยังเปิดให้นักพัฒนาสามารถเลือกไม่ใช้การเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ขณะที่ Android 17 จะทำให้ข้อกำหนดนี้เป็นแบบบังคับ และนักพัฒนาจะไม่สามารถเลือกไม่เข้าร่วมได้อีกต่อไป
5. ซ่อนชื่อแอปบนหน้าจอหลักได้
ใน Android 17 Beta 3 Google ได้เพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้ซ่อนชื่อแอปบนหน้าจอหลักได้ แม้จะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ แต่ช่วยให้ผู้ใช้จัดหน้าจอหลักให้ดูสะอาดและเรียบง่ายขึ้น

Hide app labels in Android 17
หากต้องการซ่อนชื่อแอป ผู้ใช้ต้องไปที่ Wallpaper & style จากนั้นแตะ Home screen เลือก Icons แตะแท็บ Names ที่ด้านล่าง แล้วปิดสวิตช์ Show app names ทั้งนี้ ฟีเจอร์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกับ App Drawer หรือแอปที่อยู่ภายในโฟลเดอร์
6. แยกปุ่ม Wi-Fi และ Mobile Data ออกจากกัน
บนอุปกรณ์ Pixel ที่ใช้ Android 16 หรือเวอร์ชันก่อนหน้า หากต้องการสลับระหว่าง Wi-Fi กับ Mobile Data หรือเปิด-ปิดการเชื่อมต่อ ผู้ใช้ต้องเปิด Quick Settings แตะไทล์ Internet แล้วจึงเลือกคำสั่งที่ต้องการ
ผู้ใช้จำนวนมากแสดงความไม่พอใจกับขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นในการเข้าถึง Wi-Fi หรือ Mobile Data หลังจากเวลาผ่านไปเกือบ 4 ปีครึ่ง ในที่สุด Google ก็กำลังอนุญาตให้ผู้ใช้เพิ่มปุ่ม Wi-Fi และ Mobile Data แยกกันใน Android 17
การเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้ Pixel โดยเฉพาะ เพราะสกิน Android ส่วนใหญ่ รวมถึง One UI ของ Samsung และ OxygenOS ของ OnePlus มีฟีเจอร์นี้อยู่แล้ว
7. ให้แอปเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อได้แบบจำกัด
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีให้แอปเข้าถึงเฉพาะรายชื่อผู้ติดต่อบางคนได้ หากผู้ใช้อนุญาตสิทธิ์ Contacts แอปจะสามารถเข้าถึงรายชื่อทั้งหมดที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์
แนวทางนี้ไม่ถือว่าเป็นมิตรต่อความเป็นส่วนตัวมากนัก ดังนั้น Google จึงกำลังเพิ่มอินเทอร์เฟซ Contact Picker ระดับระบบแบบใหม่ ที่จะเปิดให้ผู้ใช้เลือกผู้ติดต่อหนึ่งคนหรือหลายคนเพื่อแชร์กับแอปได้ในแต่ละครั้ง Google ระบุว่า แอปจะไม่สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ใช้ทำกับข้อมูลของผู้ติดต่อได้

Contact Picker จะให้สิทธิ์อ่านข้อมูลแบบชั่วคราวตามเซสชัน เฉพาะฟิลด์ข้อมูลที่ผู้ใช้เลือกเท่านั้น หมายความว่าแอปจะต้องขอสิทธิ์อีกครั้งหลังจากหมดเวลาของเซสชัน ซึ่งช่วยยกระดับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ให้แข็งแกร่งขึ้น
8. ทำงานต่อเนื่องบนอุปกรณ์อีกเครื่องได้แบบไร้รอยต่อ
Google กำลังพัฒนาฟีเจอร์ “Task Continuity” ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ซิงก์การแจ้งเตือน, แชร์ไฟล์ และใช้งานแอปต่อเนื่องข้ามอุปกรณ์ Android ที่เชื่อมโยงกันได้ กล่าวโดยสรุปคือ ผู้ใช้จะสามารถถ่ายโอนสถานะปัจจุบันของแอปจากอุปกรณ์ Android เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งได้ โดยฟีเจอร์นี้อาจเปิดตัวพร้อม Android 17
ฟีเจอร์นี้จะแสดงคำแนะนำบน Taskbar แทนแอปที่กำลังทำงานอยู่จากอุปกรณ์อีกเครื่อง เมื่อผู้ใช้คลิกคำแนะนำนั้น ระบบจะเริ่มกระบวนการส่งต่อ และส่งสถานะของแอประยะไกลมาตามที่ Android Authority อธิบายไว้
Google ได้ประกาศ Handoff API ใหม่ใน Android 17 Beta 2 ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาระบุสถานะของแอปเพื่อให้กลับมาใช้งานต่อบนอุปกรณ์อีกเครื่องได้ เมื่อเปิดใช้งาน ระบบ Android จะแสดงคำแนะนำ Handoff ใน Launcher ของอุปกรณ์ใกล้เคียงของผู้ใช้
เวอร์ชันจริงอาจไม่ได้มีครบทุกฟีเจอร์
หากติดตามการเปิดตัว Android มาตลอด จะทราบว่า Google ไม่ได้นำฟีเจอร์ทั้งหมดจาก Beta Build ใส่เข้ามาในเวอร์ชันสุดท้ายเสมอไป แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าบางฟีเจอร์ในรายการนี้จะถูกนำมาใช้จริงในเวอร์ชันเสถียร
ฟีเจอร์ทั้งหมดที่กล่าวถึงข้างต้นมีอยู่ใน Android 17 Beta แล้ว ผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์ Google Pixel ที่รองรับเพื่อทดสอบได้ หรือรอเวอร์ชันเสถียร ซึ่งอาจเปิดตัวราวเดือนมิถุนายน 2026
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Android 17 มีอะไรใหม่? รวมฟีเจอร์เด่น Bubbles, Task Continuity, ป้องกัน OTP และชื่อรหัส Cinnamon Bun
-------------------------------------
อ้างอิง: gizmochina
เรียบเรียงโดย: thaimobilecenter.com
วันที่ : 6/5/2569





