Android 17 มีอะไรใหม่? รวมฟีเจอร์เด่น Bubbles, Task Continuity, ป้องกัน OTP และชื่อรหัส Cinnamon Bun
Android 17: ฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมดที่ค้นพบจนถึงตอนนี้
Google ได้ปรับเปลี่ยนรอบการพัฒนา Android ครั้งใหญ่หลายด้านในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ Android เวอร์ชันใหม่ ๆ มาถึงเร็วกว่าที่เคยเป็นมา โดย Android 17 ที่กำลังจะเปิดตัวได้เข้าสู่ช่วงพัฒนาแล้ว และในความเป็นจริง Google ได้ปล่อยเวอร์ชัน Public Beta ออกมาแล้ว 2 ครั้ง ทำให้เราได้เห็นตัวอย่างฟีเจอร์และการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่กำลังจะมา
Android 17 ใช้ชื่อขนมว่าอะไร?
ปัจจุบันยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้ไม่ได้ตั้งชื่อ Android ตามขนมหวานอย่างเป็นทางการอีกต่อไปแล้ว โดย Google ยกเลิกธรรมเนียมดังกล่าวตั้งแต่ Android 10 และใช้เพียงหมายเลขเวอร์ชันสำหรับการเปิดตัวในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ทีมงานภายในยังคงใช้ชื่อรหัสเป็นขนมหวานอยู่ โดย Android 16 มีชื่อขนมว่า “Baklava” ส่วน Android 17 ที่กำลังจะมาถึง Google เลือกใช้ชื่อรหัสว่า “Cinnamon Bun”
Cinnamon Bun คือขนมอบรสหวานทรงเกลียว ทำจากแป้งที่ม้วนเข้ากับส่วนผสมของเนย น้ำตาล และผงอบเชย โดยเป็นขนมที่ได้รับความนิยมในยุโรปตอนเหนือและอเมริกาเหนือ
Android 17: ฟีเจอร์และการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมา
Bubbles
ฟีเจอร์ Bubble มีอยู่บน Android มาหลายปีแล้ว แต่ยังจำกัดอยู่กับการแจ้งเตือนแบบสนทนาเท่านั้น ล่าสุด Google กำลังพัฒนาให้สามารถใช้งานกับทุกแอปได้ โดยฟีเจอร์ Bubbles แบบใหม่ถูกพบใน Android 17 Beta 2 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิดหลายแอปในรูปแบบหน้าต่างลอยได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกจากแอปแบบเต็มหน้าจอ

Bubbles ใน Android 17
เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ผู้ใช้สามารถเปิด Bubble แบบลอยสำหรับแอปได้ ด้วยการแตะค้างที่ไอคอนแอป จากนั้นเลือก “Bubble” จากเมนูบริบท ส่วนบนอุปกรณ์หน้าจอขนาดใหญ่ จะมีแถบ Bubble Bar แยกอยู่บน Taskbar เพื่อช่วยจัดระเบียบ Bubble และสลับใช้งานระหว่าง Bubble ได้ง่ายขึ้น
จำกัดการเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ
Android 17 เพิ่มแอป Contacts Picker ระดับระบบ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกผู้ติดต่อหนึ่งรายหรือหลายรายเพื่อแชร์ให้กับแอปในแต่ละครั้ง จุดที่ทำให้ฟีเจอร์นี้เน้นความเป็นส่วนตัวมากขึ้นคือ แอปจะไม่สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่ผู้ใช้ทำกับข้อมูลผู้ติดต่อได้

Contacts Picker ใน Android 17
Google ระบุว่า Contact Picker จะให้สิทธิ์อ่านข้อมูลแบบชั่วคราวตาม Session เฉพาะฟิลด์ข้อมูลที่ผู้ใช้เลือกเท่านั้น หมายความว่าแอปจะต้องขอสิทธิ์อีกครั้งหลังจาก Session หมดอายุ ฟีเจอร์ใหม่นี้ยังรองรับการเลือกข้อมูลจากโปรไฟล์ส่วนตัวหรือโปรไฟล์งานบนอุปกรณ์ได้ด้วย
ใช้งานต่อเนื่องข้ามอุปกรณ์ได้ลื่นไหลขึ้น
Android 17 อาจนำฟีเจอร์ “Task Continuity” ที่หลายคนรอคอยมาให้ใช้งาน โดยจะช่วยให้ผู้ใช้ซิงก์การแจ้งเตือน แชร์ไฟล์ และใช้งานแอปต่อเนื่องข้ามอุปกรณ์ Android ที่เชื่อมโยงกันได้ พูดง่าย ๆ คือผู้ใช้จะสามารถย้ายสถานะปัจจุบันของแอปจากอุปกรณ์ Android เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งได้
ตามคำอธิบายจาก Android Authority ฟีเจอร์นี้จะแสดงคำแนะนำบน Taskbar ซึ่งแทนแอปที่กำลังทำงานอยู่จากอุปกรณ์อีกเครื่อง เมื่อผู้ใช้คลิกคำแนะนำนั้น ระบบจะเริ่มกระบวนการส่งต่อการใช้งาน และส่งสถานะของแอประยะไกลมายังอุปกรณ์ปัจจุบัน
Google ได้ประกาศ Handoff API ใหม่อย่างเป็นทางการใน Android 17 Beta 2 ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถระบุสถานะของแอปพลิเคชันเพื่อให้กลับมาใช้งานต่อบนอุปกรณ์ Android เครื่องอื่นได้ เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ระบบ Android จะแสดงคำแนะนำ Handoff ใน Launcher ของอุปกรณ์ใกล้เคียงของผู้ใช้ ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อระหว่างอุปกรณ์ Android ที่เชื่อมโยงกัน
ปรับดีไซน์ Privacy Indicators ใหม่
Android 17 Beta 2 มีการเปลี่ยนแปลง Privacy Indicators โดยตอนนี้แสดงเป็นวงกลมแยกกัน และใช้หลายสี ก่อนหน้านี้ Privacy Indicators จะแสดงอยู่ในกรอบสีเขียวทรงแคปซูล แต่ไอคอนแบบใหม่จะแยกออกเป็นวงกลมแต่ละอัน และไอคอนตำแหน่งจะอยู่ในวงกลมสีน้ำเงินแทนสีเขียว

Privacy Indicators แบบเก่าเทียบกับแบบใหม่
System EyeDropper
Google เพิ่มแอป “EyeDropper” ใน Android 17 Beta 2 เพื่อให้แอปอื่นสามารถขอให้ Android เลือกค่าสีที่แม่นยำจากพิกเซลใด ๆ ที่แสดงอยู่บนหน้าจอได้ โดยไม่ต้องขอสิทธิ์จับภาพหน้าจอที่มีความอ่อนไหว นั่นหมายความว่านักพัฒนาจะไม่จำเป็นต้องสร้างเครื่องมือดูดสีเอง หรือนำเข้าไลบรารีจากผู้ให้บริการรายอื่น ช่วยประหยัดเวลา และลดขนาดไฟล์แอปลงได้เล็กน้อย

EyeDropper API ใน Android 17
ป้องกัน SMS และ OTP ดีขึ้น
ใน Android 17 Beta 2 Google เสริมความแข็งแกร่งให้การปกป้องข้อความ OTP มากขึ้น โดยหน่วงเวลาการเข้าถึงข้อความ OTP เป็นเวลา 3 ชั่วโมง สำหรับแอปที่ไม่ได้ถูกตั้งใจให้เป็นผู้รับข้อความนั้นโดยตรง วิธีนี้ช่วยจำกัดการเข้าถึง OTP ให้เหลือเฉพาะบางแอป แต่จะยกเว้นแอป SMS เริ่มต้น, แอปผู้ช่วย และแอป Companion สำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่
การเปลี่ยนแปลงล่าสุดนี้มีผลกับข้อความ WebOTP, ข้อความรูปแบบ SMS Retriever และข้อความ SMS OTP มาตรฐาน
ปรับแอปให้เข้ากับอุปกรณ์ได้ดีขึ้น
Google เริ่มทยอยยกเลิกความสามารถของแอปในการจำกัดทิศทางหน้าจอและการปรับขนาดบนอุปกรณ์หน้าจอขนาดใหญ่ตั้งแต่ Android 16 อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นยังอนุญาตให้นักพัฒนาเลือกไม่รับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ แต่ใน Android 17 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะกลายเป็นข้อบังคับ และนักพัฒนาจะไม่สามารถเลือกไม่รับได้อีกต่อไป
การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้แอปที่รันบน Android 17 สามารถแสดงผลเต็มพื้นที่ และปรับตามลักษณะการใช้งานของอุปกรณ์บนหน้าจอขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ยังสามารถเลือกเปิดหรือปิดการใช้พฤติกรรมเริ่มต้นของแอปผ่านการตั้งค่าอัตราส่วนภาพได้
รองรับ Versatile Video Coding (VVC)
Google เพิ่มมาตรฐาน Versatile Video Encoding หรือ VVC ซึ่งรู้จักกันในชื่อ H.266 เข้ามาใน Android 17 Beta 1 มาตรฐานการบีบอัดวิดีโอนี้สามารถให้คุณภาพวิดีโอใกล้เคียงหรือดีกว่าต้นฉบับในขนาดไฟล์ที่เล็กลง โดยมีเงื่อนไขว่าอุปกรณ์ Android ต้องรองรับการถอดรหัสด้วยฮาร์ดแวร์ และมีไดรเวอร์ที่พร้อมใช้งาน
Loudness Management
Google เพิ่ม CTA-2075 Loudness Management API ใน Android 17 Beta 1 ซึ่งช่วยให้แอปสามารถปรับระดับความดังของเสียงระหว่างเล่นแบบไดนามิกตาม Metadata จากคอนเทนต์ AAC ที่รองรับ และตามคุณลักษณะของอุปกรณ์ ส่งผลให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ฟังเสียงที่สม่ำเสมอมากขึ้นระหว่างแอปและฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ
และยังมีอีกหลายฟีเจอร์
ฟีเจอร์และการเปลี่ยนแปลงที่กล่าวถึงจนถึงตอนนี้ ถูกพบใน Android 17 Beta สองเวอร์ชันแรก อย่างไรก็ตาม สำหรับแบรนด์ที่ไม่ใช่ Google เช่น Xiaomi, OnePlus, OPPO, vivo และ Samsung รายการฟีเจอร์ใหม่อาจยาวกว่านี้มาก เพราะ Android 17 Build สำหรับแบรนด์เหล่านี้จะรวมฟีเจอร์จาก Android 16 QPR Releases เข้ามาด้วย
การปล่อย Android OS เวอร์ชันหลักครั้งแรกมักเกิดขึ้นราวเดือนมิถุนายน Build ดังกล่าวจะถูกส่งไปยังอุปกรณ์ Android ส่วนใหญ่ และอาจมีฟีเจอร์หรือการอัปเกรดเพิ่มเติมจากผู้ผลิตแต่ละรายรวมอยู่ด้วย ขณะที่ Google Pixel จะได้รับ QPR Releases พร้อมฟีเจอร์และการอัปเกรดใหม่ทุก ๆ 3 เดือน หรือทุกไตรมาส
Google ปล่อย Android 16 QPR ออกมา 3 เวอร์ชัน ได้แก่ QPR1, QPR2 และ QPR3 โดยทั้งสาม Build มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่และการอัปเกรดสำคัญ เช่น Material 3 Expressive, ไอคอนปรับธีมอัตโนมัติ, Desktop Mode, Secure Lock Device และ Low Light Mode ซึ่ง Google Pixel ได้รับ QPR Build เหล่านี้แล้ว ส่วนแบรนด์อื่น ๆ ฟีเจอร์และการอัปเกรดใหม่เหล่านี้จะถูกเพิ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Android 17 ดังนั้นอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ Google Pixel จะได้ฟีเจอร์และการอัปเกรดใหม่จำนวนมาก
Google จะปล่อย Android 17 เมื่อไหร่?
Google ยังคงเดินตามไทม์ไลน์ของ Android 17 ใกล้เคียงกับ Android 16 ในปีที่แล้ว โดยมีการปล่อย Major SDK ในไตรมาส 2 และสัญญาว่าจะมี Minor SDK Release ในไตรมาส 4
ในขณะที่เขียนบทความนี้ Google ปล่อย Android 17 Beta แล้ว 2 เวอร์ชัน ได้แก่ Beta 1 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ และ Beta 2 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์
- Android 17 Beta 1: 13 กุมภาพันธ์ 2026
- Android 17 Beta 2: 26 กุมภาพันธ์ 2026
หลังจากนี้จะมี Beta Release อีกสองสามเวอร์ชัน ก่อนที่ Google จะปล่อยเวอร์ชันเสถียร โดย Android 16 เวอร์ชันเสถียรถูกปล่อยเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2025 และมีความเป็นไปได้น้อยที่ Google จะเปลี่ยนไทม์ไลน์ในปีนี้ ดังนั้นจึงคาดว่า Android 17 เวอร์ชันเสถียรจะเปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2026
-------------------------------------
อ้างอิง: gizmochina
เรียบเรียงโดย: thaimobilecenter.com
วันที่ : 29/4/2569





