หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 29/1/2561

[Tips & Tricks] 7 เทคนิคการถ่ายวิดีโอด้วยสมาร์ทโฟนสำหรับมือใหม่ ให้คุณก้าวสู่การเป็นมือโปรได้ไวยิ่งขึ้น

 

ทุกวันนี้เทคโนโลยีบนกล้องสมาร์ทโฟนก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ จนใกล้เคียงกับกล้องโปรเข้าไปทุกที หลายคนจึงเริ่มหันมาสนใจการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องมือถือกันมากขึ้นเพราะใช้งานง่าย พกพาสะดวก รองรับแอปพลิเคชันหลากหลายในตัว และมีต้นทุนไม่สูงเท่ากล้องถ่ายวิดีโอโดยเฉพาะอย่างไรก็ตาม ลำพังแค่คุณสมบัติของสมาร์ทโฟนคงไม่พอที่จะสร้างสรรค์งานดีๆ ออกมาได้ เทคนิคการถ่ายก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะฉะนั้นในวันนี้เราจึงนำ 7 เทคนิคพื้นฐานการถ่ายวิดีโอด้วยสมาร์ทโฟนมาฝากทุกท่านกันครับ
 

1. เรียนรู้การจัดแสง

แสงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสวยงามโดยรวมของภาพนิ่งและวิดีโอโดยเฉพาะกับการถ่ายด้วยสมาร์ทโฟน เพราะสมาร์ทโฟนมีขนาดเซ็นเซอร์และเลนส์ที่เล็กกว่ากล้องทั่วไป จึงควรพยายามถ่ายบริเวณที่มีแสงส่องสว่างชัดเจน จะช่วยให้การเกิด noise ในวิดีโอลดลงและไม่มีเงามาบังรายละเอียดโดยไม่จำเป็น ในทางกลับกัน ไม่ควรหันกล้องไปยังทิศทางของจุดกำเนิดแสงโดยตรงเพราะจะทำให้ฟุตเทจของเราสว่างจ้า (overexposed) และเกิดแสงแฟร์ (lens flare) แสงในฉากควรแรงสม่ำเสมอ ไม่กะพริบหรือส่ายไปมา เพราะเซ็นเซอร์รับภาพของสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของความสว่างอย่างฉับพลันได้ หากไม่สามารถควบคุมแสงให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ การปรับค่า backlight และ white balance ในสมาร์ทโฟนก็พอจะชดเชยได้เช่นกัน

 

2. ยิ่งนิ่ง ยิ่งดี

ถ้าไม่อยากให้วิดีโอที่ออกมาสั่นจนเวียนหัว หรือเกิดอาการเบี้ยว เบลอ ควรจับสมาร์ทโฟนให้นิ่งที่สุดด้วยการถือสมาร์ทโฟนทั้ง 2 มือโดยให้มืออยู่ใกล้กับตัวเราที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะการยื่นแขนออกไปถ่ายจะทำให้แขนล้าอย่างรวดเร็วและจะทำให้ภาพสั่นตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่หากต้องถ่ายทำเทคยาว แนะนำให้หาอุปกรณ์ช่วยอย่างขาตั้งหรือ gimbal หรืออาจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการวางสมาร์ทโฟนเอาไว้นิ่งๆ บนสิ่งของก็ได้เช่นกัน

 

3. เสียงสำคัญไม่แพ้ภาพ

ถึงแม้วิดีโอของเราจะถ่ายออกมาสวย แต่ถ้าคุณภาพเสียงย่ำแย่ ผู้ชมก็คงจะเบือนหน้าหนีเช่นกัน แต่ไมโครโฟนในสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่มักจะมีคุณภาพไม่ดีเท่าไมค์สำหรับอัดเสียงโดยตรง และบางครั้งก็ติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ค่อยเหมาะนัก จึงมักจะมีเสียงลมและเสียงรบกวนอื่นๆ ติดเข้ามาด้วยเสมอซึ่งลบออกทีหลังยากมาก ส่วนวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ให้เอามือป้องรอบๆ ไมโครโฟนเอาไว้ และพยายามถ่ายทำในสถานที่ที่เงียบที่สุดหรือภายในอาคาร แต่ถ้าเป็นไปได้แนะนำว่าควรลงทุนซื้อไมค์อัดเสียงโดยเฉพาะมาใช้จะดีกว่าครับ

 

4. รักษาระยะให้พอเหมาะ

การรักษาระยะห่างให้พอเหมาะกับนักแสดงหรือวัตถุในฉากจะช่วยให้ภาพที่ออกมาคมชัดกว่า เกิด noise น้อยกว่า และมีการโฟกัสที่ดีกว่า เพราะกล้องบนสมาร์ทโฟนใช้วิธีการซูมแบบดิจิทัลซึ่งเป็นการซูมแบบขยายเม็ดพิกเซล การถ่ายจากระยะไกลแล้วซูมจะทำให้ภาพแตกได้

 

5. หลีกเลี่ยงการถ่ายวิดีโอแนวตั้ง

หากไม่มีเหตุผลสำคัญที่จะต้องถ่ายวิดีโอในแนวตั้งแล้ว แนะนำเป็นอย่างยิ่งว่าไม่ควรถ่ายคลิปวิดีโอในแนวตั้งทุกกรณี เพราะการถ่ายในแนวตั้งจะทำให้งานมีมุมมองที่แคบและเก็บรายละเอียดรอบๆ ได้น้อยมาก นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ชมรู้สึกอึดอัดอีกด้วย

 

6. เพิ่มคุณค่าให้งานด้วยแอปพลิเคชัน

แม้แอปพลิเคชันกล้องพื้นฐานในสมาร์ทโฟนจะเพียงพอต่อการใช้งานอยู่แล้ว แต่ใน App Store และ Play Store ยังมีแอปพลิเคชันอื่นๆ อีกมากมายที่อาจทำได้ดีกว่าและมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา เช่นการเพิ่มสเปเชียลเอฟเฟ็กต์สวยๆ การใส่ฟิลเตอร์ และอื่นๆ อีกมากมายซึ่งบางแอปพลิเคชันก็มีราคาไม่แพงมาก คุ้มค่าแก่การลงทุนหากคิดจะถ่ายวิดีโอด้วยสมาร์ทโฟนอย่างจริงจังครับ

 

7. เตรียมตัวให้พร้อมก่อนถ่ายทำ

ตากล้องมือใหม่หลายคนมักจะมองข้ามการเตรียมตัวก่อนถ่ายทำไปซึ่งจริงๆ แล้วเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก และอาจเป็นปัจจัยที่จะทำให้โปรเจ็คท์ของเราสำเร็จหรือไม่สำเร็จเลยทีเดียว สิ่งที่ควรเตรียมก่อนลงมือคืออุปกรณ์ประกอบฉาก เสื้อผ้านักแสดง สคริปท์ และสถานที่ถ่ายทำที่ชัดเจน สถานที่ส่วนใหญ่จำเป็นต้องขออนุญาตก่อนเข้าไปถ่ายทำ ควรติดต่อทำเรื่องให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ต้องมายุ่งยากในวันถ่ายจริง นอกจากนี้แนะนำว่าควรพกแบตสำรองติดตัวไปด้วยเพราะการถ่ายวิดีโอนานๆ กินแบตค่อนข้างมาก และอย่าลืมเคลียร์พื้นที่หน่วยความจำภายในไว้สำหรับไฟล์วิดีโอด้วยครับ

สุดท้ายนี้ก่อนจะจากกันไปก็หวังว่าทุกท่านจะนำเทคนิคง่ายๆ ทั้ง 7 ข้อเหล่านี้ไปใช้เพื่อให้การถ่ายวิดีโอด้วยสมาร์ทโฟนราบรื่นและสำเร็จดังใจหวังครับ แล้วพบกับเทคนิคดีๆ เกี่ยวกับสมาร์ทโฟนกันใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 29/1/2561