หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 25/9/2563

เครือข่าย 5G กับ Wi-Fi 5G คืออะไร? ต่างกันอย่างไร? เรามีคำตอบ

 

เรียกได้ว่าในปีนี้เป็นปีแห่งการเริ่มต้นมือถือ 5G อย่างแท้จริง จากการเปิดตัวมือถือที่รองรับ 5G อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับเรือธง และระดับกลาง โดยคำว่า 5G ที่มักปรากฎตามหลังของมือถือรองรับ 5G อย่างเช่น Samsung Galaxy S20 Ultra 5G, Vivo X50 Pro 5G หรือ HUAWEI nova 7 5G จะหมายถึงเครือข่าย 5G ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก 4G LTE ซึ่งใครหลายคนอาจจะเกิดความสับสนกับ Wi-Fi 5G เนื่องมาจากคำว่า 5G เหมือนกัน ในวันนี้ทางทีมงานจะมาสรุปให้ได้ทราบกันอย่างชัดเจนว่า เครือข่าย 5G กับ Wi-Fi 5G คืออะไร ต่างกันอย่างไร และมีหน้าที่อย่างไร หากพร้อมแล้วไปชมกันเลยค่ะ

 

5G คืออะไร?

ที่มา : UIH

 

สำหรับ G มาจากคำว่า Generation หรือยุคสมัย ฉะนั้น 5G ก็คือ มาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายบนโทรศัพท์มือถือในยุคที่ 5 โดยพัฒนาต่อยอดมาจาก 4G LTE ที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน มีจุดเด่นเป็นความเร็วในการรับส่งข้อมูลระดับกิกะบิตต่อวินาที (Gbps) เทียบเท่ากับการเชื่อมต่อแบบไฟเบอร์ ซึ่งเร็วกว่า 4G ประมาณ 20 เท่า โดยสูงสุดที่ประมาณ 20 Gbps. (20GB ต่อวินาที) หากจะกล่าวให้เห็นภาพก็คือ เราสามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์คมชัดระดับ 4K หรือ 8K ได้ภายในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น 

พร้อมกับสามารถรองรับการใช้งานที่มีการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ในพื้นที่เดียวกัน มากถึงระดับล้านอุปกรณ์ต่อตารางกิโลเมตร ซึ่งเหมาะสำหรับการทำงานของอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ที่เป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับอินเทอร์เน็ต และผู้ใช้สามารถสั่งการ ควบคุมการทำงานต่างๆ ได้ผ่านอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

นอกจากนี้ 5G ยังมีค่าความหน่วงเวลาในการรับ-ส่งข้อมูล (Latency) น้อยกว่าระดับ 1-10 Millisecond ที่ลดลงถึง 10 เท่า จึงสามารถสั่งการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ 5G ได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายด้าน เช่น การผ่าตัดทางไกล, รถยนต์ไร้คนขับ, การควบคุมเครื่องจักรในโรงงาน หรือในพื้นที่ก่อสร้างจากระยะไกล 

 

Wi-Fi 5G คืออะไร?

Wi-Fi ย่อมาจาก Wireless Fidelity หรือชุดผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบไร้สาย (WLAN) บนมาตรฐาน IEEE 802.11 ซึ่งแต่ก่อน Wi-Fi มักจะถูกนำมาใช้สำหรับอัปกรณ์พกพาต่างๆ และเครือข่าย LAN ส่วนในปัจจุบันนิยมใช้ Wi-Fi ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า Access Point และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย 

สำหรับ Wi-Fi 5G หรือ Wi-Fi 5GHz ตัวเลข 5G หมายถึงคลื่นความถี่ โดยในปัจจุบันบริการเครือข่ายไร้สายหรือ Wi-Fi จะมีอยู่ 2 ย่านความถี่ ได้แก่ 2.4 GHz และ 5.0 GHz โดยในย่านความถี่ 2.4 GHz จะเป็นย่อนความถี่เก่า มีจุดเด่นเป็น การรับ-ส่งสัญญาณได้ในระยะไกล เนื่องจากเป็นคลื่นความถี่ต่ำ ส่วนข้อจำกัดจะเป็นในด้านความเร็วของการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ อีกทั้งในปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่อแบบไร้สายเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ช่องความถี่ดังกล่าง เริ่มไม่เพียงพอต่อการใช้งาน จึงส่งผลให้เกิดปัญหาความทับซ้อน และทำให้การรับ-ส่งข้อมูลเกิดความล่าช้าได้นั่นเอง

Wi-Fi 5.0 GHz หรือที่เราเห็นกันบ่อยๆ ว่า Wi-Fi 5G เป็นย่านความถี่สูงกว่า มีจุดเด่นในด้านความเร็วของการรับ-ส่งข้อมูลที่มากกว่าย่าน 2.4 GHz ราว 3 เท่า ส่วนข้อจำกัดก็คือประสิทธิภาพในการรับ-ส่งข้อมูลจะลดลงตามระยะทางที่เพิ่มขึ้น แต่ด้วยช่องสัญญาณที่มากกว่า 2.4 GHz จึงทำให้แทบจะไม่เกิดปัญหาการทับซ้อนของการรับ-ส่งข้อมูล และยังช่วยให้การใช้งานสมาร์ทโฟนเป็นไปอย่างง่ายขึ้น ไม่ว่าจะ ดาวน์โหลด/อัปโหลดไฟล์ หรือการเล่น Social และการดูคลิปวิดีโอต่างๆ รวมถึงการ Streaming 

สมาร์ทโฟนในปัจจุบันเองก็ได้พัฒนาขึ้นจนมีรุ่นที่รองรับ Wi-Fi Dual Band ทั้งสองคลื่นความถี่ (2.4 GHz + 5.0 GHz) แล้วโดยเฉพาะในระดับเรือธง และระดับกลาง ส่วนในรุ่นที่มีสเปกระดับเริ่มต้น มักจะรองรับเฉพาะย่านความถี่ 2.4 GHz เพียงย่านเดียว โดยปกติแล้วเราจะสามารถเลือกใช้งาน Wi-Fi ได้ครั้ง 1 ย่านความถี่ แต่ในปัจจุบันก็มีสมาร์ทโฟนบางรุ่นที่สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ทั้งสองย่านความถี่ได้ในเวลาเดียวกัน เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้มากขึ้นนั่นเอง 

 

สรุปความแตกต่างระหว่าง เครือข่าย 5G และ Wi-Fi 5G

เครือข่าย 5G เป็นการเชื่อมต่อไร้สายความเร็วสูงบนโทรศัพท์มือถือ (Mobile Data) ที่ต่อยอดมาจาก 4G LTE ของปัจจุบัน ด้วยความเร็วในการรับส่งข้อมูลระดับกิกะบิตต่อวินาที (Gbps) และรองรับผู้ใช้งานมากถึงระดับล้านอุปกรณ์ต่อตารางกิโลเมตร

ส่วน Wi-Fi 5G เป็นย่านความถี่หนึ่งของการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สาย (Mobile Network) สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเฉพาะในพื้นที่นั้นๆ ผ่าน Access Point ซึ่งหากออกจากระยะของการปล่อยสัญญาณ ก็จะใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ได้นั่นเอง และมีข้อกำจัดในการใช้งานเมื่อมีผู้ใช้งาน Wi-Fi เดียวกัน พร้อมกันเป็นจำนวนมาก

และการที่สมาร์ทโฟนสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi 5G ได้ ไม่ได้หมายความว่าจะรองรับเครือข่าย 5G เสมอไป ซึ่งการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G นั้น จะขึ้นอยู่กับซิมการ์ดที่ท่านใช้งาน และแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการ ต่างจาก Wi-Fi ที่หากอยู่ใกล้กับ Acces Point ก็สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้


จากข้อมูลทั้งหมดในข้างต้น ทางทีมงานก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย และมาพบกันได้ใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 25/9/2563

Tags :