หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 15/1/2564

5 สิ่งใหม่บน Samsung Galaxy S21 Series 5G มีอะไรบ้าง มาดูกัน

 

สำหรับ Samsung Galaxy S21 Series สมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปใหม่ล่าสุดต้อนรับปี 2021 ยังคงแบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อยเช่นเคย ได้แก่ Samsung Galaxy S21 5G, Samsung Galaxy S21+ 5G และ Samsung Galaxy S21 Ultra 5G ซึ่งพร้อมใช้งาน 5G ตั้งแต่แกะกล่องทั้ง 3 รุ่น มาดูกันว่า Galaxy S21 Series มีอะไรเพิ่มเข้ามาใหม่จากรุ่นพี่อย่าง Galaxy S20 Series บ้าง

 

1. ดีไซน์กล้องหลังใหม่หมดจด อัปเกรดสเปกกล้อง ถ่ายภาพได้ดีขึ้น

Samsung Galaxy S21 Series 5G ทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมกับดีไซน์กล้องด้านหลังแบบ Contour-Cut Metal Camera คล้ายกับ Galaxy Note 20 Series ทำให้มีความเรียบหรูดูพรีเมียมมากขึ้น อีกทั้งยังอัปเกรดคุณสมบัติของกล้องด้านหลังให้ถ่ายภาพได้ดีขึ้นกว่าเดิม

โดย Samsung Galaxy S21 Ultra เป็นกล้อง 4 ตัว (Quad Camera) ที่มาในรูปแบบของ เลนส์ Wide 108 ล้านพิกเซล + เลนส์ Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล + เลนส์ Telephoto 10 ล้านพิกเซล + เลนส์ Periscope Telephoto 10 ล้านพิกเซล

ซึ่งกล้องหลัก 108 ล้านพิกเซลนั้น ใช้เซ็นเซอร์รุ่นที่ 2 พร้อม Laser AF ส่วนเลนส์ซูม 2 ตัวเป็นแบบ แบบ Dual Zoom รองรับการซูมแบบ Optical ได้สูงสุดถึง 10 เท่า พร้อมรองรับการบันทึกภาพด้วยไฟล์แบบ 12-bit RAW ซึ่งเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าไฟล์จากกล้องของ Galaxy S20 Ultra ถึง 3 เท่า รวมทั้งการถ่ายภาพแบบ 12-bit HDR และยังคงมาพร้อมกับเทคโนโลยี 9-in-1 Nona-Binning ที่รวม 9 พิกเซลย่อย ให้กลายเป็น 1 พิกเซลใหญ่ เพื่อให้สามารถเก็บแสงกับรายละเอียดภาพได้อย่างดีเยี่ยม

 

นอกจากนี้ กล้องของ Samsung Galaxy S21 Ultra ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี AI ISP Algorithm ที่ช่วยวิเคราะห์องค์ประกอบของภาพ หรือจุดเด่นของภาพ และปรับตั้งค่าให้เหมาะสม รวมทั้งเทคโนโลยี Super Resolution AI ที่ช่วยเพิ่มความคมชัดเมื่อต้องซูมไกล 100 เท่า และฟังก์ชัน Intelligent Zoom Lock ที่ช่วยล็อกตำแหน่งของสิ่งที่เราต้องการถ่ายให้อยู่นิ่งไม่สั่นไหว

ด้าน Samsung Galaxy S21 กับ Samsung Galaxy S21+ เป็นกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย เลนส์ Wide 12 ล้านพิกเซล + เลนส์ Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล + เลนส์ Telephoto 64 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Super Speed Dual Pixel AF กับ 3x Hybrid Zoom และรองรับการถ่ายวิดีโอ 8K พร้อมฟังก์ชัน 8K Video Snap

 

2. แข็งแกร่งขึ้นด้วยกระจก Gorilla Glass Victus ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ตัวเครื่อง Samsung Galaxy S21+ และ Samsung Galaxy S21 Ultra มาพร้อมกับกระจก Gorilla Glass Victus ทั้งด้านหน้าด้านหลัง (เดิมใช้ Gorilla Glass 6) ซึ่งข้อมูลจากทางซัมซุงคือ สามารถทนต่อการตกกระแทกบนพื้นแข็งจากระดับความสูงถึง 2 เมตร และป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีกว่า Gorilla Glass 6 ถึง 2 เท่า

ส่วน Samsung Galaxy S21 รุ่นเริ่มต้นจะต่างออกไป ซึ่งจะเป็นกระจก Gorilla Glass Victus เฉพาะด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็น Glastic แต่ทั้งนี้ ทั้ง 3 รุ่นใช้กรอบตัวเครื่องผลิตจากโลหะอะลูมิเนียมที่เรียกว่า AL7s10 Metal Frame และฝาหลังผิวสัมผัสด้านแบบ Premium Frosted Haze Effect ที่นอกจากจะดูหรูหราแล้ว ยังช่วยป้องกันคราบเปื้อน, คราบมัน หรือรอยนิ้วมือได้ดีอีกด้วย

 

3. ใช้ชิปประมวลผล Exynos 2100 รุ่นใหม่ล่าสุด

Samsung Galaxy S21 Series ทั้ง 3 รุ่น ใช้ชิปประมวลผลตัวท็อปรุ่นใหม่อย่าง Exynos 2100 (เดิมใช้ Exynos 990) ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 5nm โดย AI Engine บนชิปเซ็ต Exynos 2100 นั้นทำงานได้เร็วกว่าเดิมถึง 2 เท่า

 

4. เป็น Galaxy S รุ่นแรกที่สามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen ได้

ปากกา S Pen ถือว่าเป็นไฮไลท์ของ Galaxy Note Series แต่ล่าสุด ทาง Samsung ได้นำคุณสมบัติดังกล่าวมาใช้กับ Samsung Galaxy S21 Ultra ซึ่งถือว่า เป็น Galaxy S รุ่นแรกที่สามารถใช้งานปากกา S Pen ได้

แต่ทั้งนี้ ปากกา S Pen ที่ใช้งานกับ Galaxy S21 Ultra จะมีความแตกต่างจาก Galaxy Note Series ซึ่งจะไม่มีช่องเก็บปากกาที่ตัวเครื่อง และมีขนาดที่ใหญ่กว่าเพื่อให้ใช้งานสะดวกขึ้น โดยมีให้เลือก 2 แบบคือ S Pen รุ่นปกติ กับ S Pen Pro

 

5. หน้าจอรองรับอัตรารีเฟรชที่ 120Hz ทุกรุ่น

Samsung Galaxy S21 Series ทั้ง 3 รุ่น สามารถตั้งค่า Refresh Rate 120Hz (Motion Smoothness) แบบ Adaptive ได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ WQHD+ (จากเดิมสูงสุดที่ระดับ FHD+) ซึ่งทำให้หน้าจอมีค่า Contrast มากกว่าเดิม 50% โดยฟังก์ชัน Adaptive Refresh Rate บน Galaxy S21 Ultra รองรับความถี่ในช่วง 10Hz-120Hz ส่วนบน Galaxy S21 กับ Galaxy S21+ จะรองรับความถี่ในช่วง 48Hz-120Hz

 

นำเสนอบทความโดย : Thaimobilecenter.com


วันที่ : 15/1/2564