แนะนำมือถือกล้องคู่ (Dual-Camera) รุ่นใหม่ที่น่าสนใจในราคาไม่เกิน 7,000 บาท กับการถ่ายภาพคมชัดทุกรายละเอียด และฟีเจอร์ครบครันทุกการใช้งาน แบรนด์ไหนดี รุ่นไหนเด่น มาดูกัน!

เรียกได้ว่าแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต่างก็ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมากันอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละรุ่นก็มาพร้อมกับคุณสมบัติที่ได้รับการอัปเกรดขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งหนึ่งในคุณสมบัติที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ กล้องถ่ายภาพ สำหรับเก็บภาพเหตุการณ์ในทุกวินาทีที่สำคัญ และโพสต์อัปเดตเรื่องราวลงใน Social Network ต่างๆ ที่ถือเป็นกิจกรรมที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้คนในยุคดิจิทัลเช่นนี้เลยก็ว่าได้
และหากท่านเป็นผู้ที่หมั่นติดตามข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนอยู่เป็นประจำก็จะทราบดีว่า ขณะนี้แบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกได้ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับกล้องถ่ายภาพแบบคู่ (Dual-Camera) ที่ล้ำหน้าขึ้น และไม่เพียงแต่ในรุ่นเรือธงเท่านั้น ในรุ่นราคาประหยัดเองก็รองรับฟังก์ชันนี้แล้วเช่นเดียวกัน ในวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter จึงทำการรวบรวมสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกล้องคู่ (Dual-Camera) รุ่นใหม่ล่าสุด ในราคาไม่เกิน 7,000 บาท ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี พร้อมกับถ่ายภาพได้คมชัดในทุกรายละเอียด ซึ่งจะมีสมาร์ทโฟนรุ่นเด่น จากแบรนด์ใดที่ตรงใจ และโดนใจท่านผู้อ่านบ้างนั้น ติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยค่ะ
Huawei Y9 (2018) ราคา 6,990 บาท
Huawei Y9 (2018) สมาร์ทโฟนรุ่นเด่นน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ โดยมาพร้อมกับดีไซน์หน้าจอแบบ FullView Display ในอัตราส่วน 18:9 และจัดเต็มด้วยกล้องถ่ายภาพถึง 4 ตัว (Quad-Camera) รวมถึงแบตเตอรี่จุใจ 4000 mAh ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่อง อีกทั้งยังอัปเกรดฟีเจอร์ภายในขึ้นจากเดิมหลายด้านด้วยเช่นกัน ดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 157.2x75.3x7.89 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 170 กรัม
- หน้าจอแสดงผล FullView Display ขนาด 5.93 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2160 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Kirin 659 ที่มีความเร็ว 2.36 GHz
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
- มีให้เลือก 3 สี คือ สีดำ, สีน้ำเงิน และสีทอง
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Huawei Y9 (2018)
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Huawei Y9 (2018)
Asus ZenFone Max Plus ราคา 6,990 บาท
Asus ZenFone Max Plus มาพร้อมการดีไซน์หน้าจอโฉมใหม่ในอัตราส่วน 18:9 แบบ Full View บนตัวเครื่องที่ผลิตจากโลหะ และโดดเด่นในด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องหลังแบบคู่ (Dual-Camera) รวมถึงใช้งานได้ยาวนานตลอดวันด้วยแบตเตอรี่จุใจ 4130 mAh และรองรับฟีเจอร์สแกนใบหน้า โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 152.6x73x8.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 160 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5.7 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 ความละเอียดระดับ HD+ (720x1440 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek MT6750T
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-T860 MP2
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4130 mAh พร้อมเทคโนโลยี Fast Charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat ซึ่งถูกครอบทับด้วย ZenUI 4.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีทอง, สีเงิน และสีดำ
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Asus ZenFone Max Plus
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Asus ZenFone Max Plus
พรีวิว (Preview) Asus ZenFone Max Plus
Lenovo K8 Plus ราคา 5,990 บาท
Lenovo K8 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากซีรีส์ K ที่มีจุดเด่นเป็นกล้องถ่ายภาพแบบคู่ (Dual-Camera) และมีตัวเครื่องโลหะสุดพรีเมียม โดยเปิดราคาที่ 7,990 บาท และ ณ ตอนนี้มีโปรโมชั่นราคาพิเศษจากทาง Lazada ลดเหลือเพียง 5,990 บาทเท่านั้น ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 147.9x73.7x8.99 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 165 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ IPS ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD (1080x1920 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio P25 ที่มีความเร็ว 2.5 GHz
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 128GB
- กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 13+5 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Quick Charge
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบเสียง Dolby Atmos และ TheaterMax ที่จำลองเสียงคล้ายกับโรงภาพยนตร์
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n และ Bluetooth 4.2
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Lenovo K8 Plus
Xiaomi Redmi Note 5 Pro (4GB/64GB) ราคาประมาณ 6,900 บาท
Xiaomi Redmi Note 5 Pro มาพร้อมกับการดีไซน์โฉมใหม่แบบ Full View ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ในอัตราส่วน 18:9 และอัปเกรดขึ้นด้วยกล้องคู่ (Dual-Camera) ที่ด้านหลัง รวมถึงฟีเจอร์ภายในหลายด้าน ซึ่งมีรายละเอียดังต่อไปนี้
- หน้าจอแสดงผลแบบ Full Screen ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด 2160x1080 พิกเซล (Full HD+),อัตราส่วนแบบ 18:9, ความหนาแน่นพิก พร้อมครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D Glass
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 636 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 1.8 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 509
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB / 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 64GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX376 พร้อมไฟแฟลช LED แบบ Selfie-light
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) โดยแบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (เม็ดพิกเซล 1.25 ไมครอน พร้อมรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.2) และกล้องตัวรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (เม็ดพิกเซล 1.12 ไมครอน พร้อมรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.0)
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Hybrid Slot)
- รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE Band 1/3/5/40/41
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB 2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4000mAh
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ MIUI 9 (มีพื้นฐานการทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7 Nougat)
- รุ่น 4GB+64GB ราคา 13,999 รูปี หรือประมาณ 6,900 บาท
- รุ่น 6GB+64GB ราคา 16,999 รูปี หรือประมาณ 8,300 บาท
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Xiaomi Redmi Note 5 Pro
Huawei nova 2 lite ราคาประมาณ 6,000 บาท
Huawei nova 2 Lite สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากซีรีส์ nova ที่มาพร้อมกับจุดเด่นอย่างกล้องคู่ (Dual-Camera) ที่ด้านหลัง และมีการดีไซน์จอใหญ่แบบ 18:9 บนตัวเครื่อง Metal-Glass ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 158.3x76.7x7.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 155 กรัม
- หน้าจอแสดงผลขนาด 5.99 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 ความละเอียดระดับ HD+ (720x1440 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 430 ที่มีความเร็ว 1.4 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 505
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ฟีเจอร์ Face Unlock
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- ราคา 9,990 เปโซฟิลิปปินส์ หรือประมาณ 6,000 บาท
สรุปข้อมูล และข่าวอัปเดตล่าสุดของ Huawei nova 2 Lite
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสมาร์ทโฟนกล้องคู่ (Dual-Camera) รุ่นใหม่ป้ายแดงจากแบรนด์ชั้นนำ ในราคาเอื้อมถึงได้ ที่ทางทีมงานได้รวบรวมมาให้ได้ชมกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นล้วนแต่เป็นรุ่นที่ใหม่ของแต่ละแบรนด์ ที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป และมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกด้าน
แต่อย่างไรก็ดี กล้องถ่ายภาพ ก็เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยสำหรับการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่อง ซึ่งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ขนาดของหน้าจอแสดงผล และความคมชัด, ชิปเซ็ตประมวลผล, หน่วยความจำแรม (RAM), หน่วยความจำภายใน, ความจุแบตเตอรี่ และเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ รวมถึงฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ อีกมากมาย
ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนรุ่นใดมากที่สุด ทั้งในด้านการดีไซน์ว่าสวยถูกใจขนาดไหน และฟีเจอร์ด้านในสามารถพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้ครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งหากว่าได้ทดลองใช้งานในเบื้องต้น แล้วเกิดความพึงพอใจ ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นคุ้มค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 16/3/2561










