TrueMove H ประกาศขึ้นเป็นอันดับ 2 ของประเทศแล้ว เผยผู้ใช้เพิ่มขึ้น 5.4 ล้านรายด้วยส่วนแบ่ง 27.2% ทั่วประเทศ ดันรายได้เติบโตสูงกว่า 57.9 พันล้านบาทในปีที่ผ่านมา!
หลังจากที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทยต่างแสดงความเห็น และลุ้นกับการให้บริการ 4G ของ 3 เครือข่ายยักษ์ใหญ่ หลังการประมูลคลื่นความถี่สำหรับใช้งาน 4G LTE ในช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา โดยในปี 2559 ทุกเครือข่ายต่างงัดกลยุทธ์ และจุดเด่นของแพ็กเกจต่างๆ รวมทั้งจำนวนคลื่นที่ถือครองออกมาดึงความสนใจของผู้ใช้กันอย่างเต็มที่ จนเรียกได้ว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา เป็นปีที่มีการแข่งขันด้านแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตสำหรับสมาร์ทโฟนมากที่สุดปีหนึ่งด้วย ซึ่งล่าสุดเครือข่ายผู้ให้บริการที่ถือครองคลื่นความถี่ทั้ง 4 คลื่นอย่าง TrueMove H ก็ได้ออกมาประกาศแล้วว่า TrueMove H ได้ก้าวขึ้นเป็นเครือข่ายอันดับที่ 2 ของประเทศไทย พร้อมแถลงผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาให้ทราบกันแล้ว
การเติบโตของ TrueMove H ในปีที่ผ่านมา

จากผลประกอบการล่าสุดประจำปี 2559 ที่ TrueMove H ส่งให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา ทางเครือข่ายมีผู้ใช้บริการรายใหม่เพิ่มขึ้นทั้งหมด 5.4 ล้านราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 75 ของผู้ใช้รายใหม่ทั้งหมดที่เข้ามาในอุตสาหกรรม โดยในขณะนี้ TrueMove H มีจำนวนลูกค้าในเครือข่ายอยู่ที่ 24.53 ล้านราย ประกอบด้วยลูกค้าระบบรายเดือนจำนวน 6.06 ล้านราย และลูกค้าระบบเติมเงินจำนวน 18.47 ล้านราย ครองส่วนแบ่งฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 27.2 ของผู้ใช้มือถือ หรือสมาร์ทโฟนทั้งหมดภายในประเทศไทย
ด้านรายได้ของ TrueMove H ก็เติบโตขึ้นเช่นเดียวกัน โดยรายได้จากการให้การบริการ มีอัตราส่วนเพิ่มสูงขึ้นถึง 28.4% คิดเป็นมูลค่ากว่า 57.9 พันล้านบาท โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2559 TrueMove H มีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 27.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า (Y-o-Y) และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 3 ของปี ในสัดส่วน 4.7%
จุดแข็งของ TrueMove H

หากยังจำกันได้ในช่วงปลายปี 2558 ที่มีการเปิดประมูลคลื่นความถี่สำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ต 4G LTE บนคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz ซึ่งผู้เข้าร่วมการประมูลที่สร้างความฮือฮาได้มากที่สุดก็คือ TrueMove H ที่ทุ่มเม็ดเงินไม่อั้นประมูลคลื่นความถี่ทั้งสองช่วงไปด้วยมูลค่า 39,792 ล้านบาท และ 76,298 ล้านบาท ตามลำดับ ส่งผลให้ TrueMove H กลายเป็นเครือข่ายผู้ให้บริการที่ถือครองคลื่นความถี่ครบทุกช่วง จากนั้น TrueMove H จึงดำเนินการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีการรวมคลื่น 3 คลื่น หรือ 3CA (Carrier Aggregation) มาใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีสถานีฐานแบบ 4T4R (4 Transmit 4 Receiver) เพื่อเพิ่มความเร็วของการใช้งานอินเทอร์เน็ต 4G ให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น TrueMove H จึงชูจุดขายในด้านความครอบคลุมของคลื่น และความเร็วในการใช้งานเป็นหลัก ทำให้ผู้ใช้เกิดความสนใจอย่างต่อเนื่องในปี 2559 ที่ผ่านมานั่นเอง
แนวโน้มการเติบโตของ TrueMove H ในอนาคต

หลังจากที่ TrueMove H สามารถประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz มาถือครองได้นั้น ก็ส่งผลให้ TrueMove H สามารถขยายการลงทุนได้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นเสาสัญญาณ หรือเทคโนโลยีที่ช่วยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตสำหรับสมาร์ทโฟน เพราะถือว่า TrueMove H มีทุกอย่างรองรับเกือบทั้งหมดแล้ว และเมื่อมีการประกาศงบการเงินในช่วงปี 2559 ที่ผ่านมา ที่ TrueMove H มีการเติบโตขึ้นทั้งในด้านจำนวนลูกค้า และผลประกอบการต่างๆ ก็บ่งชี้ให้เห็นว่า TrueMove H เริ่มเป็นตัวเลือกแรกของผู้ใช้หลายๆ คน และมีความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้น ด้วยการชูจุดเด่นในเรื่องของคลื่นความถี่ที่ครบทุกช่วง และความเร็วของการใช้งานอินเทอร์เน็ต 4G ซึ่ง TrueMove H เองก็คงจะพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ให้ดีมากยิ่งขึ้น ตลอดช่วง 10 ปี ข้างหน้า เพราะคลื่นความถี่ที่ TrueMove H ถือครองอยู่นั้น มีระยะเวลาเหลืออยู่ทั้งหมด ดังนี้
- คลื่นความถี่ 2100 MHz เหลืออายุสัมปทาน 13 ปี
- คลื่นความถี่ 1800 MHz อายุสัมปทาน 18 ปี
- คลื่นความถี่ 900 MHz อายุสัมปทาน 15 ปี
- คลื่นความถี่ 850 MHz ของ CAT เหลืออายุสัมปทาน 10 ปี
จะเห็นได้ว่าทั้ง 4 คลื่นที่ TrueMove H ถือครองอยู่ล้วนมีระยะเวลาขั้นต่ำ 10 ปี ทั้งหมด ซึ่งเรื่องคลื่นความถี่นี้ก็เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ผู้ใช้ตระหนักถึงความครอบคลุมในการใช้งาน ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดในประเทศ ประกอบกับเทคโนโลยี 3CA ที่มีส่วนช่วยเรื่องความเร็วอินเทอร์เน็ต ก็ยิ่งกระตุ้นความสนใจของผู้ใช้ให้เลือกใช้งานกับค่ายสีแดงนี้ได้มากกว่า ซึ่งเห็นได้จากจำนวนลูกค้า และผลประกอบการที่สูงขึ้นนั่นเอง
แน่นอนว่าสงครามแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตของเครือข่ายผู้ให้บริการในประเทศไทยทั้ง 3 ค่าย ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละค่ายก็ล้วนชูจุดเด่นของตนเอง หรือปรับเปลี่ยนแผนการตลาดเพื่อให้ผู้ใช้ย้ายค่าย หรือเปิดเบอร์ใหม่กับตนเองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นผลดีกับผู้ใช้ เพราะยิ่งมีการแข่งขันสูงมากเท่าใด แต่ละค่ายก็จะต้องแข่งกันหั่นราคา หรือเพิ่มความคุ้มค่าของแพ็กเกจมาให้ เพื่อดึงผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด แต่ประเด็นสำคัญที่ผู้เขียนอยากแนะนำก็คือ ก่อนที่ท่านจะสมัครใจใช้งานบริการของค่ายใดก็ตาม อยากให้ผู้ใช้ทุกท่านลองสำรวจสัญญาณโทรศัพท์ หรือสัญญาณอินเทอร์เน็ต 4G ในบริเวณที่ท่านอาศัย หรือทำงานอยู่เสียก่อน เพราะบางครั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือสัญญาณโทรศัพท์ในบางจุดก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปได้เช่นกัน ดังนั้น ควรตรวจสอบสัญญาณในที่ที่ท่านต้องอยู่เป็นประจำให้ดีเสียก่อน แล้วค่อยตัดสินใจควบคู่ไปกับแพ็กเกจต่างๆ ที่มีให้เลือกใช้งานนะครับ
อ้างอิงข้อมูลจาก : listedcompany
วันที่ : 1/3/2560
