เผยความลับเทคโนโลยี Oleophobic & Hydrophobic Coating บน Hi-Shield 3D Strong Max ให้สัมผัสลื่นกว่า, สะอาดกว่า และดีกว่ากระจกนิรภัยรุ่นอื่นอย่างไร
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบทีมงาน Thaimobilecenter กับนานาสาระน่ารู้ และข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนกันอีกครั้งนะครับ หากท่านผู้อ่านยังจำกันได้ ก่อนหน้านี้เราเคยพาทุกท่านไปรู้จักกับนวัตกรรมของกระจกนิรภัยกันรอยในปัจจุบันที่มาพร้อมกับคุณสมบัติมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ความแข็งแกร่งทนทาน, การป้องกันรอยขีดข่วน, การป้องกันหยดน้ำ หรือแม้กระทั่งการทำความสะอาดตัวเอง ก็มีให้ใช้งานด้วยเช่นเดียวกัน และถ้าหากย้อนกลับไปในช่วง 7-8 ปี ที่ผ่านมา การป้องกันหน้าจอมือถือที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นแค่เพียงการติดฟิล์มใสกันรอยเท่านั้น ซึ่งแผ่นฟิล์มในยุคนั้นจะค่อนข้างบาง และไม่สามารถกันรอยขีดข่วนได้มากเท่าใดนัก ส่วนใหญ่ผู้ใช้มักติดไว้เพื่อป้องกันฝุ่น และสิ่งสกปรกเสียมากกว่า แต่ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีต่างๆ ได้รับการพัฒนาให้ดีมากยิ่งขึ้นจนถึงขั้นสามารถผลิตกระจกนิรภัยสำหรับหน้าจอสมาร์ทโฟนได้ ทำให้กระจกนิรภัยกันรอยสำหรับสมาร์ทโฟนเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และสำหรับกระจกนิรภัยกันรอยรุ่นหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้ใช้สูงมากในขณะนี้ คงหนีไม่พ้น HI-SHIELD 3D Strong Max กระจกนิรภัยกันรอยสุดแกร่งระดับพรีเมียม ที่มีความคงทนแข็งแรงในระดับ 9H และเคลือบสารกันน้ำด้วยเทคโนโลยี Oleophobic Coating ที่ช่วยลดการเกาะตัวของหยดน้ำ ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้พาทุกท่านไปรู้จักกับนวัตกรรมความแข็งแกร่งระดับ 9H พร้อมบททดสอบสุดโหดกันมาบ้างแล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งของกระจกนิรภัย Hi-Shield 3D Strong Max ก็คือผิวสัมผัสที่เรียบลื่น และใสสะอาด ด้วยเทคโนโลยีการเคลือบสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating ลงบนพื้นผิวของกระจก ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับนวัตกรรมดังกล่าวว่า การเคลือบสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating นี้สามารถช่วยในเรื่องความลื่นไหล, ความใสสะอาด และดีกว่ากระจกกันรอยรุ่นอื่นๆ อย่างไร ติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยครับ
Oleophobic & Hydrophobic Coating คืออะไร?


หลายท่านอาจจะเคยได้ยิน หรือเคยพบเห็นข้อมูลระบุคุณสมบัติ Oleophobic & Hydrophobic Coating อยู่ที่แพ็กเกจของกระจกนิรภัยกันรอยบางรุ่นมาบ้าง แต่บางท่านก็อาจจะยังไม่ทราบว่า จริงๆ แล้ว Oleophobic & Hydrophobic Coating คือเทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องใด คำตอบคือ Oleophobic & Hydrophobic Coating เป็นเทคโนโลยีการเคลือบสารป้องกันระดับนาโนเทคโนโลยี เพื่อแยกน้ำมันออกจากผิวกระจกได้อย่างหมดจด โดยการเคลือบสารดังกล่าวจะอยู่ในตำแหน่ง Layer ด้านบนสุดของผิวกระจก ซึ่งก็คือการเคลือบไว้ด้านนอกสุดของกระจกในส่วนที่ต้องสัมผัสกับสิ่งอื่นๆ
สำหรับสมาร์ทโฟนบางรุ่นที่ใช้ดีไซน์แบบกระจก (Glass-Design) หรือหน้าจอแสดงผลที่เคลือบสารดังกล่าว มักจะให้ความรู้สึกค่อนข้างลื่นเวลาจับถือ สาเหตุเพราะสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating นี้จะไม่ดูดซับน้ำมันบนฝ่ามือ หรือปลายนิ้วของผู้ใช้แม้แต่นิดเดียว ซึ่งน้ำมันจากฝ่ามือของมนุษย์จะก่อให้เกิดความหนืดในการจับสิ่งของต่างๆ หรือเกิดรอยนิ้วมือที่เห็นได้ชัดเจน แต่เมื่อวัตถุที่เคลือบสารแยกน้ำมันทำให้น้ำมันไม่สามารถติดอยู่บนพื้นผิวได้ จึงทำให้รู้สึกถึงความลื่นของผิวสัมผัสตามที่ควรจะเป็น
แต่อย่างไรก็ตาม สาร Oleophobic & Hydrophobic Coating ก็ใช่ว่าจะคงอยู่ได้ยาวนานตลอดไป เพราะส่วนใหญ่สาร Oleophobic & Hydrophobic Coating มักจะจางหายไปในระยะเวลาประมาณ 2 ปี ซึ่งลองเปรียบเทียบได้ง่ายๆ ด้วยการนำสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่มาลองจับถือดู ก็จะพบว่าตัวเครื่องจะค่อนข้างลื่นเล็กน้อย แต่ถ้าเปรียบเทียบสมาร์ทโฟนรุ่นเดียวกันที่ผ่านการใช้งานมาประมาณ 1-2 ปี ตัวเครื่องอาจจับติดมือมากขึ้น, เกิดรอยนิ้วมือบนหน้าจอ หรือกระจกรอบตัวเครื่องได้ง่ายขึ้น และไม่ค่อยลื่นเหมือนช่วงแรกๆ ที่ใช้งาน นั่นก็เป็นสัญญาณว่า สาร Oleophobic & Hydrophobic Coating ที่เคลือบไว้ได้เริ่มจางหายไปแล้วนั่นเอง
ตัวอย่างงานวิจัยเกี่ยวกับการเคลือบสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating
- HYDROPHOBIC AND OLEOPHOBIC COATINGS
- Materials for Oleophobic and Hydrophobic Coatings
- Anti-Fingerprint Coating
วิธีทำความสะอาดหน้าจอ หรือกระจกนิรภัยกันรอยที่มีการเคลือบสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating

สำหรับการทำความสะอาดหน้าจอ หรือตัวเครื่องสมาร์ทโฟนที่มีการเคลือบสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating สามารถทำความสะอาดได้ง่ายๆ ด้วยการนำผ้า Microfiber มาเช็ดได้ทั่วไป แต่ถ้าหากจะทำความสะอาดด้วยน้ำยาแอลกอฮอล์ ควรใช้งานเฉพาะยี่ห้อที่ระบุว่าใช้เช็ดหน้าจอโทรทัศน์, หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือหน้าจอสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะเท่านั้น เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่เมื่อพบคำว่า Alcohol-Based ก็อาจหยิบมาทำความสะอาดทันที โดยไม่ได้ตรวจสอบก่อนว่ามีส่วนผสมที่อาจทำอันตรายต่อสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating อย่างไรบ้าง เพราะถ้าหากใช้น้ำยาแอลกอฮอล์ที่ไม่ได้มาตรฐาน น้ำยาดังกล่าวจะชำระล้างสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating ที่เคลือบไว้ออกไปทั้งหมดในทันที และควรฉีดน้ำยาลงบนผ้าก่อนจะนำไปเช็ดทำความสะอาด ไม่ควรฉีดน้ำยาลงบนหน้าจอตรงๆ เพราะความเข้มข้นของน้ำยาอาจทำให้สาร Oleophobic & Hydrophobic Coating บริเวณนั้นหลุดหายไปได้เช่นกัน
วิธีทดสอบว่าสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating ยังคงอยู่หรือไม่?


อันดับแรก ถ้าผู้ใช้สงสัยว่ากระจกนิรภัยกันรอย หรือพื้นผิวของสมาร์ทโฟนที่ได้รับการเคลือบสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating ยังใช้งานได้ดีหรือไม่ ให้ทดลองในระดับเริ่มต้นด้วยการใช้นิ้วมือลากไปมาบนหน้าจอ ถ้าหากยังมีสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating เคลือบอยู่ จะต้องไม่ปรากฏรอยนิ้วมือ และไม่ปรากฏคราบมัน หรือปรากฏเพียงช่วงเริ่มต้นของการสัมผัสเท่านั้น ซึ่งรอยดังกล่าวอาจจางลงภายในเวลาสั้นๆ และสามารถเช็ดทำความสะอาดได้โดยง่าย

วิธีต่อมา ให้ทดลองนำน้ำมาหยดลงบนพื้นผิวที่เคลือบสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating ทีละหยด ถ้าหากน้ำเหล่านั้นจับตัวกันเป็นหยดกลมๆ และกลิ้งไปมาได้ ถือว่าพื้นผิวนั้นยังมีสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating เคลือบอยู่ แต่ถ้าหยดน้ำลงไปแล้วน้ำกระจายออก ไม่จับตัวกันเป็นหยดก็อาจถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนกระจกนิรภัยกันรอยชิ้นใหม่แล้ว
และวิธีสุดท้ายที่ค่อนข้างมีความเสี่ยงมากที่สุดคือ นำปากกามาร์คเกอร์มาทดลองขีดลงบนกระจก ถ้าหากสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating ยังเคลือบอยู่ หมึกจากปากกาจะไม่กลายเป็นเส้น แต่จะค่อยๆ จาง และจับตัวกันเป็นหยดหมึก ซึ่งสามารถเช็ดออกได้โดยง่าย แต่ถ้าหากไม่มีสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating แล้ว หมึกจากปากกาก็จะถูกขีดทับลงบนหน้าจอทันที
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับเทคโนโลยีการเคลือบสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating บนพื้นผิวของกระจกนิรภัย Hi-Shield 3D Strong Max ที่เราได้อธิบายถึงประสิทธิภาพในการปกป้องคราบเปื้อน, ความมัน และป้องกันคราบน้ำได้อย่างหมดจด เพราะสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating จะช่วยแยกน้ำมันออกจากผิวกระจกทั้งหมด จึงทำให้ตัวกระจก Hi-Shield 3D Strong Max มีผิวสัมผัสที่ไหลลื่น และใสสะอาดตลอดเวลา ซึ่งก็เรียกได้ว่าเทคโนโลยีการเคลือบสาร Oleophobic & Hydrophobic Coating มีส่วนช่วยในเรื่องของความสะอาดได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการมองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ใส เคลียร์ แบบไม่มีฝุ่น และไม่มีรอยใดๆ มาบดบังความสวยงาม หรือสีสันอันสดใส โดยกระจกนิรภัยกันรอย Hi-Shield 3D Strong Max รุ่นนี้มีวางจำหน่ายที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ หากท่านใดสนใจก็สามารถแวะไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดต่อได้ที่ Facebook Fanpage : Hishield ฟิล์มและกระจกกันรอย นะครับ สำหรับวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
รีวิวฟิล์มกันรอย iPhone 7 และ ไอโฟน 7 Plus HI-SHIELD 3D Strong Max for iPhone 7 กระจกนิรภัยกันกระแทกสำหรับ iPhone 7 เต็มจอ ขอบโค้งมนที่บางเฉียบแข็งแกร่งระดับ 9H
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 3/04/2560
