Samsung Galaxy Note7 กับ 5 สิ่งหลักที่จะทำให้เรือธงรุ่นนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพื่อความเป็นที่สุดของสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ระดับโลก!

หลังจากเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดในชื่อ Samsung Galaxy Note7 ที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์อย่างปากกา S-Pen ซึ่งสามารถเปลี่ยนหน้าจอสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ได้ทุกที่ทุกเวลา รวมไปถึงคุณสมบัติตัวเครื่อง และฟีเจอร์สุดล้ำต่างๆ ก็ยิ่งส่งผลให้ Galaxy Note7 กลายเป็นมือถือเรือธงระดับไฮเอนด์ที่สมฐานะเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณสมบัติตัวเครื่องของ Samsung Galaxy Note7 จะจัดมาให้อย่างเต็มที่ พร้อมฟีเจอร์เด็ด เช่น ฟีเจอร์ Always-On Display, หน้าจอขอบโค้ง (Dual-Curved Edge) หรือเซ็นเซอร์สแกนม่านตา (Iris Scanner) สุดล้ำ แต่ก็ยังมีคุณสมบัติตัวเครื่อง และฟีเจอร์บางอย่างที่ควรมีใน Samsung Galaxy Note7 เพื่อความสมบูรณ์แบบมากที่สุดของมือถือเรือธงในปัจจุบัน และ 5 สิ่งหลักที่ควรมีใน Samsung Galaxy Note7 จะมีอะไรบ้างนั้น ติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยครับ
ชิปเซ็ตประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาดใหญ่กว่าเดิม

ช่วงเวลาก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่เดือน มือถือเรือธงส่วนมากมักจะมาพร้อมกับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB ซึ่งก็ถือว่าเป็นขนาดที่พอเหมาะสำหรับการใช้งานโดยทั่วไป หรือการใช้งานที่ต้องการการประมวลผลค่อนข้างหนักอยู่แล้ว ซึ่งผู้ผลิตแต่ละค่ายต่างก็พัฒนา OS ให้มีความเสถียร และใช้พื้นที่หน่วยความจำแรม (RAM) ให้น้อยลง และหลังจากช่วงต้นปี 2016 เป็นต้นมา กลุ่มมือถือเรือธงระดับไฮเอนด์ต่างขยับหน่วยความจำแรม (RAM) เพิ่มขึ้นเป็นขนาด 6GB และบางรุ่นก็มีราคาวางจำหน่ายที่ย่อมเยากว่า Galaxy Note7 แต่ Galaxy Note7 ยังมีหน่วยความจำแรม (RAM) เพียง 4GB เท่านั้น
ไม่เพียงแต่เรื่องหน่วยความจำแรม (RAM) เพียงอย่างเดียว เรื่องของชิปเซ็ตประมวลผลก็มีส่วนด้วยเช่นกัน เพราะ Samsung Galaxy Note7 มาพร้อมกับชิปเซ็ตประมวลผล Samsung Exynos 8890 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตตัวเดียวกับ Samsung Galaxy S7 มือถือเรือธงที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปี ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Galaxy Note7 อาจใช้งานชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง Samsung Exynos 8893 ซึ่งก็น่าจะดีกว่า เพราะชิปเซ็ตรุ่นใหม่ย่อมต้องมีการพัฒนาประสิทธิภาพให้ดีมากกว่ารุ่นเก่าอย่างแน่นอน
Samsung Galaxy Note7 เวอร์ชันหน้าจอแบบ Flat Screen

จุดเด่นสำคัญอีกอย่างหนึ่งของ Samsung Galaxy Note7 รุ่นนี้ก็คือ หน้าจอขอบโค้งสองด้าน (Dual-Curved Edge) ที่มีลักษณะเดียวกับ Samsung Galaxy S7 edge และถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งในกลุ่มมือถือเรือธงของค่าย Samsung ด้วย แต่ผู้ใช้บางส่วนก็ไม่ได้ชื่นชอบการใช้งานมือถือจอขอบโค้งมากนัก ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลด้านการจับถือ หรือความสะดวกด้านการใช้งานที่บางคนอาจเอานิ้วมือไปโดนขอบหน้าจอบ่อยๆ ดังนั้น การมีเวอร์ชันหน้าจอปกติแบบ Flat Screen ออกมาเป็นตัวเลือกเสริมก็น่าจะครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้มากกว่า
ฟีเจอร์ Edge UX ที่มีความหลากหลายในการใช้งานมากกว่าเดิม

เมื่อมีหน้าจอขอบโค้งแล้วก็จำเป็นที่จะต้องมีฟีเจอร์เกี่ยวกับจอขอบโค้งให้ใช้งาน นั่นก็คือ Edge UX ที่เปรียบเสมือนเป็นการสร้างทางลัดในการเข้าใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ หรือการเข้าถึงเมนูอื่นๆ ในตัวเครื่อง แต่นอกจากนี้ก็ยังไม่มีความหลากหลายในการใช้งานด้านอื่นมาเสริมแต่อย่างใด
เพิ่มแบตเตอรี่ที่มีความจุมากขึ้น

ถึงแม้ว่า Samsung Galaxy S7 edge จะเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีขนาดเล็กกว่า Samsung Galaxy Note7 อยู่เล็กน้อย แต่กลับได้ใช้งานแบตเตอรี่ที่มีความจุมากกว่า โดย Galaxy S7 edge ใช้งานแบตเตอรี่ความจุ 3600 mAh ขณะที่ Galaxy Note7 ใช้งานแบตเตอรี่ความจุ 3500 mAh แม้ว่าจะเป็นมือถือจอใหญ่ระดับ Phablet ก็ตาม ซึ่งอย่างน้อย Samsung Galaxy Note7 ควรใช้งานแบตเตอรี่ที่มีความจุมากกว่านี้เพื่อให้รองรับการใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน
รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ UFS Card

ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ Samsung ได้เปิดตัวการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบใหม่ล่าสุดในชื่อ UFS Card ซึ่งเป็นการ์ดที่ถูกพัฒนาให้มีความเร็วในการอ่านข้อมูลเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า และเขียนข้อมูลรวดเร็วกว่าเดิมถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับ microSD Card รุ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งก็มีข่าวว่า Samsung Galaxy Note7 จะรองรับการใช้งานหน่วยความจำเสริมแบบ UFS Card แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะ Galaxy Note7 ไม่ได้รองรับการใช้งานรูปแบบดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ถ้าหากพัฒนาให้ Galaxy Note7 รองรับการใช้งาน UFS Card ก็ยิ่งจะช่วยให้ Galaxy Note7 เป็นมือถือที่มีความรวดเร็วสูงทั้งในการอ่าน และเขียนข้อมูล รวมไปถึงยิ่งส่งผลให้ Galaxy Note7 สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย
ที่มา : PhoneArena
วันที่ : 4/8/2559
