10 สุดยอดฟีเจอร์บนสมาร์ทโฟนที่เปลี่ยนแปลงโลก! ใครนำมาใช้ก่อนกัน? ระหว่าง Android และ Apple วันนี้เรามีคำตอบ!

สมาร์ทโฟน หรือชื่อที่เรียกง่ายๆ ว่า มือถือ เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญค่อนข้างสูงมากในชีวิตประจำวันของมนุษย์ หากเปรียบเทียบมือถือในอดีตกับปัจจุบัน เรียกได้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จากอุปกรณ์ชิ้นใหญ่เทอะทะที่มีไว้ติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ลดขนาดลงเพื่อความสะดวกในการใช้งาน และกลายมาเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ไม่สามารถแยกจากตัวเราได้เลย ซึ่งกว่าสมาร์ทโฟนจะกลายเป็นอุปกรณ์ที่แสนสะดวก และมีฟีเจอร์สุดล้ำให้ใช้งานเช่นนี้ ก็ต้องพัฒนาฟีเจอร์ หรือนวัตกรรมที่เรียกว่ามีขึ้นเป็น "ครั้งแรก" กันมาก่อนทั้งสิ้น ภายใต้การใช้งานในระบบปฏิบัติการชั้นนำของโลกอย่าง Android และ iOS ซึ่งในวันนี้เราจะมาดูกันว่าฟีเจอร์ต่างๆ ที่มีให้ใช้งานในสมาร์ทโฟนยุคปัจจุบันนี้ ระบบปฏิบัติการใดนำมาใช้เป็นรายแรกกันแน่
1. ฟีเจอร์ On-Screen Keyboard

คำตอบ : Apple
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 บริษัท Apple ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนภายใต้ชื่อ Apple iPhone เป็นครั้งแรก ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์สุดล้ำมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ แป้นพิมพ์ในหน้าจอ (On-Screen Keyboard) ซึ่งถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้ฟีเจอร์ดังกล่าว โดยในขณะนั้นสมาร์ทโฟนฝั่ง Android ยังคงใช้งานแป้นพิมพ์แบบ QWERTY สาเหตุเพราะระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชันแรกๆ ยังไม่สามารถรองรับการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวได้ดีพอ แต่เหล่านักพัฒนาระบบทั้งหลายก็มุ่งมั่นแก้ปัญหาจนกระทั่ง Android 1.5 Cupcake ได้เปิดให้อัปเดตระบบ และมาพร้อมกับ Virtual Keyboard จากนั้นจึงพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ จนเป็นแบบที่ใช้กันในทุกวันนี้
2. ร้านค้าแอปพลิเคชันที่ใช้งานได้เต็มรูปแบบมากที่สุด

คำตอบ : Apple
ร้านค้าแอปพลิเคชันของระบบปฏิบัติการ iOS ในชื่อ App Store เปิดตัวเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2008 โดยเป็นฟีเจอร์หนึ่งของ iTunes และในวันถัดมา Apple ก็เริ่มวางจำหน่าย iPhone 3G ที่มาพร้อมกับ iOS 2.0.1 ซึ่งรองรับการใช้งาน App Store ด้วย
ขณะที่ฝั่ง Android เปิดตัวร้านค้าแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2008 แต่เปิดให้ใช้งานได้จริงในวันที่ 22 ตุลาคม 2008 และเปิดตัวการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแบบมีค่าใช้จ่ายอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2009 แต่ในช่วงแรกยังรองรับเฉพาะผู้ใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักรเท่านั้น จากนั้นจึงค่อยๆ พัฒนาจนกลายเป็นแบบที่เราใช้กันในปัจจุบัน
3. การถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ Ultra HD 4K


คำตอบ : Android
ฟีเจอร์นี้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในปี 2013 และสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นก็คือ Samsung Galaxy Note 3 แต่สามารถบันทึกได้ในระยะเวลาที่จำกัดเท่านั้น ซึ่งสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่นที่ทยอยเปิดตัวหลังจาก Galaxy Note 3 ต่างก็เริ่มหันมารองรับฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 4K กันเพิ่มมากขึ้น
ทางด้าน Apple เริ่มใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวในสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดก็คือ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พร้อมกับแอปพลิเคชัน iMovie เวอร์ชันใหม่ที่รองรับการตัดต่อวิดิโอ 4K ด้วยเช่นกัน
4. Widgets ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปมาได้อย่างอิสระ

คำตอบ : Android
แน่นอนว่าระบบปฏิบัติการ Android เหมาะสมกับคำว่า "อิสระ" มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งในส่วนต่างๆ หรือแม้กระทั่งการปรับแต่งระบบก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน ทำให้ผู้ที่ใช้ Android หลายคนชื่นชอบในจุดเด่นส่วนนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งแตกต่างกับ Apple ที่ระบบค่อนข้างจำกัดการใช้งาน และไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้เลย
5. การใช้งานแบบ Multitasking

คำตอบ : Android
Google พัฒนาระบบปฏิบัติการ Android ให้ใช้งานแบบ Multitasking ได้จริงเป็นรายแรก ขณะที่ Apple พัฒนาการใช้งานดังกล่าวใน iOS 4 ที่เปิดให้ใช้งานในปี 2010 โดยสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน Multitasking ได้ในขณะนั้นคือ iPhone 3GS และ iPhone 4 (รุ่นเก่ากว่านี้ไม่รองรับ)
6. หน่วยประมวลผลชิปเซ็ตแบบสถาปัตยกรรม 64-bit

คำตอบ : Apple
คำตอบในข้อนี้ตัดสินจากสมาร์ทโฟนที่วางจำหน่ายในท้องตลาด โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีนี้เป็นรุ่นแรก นั่นก็คือ iPhone 5s ที่ใช้ชิปเซ็ต 64-bit Apple A7 ซึ่งถือเป็นต้นแบบในการพัฒนากระบวนการออกแบบ และการผลิตชิปเซ็ตในปัจจุบันเลยทีเดียว
7. ฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)


คำตอบ : Android
อันที่จริงคำตอบในข้อนี้สามารถตอบได้ทั้ง 2 ระบบ แต่ในทางเทคนิคแล้วสมาร์ทโฟนฝั่ง Android เป็นผู้ริเริ่มใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวเป็นรายแรก ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นก็คือ Motorola Atrix 4G ที่เปิดตัวในปี 2012 และมาพร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ในการใช้งาน และการเข้าถึงข้อมูลภายในตัวเครื่อง แต่ว่าในขณะนั้นยังไม่มีระบบใดรองรับฟีเจอร์นี้หลากหลายมากนัก ทำให้การใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวยังไม่เป็นที่นิยม ดังนั้นระบบสแกนนิ้วใน Motorola Atrix 4G จึงเป็นได้แค่จุดเด่นแต่เพียงอย่างเดียว
ต่อมา Apple ได้เปิดตัว iPhone 5s ซึ่งมาพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือที่ใช้งานได้เต็มรูปแบบ และยังเปิดตัวบริการ Apple Pay ที่สามารถใช้ลายนิ้วมือในการชำระเงินได้ ส่งผลให้ระบบสแกนลายนิ้วมือกลายเป็นฟังก์ชันพื้นฐานของสมาร์ทโฟนหลังจากนั้นเป็นต้นมา
8. บริการการชำระเงินผ่านทาง NFC (Near Field Communication)

คำตอบ : Android
อันที่จริงแล้วระบบนี้เกิดขึ้นใน Android เป็นครั้งแรกจากการที่ Google Wallet เปิดตัวในเดือนกันยายน 2011 และตัวระบบปฏิบัติการอนุญาตให้ชำระเงินผ่าน NFC ได้ แต่ในขณะนั้นยังไม่มีระบบใดถูกพัฒนาขึ้นมาสนับสนุนการใช้งานดังกล่าว และสมาร์ทโฟน Android ในยุคนั้นก็ไม่ได้รองรับการใช้งาน NFC ทุกรุ่น จึงทำให้การชำระเงินด้วยวิธีนี้ยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร ส่วน Apple เมื่อเห็นว่า Android มีบริการเช่นนี้ จึงได้พัฒนาระบบ Apple Pay พร้อมเปิดตัวในปีที่ผ่านมาเพื่อสู้กับคู่แข่ง
9. ฟีเจอร์การใช้งาน 2 หน้าจอ 2 โปรแกรม (Split-Screen Multitasking)

คำตอบ : Android
แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนระดับเรือธงฝั่ง Android อย่างแบรนด์ Samsung และ LG สามารถใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวได้ และยิ่งใช้งานได้ดียิ่งขึ้นในรุ่นใหม่ๆ ส่วน iPhone ของ Apple ยังไม่รองรับฟีเจอร์ดังกล่าว
10. การใช้งานด้วยคำสั่งเสียง (Voice Action)

คำตอบ : Android
ระบบการคาดเดารูปประโยคจากเสียงพูดนั้นมีมานานแล้ว และค่อยๆ พัฒนาให้ดีขึ้นตามลำดับจนกระทั่งสามารถใช้งานได้จริง ซึ่งผู้ที่นำฟังก์ชันดังกล่าวมาใช้งานเป็นรายแรกก็คือ Google โดยมาใน Android 2.2 Froyo ที่สามารถใช้งานคำสั่งเสียงได้ ส่วน Apple เพิ่งพัฒนาฟีเจอร์ดังกล่าวใน iPhone 4s โดยมี Siri ทำหน้าที่คล้ายกับผู้ช่วยอัจฉริยะ
ที่มา : phonearena
วันที่ : 25/11/2558
