เปิดตัว LG V10 สุดยอดสมาร์ทโฟนล้ำยุค ด้วยนวัตกรรม Quantum Display 2 หน้าจอ พร้อมกล้อง 3 ตัว และชิปเสียง Hi-Fi DAC คุณภาพสูง

หลังจากมีข่าวลือว่า ทาง LG กำลังเดินหน้าผลิตสมาร์ทโฟนระดับ "Super Premium" อย่างขะมักเขม้น ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก LG G4 โดยวางแผนเปิดตัวก่อนสิ้นปีนี้ และล่าสุดนี้ทาง LG ได้ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วสำหรับ LG V10 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่
LG V10 ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของซีรีส์ V ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานสุดพรีเมียม ที่ในขณะนี้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในท้องตลาดยังไม่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็น การมีหน้าจอแสดงผลที่สอง และโหมดการบันทึกวิดีโอแบบ Manual

คุณสมบัติของ LG V10 ได้แก่ หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว แบบ IPS Quantum Display ความละเอียดเทียบเท่าระดับ 2K (1440x2560 พิกเซล) แต่มีการแสดงผลของสีที่สมจริงกว่า 20%, ใช้หน่วยประมวลผลชิปเซ็ต Hexa-Core Qualcomm Snapdragon 808, หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 418, หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR3 ขนาด 4 GB, หน่วยความจำภายใน 64 GB สามารถเพิ่มหน่วยความจำแบบ microSD ได้สูงถึง 2 TB และแบตเตอรี่ 3000 mAh นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยี Quick Charge 2.0 ซึ่งชาร์จแบตเตอรี่ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ภายใน 40 นาที

สำหรับการดีไซน์ของ LG V10 นั้น ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุที่เป็นสแตนเลส ซึ่งเป็นวัสดุชนิดเดียวกับที่ใช้ในการผลิตนาฬิกาของแบรนด์ชั้นนำต่างๆ, ใช้เทคโนโลยี Dura Guard ในการปกป้องการเกิดรอยขีดข่วนให้กับหน้าจอ และฝาหลังที่ผลิตจากวัสดุคล้ายซิลิคอนที่เรียกว่า Dura Skin สำหรับการปกป้องตัวเครื่อง พร้อมให้ความรู้สึกสบายมือขณะถือใช้งาน นอกจากนี้ตัวเครื่องยังผ่านมาตรฐาน MIL-STD-810G ซึ่งเป็นการทดสอบของกองทัพสหรัฐอเมริกา ในด้านความทนทานต่อการตกกระแทก การป้องกันน้ำ และการใช้งานภายใต้อุณหภูมิต่างๆ

กล้องด้านหน้าของ LG V10 จะเป็นกล้องคู่ ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ทำให้สามารถถ่าย Selfie แบบปกติในมุมกว้าง 80 องศา และแบบ wide ได้มุมกว้างถึง 120 องศา เหมาะสำหรับการ Selfie เป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ นอกจากนี้ยังรองรับระบบ Multi-view ที่จะบันทึกภาพได้หลายมุมในเวลาเดียวกันจากทุกกล้อง
กล้องด้านหลังของ LG V10 มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันภาพสั่นไหว OIS 2.0 มีขนาดรูรับแสงกว้างสุด F/1.8 และมีฟีเจอร์ใหม่อย่างโหมดการอัดวิดีโอแบบ Manual ซึ่งสามารถปรับค่าได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ความเร็วชัตเตอร์, จำนวนภาพต่อวินาที (frame rate), ค่า ISO, สมดุลสีขาว และการโฟกัส โดยสามารถปรับค่าได้แม้ขณะบันทึกวิดีโออยู่ ซึ่งความละเอียดของวิดีโอนั้นมีให้เลือกด้วยกัน 3 แบบคือ HD 720p, FULL HD 1080p และ Ultra HD 4K รวมถึงสามารถเลือกอัดตราส่วนของภาพได้ 2 แบบ ได้แก่ 16:9 และ 21:9 นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกมากมาย อย่างเช่น Steady Record ที่ใช้เทคโนโลยี electronic image stabilization ในการกันภาพสั่นขณะทำการบันทึกวิดีโอ, Snap Video ที่ใช้ในการสร้างคลิปวิดีโอจากหลายคลิปสั้นๆ รวมกัน และ Audio Monitoring สำหรับการปรับค่าต่างๆ ของไมโครโฟนขณะทำการบันทึกวิดีโอ
นอกจากนี้ LG V10 ยังใช้ชิปเสียง Hi-Fi DAC คุณภาพสูงแบบ 32 บิต ที่ช่วยทำให้เสียงมีความใส ชัดเจนใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด และเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้ชิป QFE2550 Antenna Tuner ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรับสัญญาณได้ดีขึ้น เพื่อลดปัญหาสายหลุดระหว่างการโทรศัพท์ และยังมาพร้อมระบบสแกนนิ้วมือ โดยมีเซ็นเซอร์อยู่ใต้กล้องถ่ายภาพด้านหลังของตัวเครื่อง

จุดเด่นที่สำคัญของ LG V10 จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก หน้าจอแสดงผลที่สอง ซึ่งเป็นหน้าจอขนาดเล็กแบบ IPS Quantum Display อยู่ภายในหน้าจอแสดงผลหลัก มีความกว้าง 2.1 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ 160x1040 พิกเซล โดยหน้าจอที่สองนั้นจะทำงานแยกจากหน้าจอแสดงผลหลัก ซึ่งสามารถตั้งค่าให้หน้าจอแสดงผลที่สองทำงานตลอดเวลาได้โดยไม่ใช้แบตเตอรี่เพิ่มขึ้น โดยสามารถตั้งค่าได้ว่าจะให้หน้าจอที่สองแสดงผลอะไรบ้าง อย่างเช่น พยากรณ์อากาศ, เวลา ,วันที่ หรือระดับพลังงาน เมื่อทำการปิดหน้าจอหลัก
ในระหว่างที่ใช้งานหน้าจอแสดงผลหลักอยู่ หน้าจอแสดงผลที่สอง จะแสดงไอคอนทางลัดแอปพลิชันโปรด และหากกำลังชมวีดีโอ, เล่นเกมอยู่นั้น มีสายโทรเข้า หรือได้รับข้อความ หน้าจอแสดงผลที่สองจะทำหน้าที่แจ้งเตือนโดยไม่รบกวนจอแสดงผลหลักที่กำลังใช้งานอยู่

LG V10 จะผลิตออกมาทั้งหมด 5 สีด้วยกัน ได้แก่ สีดำ (Black Space), สีขาว (Luxe White), สีเบจ(Modern Beige), สีน้ำเงิน (Ocean Blue) และสีฟ้า (Opal Blue) ซึ่งคาดว่าจะวางจำหน่ายที่ประเทศเกาหลีใต้ภายในเดือนตุลาคมนี้ และตามด้วยประเทศสหรัฐอเมริกา, จีน, ประเทศแถบละตินอเมริกา และประเทศแถบตะวันออกกลางของเอเชีย สำหรับราคานั้นยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ คาดว่าในไม่ช้าทาง LG จะประกาศออกมาให้ทราบโดยทั่วกัน
ที่มา AndroidAuthority
วันที่ : 1/10/2558
