Apple Watch เข้าวิน! ครองส่วนแบ่ง SmartWatch ในตลาดโลกถึง 75% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2015

เว็บไซต์ Strategy Analytics มีรายงานว่า ตลาด Smartwatch ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตขึ้นสูงถึง 457 % โดยมีอัตราการจำหน่ายประมาณ 5 ล้านเรือนในไตรมาสที่ 2 ของปี 2015 และผู้ที่ครองส่วนแบ่งในตลาดเป็นอันดับหนึ่งก็คือ Apple ซึ่งถือครองส่วนแบ่งนี้มากถึง 75 %

ตลาด Smartwatch ทั่วโลกเติบโตในขั้นก้าวกระโดด หากเปรียบเทียบยอดขายแล้ว พบว่า ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2014 มียอดจำหน่ายเพียง 1 ล้านเรือน แต่ในไตรมาสเดียวกันของปีนี้ มียอดขายพุ่งสูงขึ้นถึง 5.3 ล้านเรือน ซึ่งยอดขายในไตรมาสนี้สูงกว่ายอดขายรวมในปี 2014 ทั้งปีเสียอีก และนับเป็นอัตราการเติบโตของตลาดที่สูงที่สุดในขณะนี้ด้วย

รายงานดังกล่าวได้ประมาณการยอดจำหน่าย Apple Watch อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านเรือนในไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็น 75 % ของส่วนแบ่งในตลาดทั่วโลก โดย Apple Watch วางจำหน่ายใน 16 ประเทศหลักทั่วโลก และเล็งเห็นถึงการเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ iPhone ให้หันมาสนใจ Apple Watch นี้ด้วย ทั้งในตลาดอเมริกา และตลาดอื่นๆ ส่งผลให้ Apple กลายเป็นผู้นำในตลาด Smartwatch ของโลก ณ ตอนนี้

ส่วน Smartwatch แบรนด์เกาหลีอย่าง Samsung มีการประมาณการยอดจำหน่ายอยู่ที่ 4 แสนเรือน รั้งอันดับสองด้วยการครองส่วนแบ่งในตลาดถึง 8 % หากนับรวมแล้ว Smartwatch จากทั้งสองแบรนด์อย่าง Apple และ Samsung กินพื้นที่ในตลาดไปถึง 8 ใน 10 ส่วนของตลาดทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม Samsung ยังคงตามหลัง Apple อยู่มากพอสมควร Samsung ต้องเปิดตัว Smartwatch ในโมเดลต่างๆ ให้มากขึ้น พร้อมกับพัฒนาแอปพลิเคชัน และส่งออกไปยังประเทศหลักๆ ทั่วโลกโดยเร็วที่สุด หากต้องการชิงตำแหน่งผู้นำในตลาดมาจาก Apple ให้ได้
ที่มา strategyanalytics.com
Apple Watch วางจำหน่ายแล้วในไทย โดยมีรุ่นย่อยรวมแล้วถึง 38 รุ่น ในราคาเริ่มต้นที่ 13,500 บาท ไปจนถึงครึ่งล้าน!

หลังจาก Apple ได้เปิดตัว Apple Watch ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และเริ่มวางจำหน่ายในหลายกลุ่มประเทศแล้ว เหล่าผู้ที่ชื่นชอบ Apple ต่างก็รอคอยว่าเมื่อไหร่จะนำมาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งตอนนี้ก็มีการยืนยันแล้วว่า Apple Watch จะเริ่มวางจำหน่ายในวันพรุ่งนี้ (17 กรกฎาคม 2558) ตั้งแต่เวลา 7.01 น. เป็นต้นไป โดยเปิดจำหน่ายผ่านทาง Apple Store Online ประเทศไทย และตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด 11 สาขา ใน กรุงเทพ-ปริมณฑล และ จ.เชียงใหม่ ดังต่อไปนี้
กรุงเทพ - ปริมณฑล
1. iStudio By SPVi สาขา Central พระราม 9
2. iStudio By SPVi สาขา Central แจ้งวัฒนะ
3. iStudio By Copperwired สาขา Siam Paragon (มี Watch Edition จำหน่าย)
4. iStudio By Copperwired สาขา Central Embassy
5. iStudio By Com7 สาขา Central พระราม 2
6. iStudio By Com7 สาขา EmQuartier (มี Watch Edition จำหน่าย)
7. iStudio By Com 7 สาขา Central ลาดพร้าว
8. iStudio By Com 7 สาขา Mega บางนา
9. iStudio By Com 7 สาขา The Mall บางกะปิ
10. iStudio By Uficon สาขา Fashion Island
เชียงใหม่
11. iStudio By Com 7 สาขา Central Festival เชียงใหม่
(อ้างอิงจาก - apple.com )

โดย Apple Watch ที่วางจำหน่ายบน Apple Store Online (ประเทศไทย) มีรุ่นย่อยรวมแล้วถึง 38 รุ่น 38 สไตล์ เลยทีเดียว ซึ่งราคาจำหน่ายจะเป็นดังนี้ (ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละรุ่นย่อยได้ที่เนื้อหาด้านล่าง)
Apple Watch Sport - มีทั้งหมด 10 รุ่น เป็นสาย Sport Band ทั้งหมด ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 13,500 - 15,500 บาท
Apple Watch - มีทั้งหมด 20 รุ่น สาย 3 ชนิดคือ Sport Band, สายหนัง และสายเหล็ก ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 20,500 - 41,500 บาท
Apple Watch Edition - มีทั้งหมด 8 รุ่น สาย 2 ชนิดคือ สายหนัง และสายเหล็ก ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 395,000 - 660,000 บาท
ที่มา : Apple Store Online Thailand
ผลวิจัยชี้ชัด ยอดสั่งซื้อ Apple Watch ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากความล่าช้าในการผลิต และความต้องการที่ลดลง
หลังจากที่ Apple Watch เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ก็ดูเหมือนว่านาฬิกาอัจฉริยะรุ่นเด็ดของแอปเปิ้ลนี้จะได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้ที่เฝ้ารอคอย แต่ล่าสุดสถาบัน Slice Intelligence ได้ทำการสำรวจ โดยทำการสุ่มตัวอย่างใบเสร็จ ประมาณ 14,000 รายการ ของการช้อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งทำให้สามารถประเมินได้ว่าในวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา Apple Watch สามารถทำยอดสั่งจองในสหรัฐอเมริกาไปได้ประมาณ 1.5 ล้านเรือน นับเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าการประเมินก่อนหน้านั้น ที่คาดว่าวันแรกน่าจะจำหน่ายได้ประมาณ 2.5 ล้านเรือน

ตั้งแต่วันที่เปิดการจองวันแรกเป็นต้นมา พบว่า Apple Watch มีความน่าสนใจลดลง โดยมีการเฉลี่ยว่า Apple Watch มียอดขายประมาณ 30,000 เรือนต่อวัน โดย Apple นั้น พยายามดันยอดขายเฉลี่ยของ Apple Watch ให้ได้มากกว่า 20,000 เรือนต่อวันในสหรัฐอเมริกา

ในขณะที่กราฟด้านบน แสดงถึงยอดสั่งซื้อ Apple Watch ในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันเปิดการจองภายในวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมียอดสั่งซื้อสูงมาก หลังจากนั้นค่อยๆ ลดลง และยอดสั่งซื้อกลับมาเพิ่มอีกครั้งในวันที่ 24 เมษายน เป็นเพราะเป็นวันแรกที่ Apple ทำการขาย Apple Watch จริงแบบไม่ต้องสั่งจอง และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ยอดขายของ Apple Watch ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด
รายงายการวิจัยของ สถาบัน Slice Intelligence นั้นสอดคล้องกับ สถาบัน KGI Securities ที่ได้มีการประเมินว่า ยอดจำหน่ายรวมภายในปี 2015 ของ Apple Watch จะลดลง และสถาบัน KGI Securities ก่อนหน้านั้นได้คาดการณ์ยอดจำหน่ายของ Apple Watch จะทำยอดขายได้ประมาณ 20-30 ล้านเรือน จนกระทั่งได้มีการปรับการคาดการณ์ใหม่ ว่า Apple Watch จะทำยอดขายรวมได้เพียง 15 ล้านเรือนภายในปี 2015 เป็นเพราะมีความล่าช้าในการผลิต และความต้องการของผู้บริโภคที่ลดลง ส่วนยอดขายของ Apple Watch อย่างเป็นทางการนั้น ยังไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใด
ที่มา - คลิกที่นี่
Apple Watch ราคาในประเทศไทย พร้อมสเปค ข้อมูลอัปเดตล่าสุด รีวิว และวันวางจำหน่าย
แม้ว่าขณะนี้ Apple Watch จะยังไม่มีจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการโดยแอปเปิ้ล (Apple) แต่ก็มี Apple Watch เครื่องนอก หรือ เครื่องหิ้ว เริ่มเข้ามาจัดจำหน่ายกันบ้างแล้วไม่น้อย โดยเฉพาะบรรดาร้านสินค้าไอทีชื่อดังหลายๆ ร้าน ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาหลักหมื่น ไปจนถึงรุ่นสุดหรูในราคาหลักแสน ซึ่งวันนี้เราจะมาอัปเดตราคาโดยประมาณของ Apple Watch เครื่องนอกให้ทุกท่านได้ทราบกัน ส่วนราคาแต่ละรุ่นย่อยจะเท่าไรกันบ้างนั้น ติดตามกันได้เลยครับ
Apple Watch Sport ขนาด 38 มม. ตัวเรือนอะลูมิเนียม สาย Sport Band

- สีฟ้าและสีเขียว ราคาประมาณ 19,500 บาท
- สีขาว ราคาประมาณ 20,000 บาท
- สีชมพู ราคาประมาณ 21,500 บาท
- สีดำ ราคาประมาณ 22,500 บาท
Apple Watch Sport ขนาด 42 มม. ตัวเรือนอะลูมิเนียม สาย Sport Band

- สีขาว ราคาประมาณ 25,000 บาท
- สีฟ้า ราคาประมาณ 25,500 บาท
- สีเขียวและสีชมพู ราคาประมาณ 26,500 บาท
- สีดำ ราคาประมาณ 32,000 บาท
Apple Watch ขนาด 38 มม. ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สาย Sport Band

- สีขาวและสีดำ ราคาประมาณ 26,500 บาท
Apple Watch ขนาด 42 มม. ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สาย Sport Band

- สีขาว ราคาประมาณ 31,000 บาท
- สีดำ ราคาประมาณ 40,500 บาท
Apple Watch ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สาย Classic Buckle สีดำ

- ขนาด 38 มม. ราคาประมาณ 27,500 บาท
- ขนาด 42 มม. ราคาประมาณ 41,500 บาท
Apple Watch ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สาย Milanese Loop

- ขนาด 38 มม. ราคาประมาณ 30,500 บาท
- ขนาด 42 มม. ราคาประมาณ 48,500 บาท
Apple Watch Edition ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต สี Yellow Gold สาย Sport Band สีดำ

- ขนาด 42 มม. ราคาประมาณ 520,000 บาท
Apple Watch Edition ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต สี Rose Gold สาย Sport Band สีขาว

- ขนาด 42 มม. ราคาประมาณ 520,000 บาท
Apple Watch Edition ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต สี Yellow Gold สาย Classic Buckle สีดำ

- ขนาด 42 มม. ราคาประมาณ 590,000 บาท
Apple Watch Edition ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต สี Yellow Gold สาย Classic Buckle สีมิดไนท์บลู

- ขนาด 42 มม. ราคาประมาณ 590,000 บาท
ผู้ใช้เผย Apple Watch ตัวเรือน Stainless Steel เกิดรอยได้ง่าย แต่สามารถลบรอยได้ในเวลาไม่กี่นาที!

ทำเอาผู้ใช้ Apple Watch ที่ซื้อตัวเรือนแบบ Stainless Steel ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ $549 หรือประมาณ 18,200 บาท ถึงกับออกอาการเซ็งกันเลยทีเดียว เมื่อมีรายงานว่า Apple Watch ตัวเรือน Stainless Steel เกิดรอยรอบตัวเครื่องได้ง่าย และเห็นได้อย่างชัดเจน
แต่ในข่าวร้าย ก็ยังมีข่าวดีแฝงอยู่เช่นกัน เมื่อรอยที่เกิดขึ้น สามารถขัดออกได้ง่ายๆ ด้วยครีมเอนกประสงค์ต่างๆ โดยในคลิปวีดีโอนั้น ผู้ทำการทดสอบใช้ครีม Mag & Aluminum Polish และขัดออกด้วยผ้าสะอาดๆ เพียงแค่นี้ รอยที่เกิดขึ้นบนรอบๆ ตัวเรือน Apple Watch ก็หายไป เหมือนได้เครื่องใหม่กันเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ยังได้มีการทดสอบความแข็งแรง และความอึดของ Apple Watch ด้วยเช่นกัน ซึ่งได้แก่ การทดสอบความแข็งแรงของกระจกหน้าจอแบบ Sapphire Crystal, นำไปแช่น้ำนาน 30 นาที และสุดท้าย ทดสอบความถูกต้องและแม่นยำของ ระบบตรวจวัดการเต้นของหัวใจ และตรวจวัดจำนวนก้าวเดิน ซึ่งพบว่า ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำอีกด้วย ชมการทดสอบได้ที่คลิปวีดีโอท้ายข่าว - iphonelife.com
ราคา Apple Watch เริ่มต้นที่ 11,900 บาท เริ่มวางจำหน่าย 24 เมษายนนี้

ล่าสุดทาง Apple นั้นก็ได้มีการเปิดเผยราคา Apple Watch ออกมาเรียบร้อยแล้ว รวมถึง กำหนดการวางจำหน่ายในกลุ่มประเทศแรก และอย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วว่า Apple Watch นั้นจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น รุ่นละ 2 ขนาด นั่นก็คือรุ่น 38 มิลลิเมตร และ 42 มิลลิเมตร เราลองมาดูกันครับว่า แต่ละรุ่นจะมีราคาอยู่ที่เท่าไหร่บ้าง
ราคา Apple Watch รุ่น Apple Watch Sport
- รุ่น 38 มิลลิเมตร ราคา $349 หรือประมาณ 11,900 บาท
- รุ่น 42 มิลลิเมตร ราคา $399 หรือประมาณ 12,900 บาท
ราคา Apple Watch รุ่น Apple Watch
- รุ่น 38 มิลลิเมตร ราคา $549 - $1,049 หรือประมาณ 17,900 - 33,900 บาท
- รุ่น 42 มิลลิเมตร ราคา $599 - $1,099 หรือประมาณ 18,900 - 35,900 บาท
สำหรับรุ่น Apple Watch ราคาที่แตกต่างกันจะขึ้นอยู่กับประเภทของสายที่เลือก
ราคา Apple Watch รุ่น Apple Watch Edition
- ราคาเริ่มต้นที่ $10,000 หรือประมาณ 330,000 บาท
สำหรับ Apple Watch Edition นั้นจะเป็นรุ่นที่มีจำนวนจำกัด และ จะมีวางจำหน่ายเพียงบางที่เท่านั้น และต้องสั่งจองล่วงหน้า ราคาจะสูงขึ้นเมื่อเลือกสายที่แตกต่างกันออกไป
วันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ของ Apple Watch
อย่างไรก็ดี สำหรับ Apple Watch นั้นยังไม่มีวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการออกมาในตอนนี้ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในกลุ่มประเทศแรกอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 เมษายนนี้ อย่างไรก็ดี คาดว่าจะทะยอยวางจำหน่ายในประเทศอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถ้าหากมีวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยออกมาแล้ว ทีมงานจะรีบอัพเดตให้ได้ทราบกันอย่างแน่นอนครับ

นอกเหนือจากสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus แล้วนั้น ทาง Apple ยังได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่าง Apple Watch ภายในงานเปิดตัวในครั้งนี้ด้วย ซึ่ง Apple Watch นั้นถือว่าเป็น Smartwatch ที่ทาง Apple นั้นตั้งใจออกแบบทั้งในด้านดีไซน์ และ ซอฟต์แวร์อย่างเต็มที่ โดยในวันนี้ทีมงานเว็บไซต์ Thaimobilecenter ได้ทำการสรุปข้อมูลฟีเจอร์สำคัญๆ ของ Apple Watch มาให้ได้ชมกันว่า Smartwatch จาก Apple รุ่นนี้ จะน่าสนใจแค่ไหน ลองมาชมกันเลยครับ
Apple Watch มีสองขนาดให้เลือก

สำหรับ Apple Watch นั้นจะมีขนาดหน้าจอให้เลือก 2 รุ่น นั่นก็คือ รุ่นที่มีขนาดตัวเรือน 38 มิลลิเมตร และ ขนาดตัวเรือน 42 มิลลิเมตร โดยทั้งสองรุ่นนั้น จะมีฟีเจอร์ที่เหมือนกันทุกประการ จะแตกต่างกันเพียงแค่ขนาดเท่านั้น
Apple Watch กับวัสดุที่หลากหลาย ตามสไตล์คุณ

นอกจากนี้ วัสดุที่ใช้ทำ Apple Watch นั้นมีให้เลือกมากมายหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น สแตนเลส, อะลูมิเนียม, ทองคำ 18 กะรัต ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสวยงามแตกต่างกันออกไป ผู้ใช้สามารถเลือกวัสดุได้ตามใจชอบ
Apple Watch กับ สายหลายรูปแบบ และ หลากหลายวัสดุ

นอกเหนือจากตัวเรือน ที่มีวัสดุที่แตกต่างกันแล้ว คุณยังสามารถเลือกสาย ให้เหมาะกับสถานะการณ์ และ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา โดยรูปแบบของสายนั้นมีตั้งแต่แนว Sport ไปจนถึง หรูหรามีระดับเลยทีเดียว
Apple Watch กับ ปุ่มควบคุมใหม่ล่าสุด Digital Crown

สำหรับ Apple Watch นั้นถูกออกแบบมาให้คุณสามารถใช้งานได้ง่ายกว่าที่เคย Apple จึงได้ออกแบบการควบคุมโดยใช้ปุ่มที่เรียกว่า Digital Crown ที่มีลักษณะเป็นวงล้อ ที่คุณสามารถหมุนเพื่อควบคุมการใช้งานเช่น การซูมเข้าออก หรือการ Scroll ขึ้นลงเพื่ออ่านข้อความเป็นต้น ช่วยให้คุณควบคุมการใช้งานได้ง่ายกว่าที่เคย บนหน้าจอที่มีขนาดจำกัด
Apple Watch กับ ระบบ Force Touch

หน้าจอของ Apple Watch ไม่ได้เป็นเพียงแค่หน้าจอสัมผัสธรรมดาเท่านั้น แต่ยังสามารถตรวจจับความแรงในการกดลงไปบนหน้าจอได้อีกด้วย โดยระบบจะตอบสนองการใช้งานแตกต่างกันออกไป ตามน้ำหนักของนิ้วที่คุณกดลง
Apple Watch มาพร้อมกับระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจ

สำหรับ Apple Watch นั้นจะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์สำหรับตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้กับแอพพลิเคชั่นเพื่อสุขภาพได้ทันที นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์สำหรับตรวจวัดการเคลื่อนไหวของผู้ใช้อีกด้วย
Apple Watch กับรูปแบบการชาร์จ ที่พัฒนามาจาก MagSafe

ให้การชาร์จไฟ Apple Watch เป็นเรื่องง่าย เพียงแค่นำหัวชาร์จมาใกล้ๆ กับตัวเรือนด้านหลัง แม่เหล็กจะดูดเข้าไปเพื่อชาร์จไฟโดยอัตโนมัติ ซึ่งเทคโนโลยีการชาร์จแบบนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Magsafe บน Macbook นั่นเอง
Apple Watch กับ การบอกเวลาที่แม่นยำอย่างน่าทึ่ง

แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเป็น นาฬิกา ความแม่นยำของการบอกเวลาถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด Apple Watch นั้นสามารถตั้งเวลาให้ตรงกับเวลามาตรฐานโลกโดยอัตโนมัติ โดยจะมีความผิดพลาดไม่เกิน 50 มิลลิวินาที ของเวลามาตรฐานโลก ซึ่งถือว่าเป็นนาฬิกาที่มีความแม่นยำอยู่ในระดับที่สูงมากเลยทีเดียว
Apple Watch เปลี่ยนรูปแบบการดูเวลาได้กว่า สองล้านแบบ

คุณสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงเวลา บน Apple Watch ได้กว่า 2 ล้านแบบ ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่า คุณสามาถรเปลี่ยนรูปแบบการดูเวลาได้ทุกวันโดยไม่ซ้ำกันเลย คุณสามารถตกแต่งการดูเวลาให้เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณได้อย่างเหมาะสม
Apple Watch รองรับการใช้งาน ข้อความ โทรศัพท์ และ อีเมล

คุณสามารถใช้ Apple Watch เพื่อรับส่งอีเมล, ข้อความ ไปจนถึงการใช้งานเป็นโทรศัพท์ ซึ่งแน่นอนว่า คุณจะไม่พลาดทุกการติดต่อที่สำคัญอย่างแน่นอน เพราะ Apple Watch ยังมีระบบ Notification ที่สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ
ฟีเจอร์ Digital Touch ให้คุณสื่อสารได้สนุกกว่าที่เคยบน Apple Watch

ระบบ Digital Touch บน Apple Watch ช่วยให้คุณสามารถติดต่อสื่อสาร กับคนอื่นๆ ที่ใช้งาน Apple Watch ด้วยรูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวาดด้วยนิ้วเพื่อส่งข้อความเชิงสัญลักษณ์ ไปจนถึง ส่งอัตราการเต้นของหัวใจคุณไปยังเพื่อนของคุณเป็นต้น
ดูแผนที่ (Maps) เต็มรูปแบบ บน Apple Watch

คุณสามารถใช้งานแอพพลิเคชัน Maps เพื่อดูตำแหน่ง และแผนที่ ผ่าน Apple Watch ของคุณได้ทันที รวมถึงสามารถใช้งานระบบนำทางได้ด้วยเช่นเดียวกัน ช่วยให้คุณไปถึงจุดหมายได้ง่ายกว่าที่เคย
Apple Watch ผู้ช่วยด้านสุขภาพของคุณ

Apple Watch นั้นถูกออกแบบมาให้เก็บข้อมูล ทุกการเคลื่อนไหวของคุณ เพื่อสร้างฐานข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ และ จัดการรูปแบบการออกกำลังกายให้กับคุณอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังถูกนำไปประมวลผลร่วมกับอัตราการเต้นของหัวใจของคุณด้วย เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการนำมาใช้วางแผนสำหรับการออกกำลังกายของคุณ
Apple Watch มาพร้อมกับแอพพลิเคชัน มากมาย

Apple Watch นั้นมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Apple Watch OS ที่มีแอพพลิเคชันเริ่มต้นให้ใช้งานมากมาย อาทิ Twitter, Facebook การใช้งานเพื่อโทรเข้าออก, การส่งข้อความ, การดูรูปภาพ, แผนที่ และ อื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในอนาคต จะมีแอพพลิเคชันสำหรับ Apple Watch เข้ามาเพิ่มอีกมากมายเลยทีเดียว
Apple Watch จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับ iPhone

สำหรับ Apple Watch นั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับ iPhone จึงไม่สามารถใช้งานโดยไม่มี iPhone ได้ อย่างไรก็ดี Apple Watch นั้นสามารถรองรับได้ทั้ง iPhone 5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPhone 6 และ iPhone 6 Plus
Apple Watch มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น

สำหรับ Apple Watch นั้นจะมีให้เลือก 3 รุ่น นั่นก็คือ Apple Watch, Apple Watch Sport และ Apple Watch Edition ซึ่งจะแตกต่างกันในเรื่องของตัวเรือน ที่ใช้วัสดุแตกต่างกันออกไป โดยสำหรับ Apple Watch Sport จะใช้วัสดุที่แข็งแรงกว่า รุ่น Apple Watch เล็กน้อย ส่วนรุ่น Watch Edition จะใช้วัสดุเป็นทองคำ 18 กะรัต
Apple Watch กับราคา และ วันวางจำหน่าย

สำหรับราคาของ Apple Watch นั้นได้ถูกประกาศภายในงานเปิดตัว โดยจะเริ่มต้นที่ $349 หรือประมาณ 11,500 บาท โดยจะเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2015 แต่ยังไม่ได้มีการประกาศวันที่อย่างชัดเจนออกมาในตอนนี้ ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติม ทีมงานจะรีบนำมาอัพเดตให้ได้ทราบกันอย่างแน่นอนครับ
วันที่ : 25/07/2558

