
สวัสดีครับ เมื่อประมาณปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทางทีมงานไทยโมบายเซ็นเตอร์ได้รับโอกาสอันดีจาก OPPO Thai พาไปเยี่ยมชมโรงงานการผลิตถึงประเทศจีน โดยรุ่นที่เป็นไฮไลท์ของทริปนี้ก็คือ OPPO Finder นั่นเอง โดยเจ้า OPPO Finder ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่บางที่สุดรุ่นนึงเลยทีเดียว โดยเมื่อไปถึงอันดับแรกที่ติดตาต้องใจมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือ โรงงานผลิตของ OPPO ที่ดูใหญ่โตและสะอาดตามากๆ และในอนาคต OPPO มีแพลนที่จะขยายโรงงานใหญ่ขึ้นกว่านี้อีกด้วย เมื่อเดินทางไปถึงก็ได้เข้าประชุมพร้อมกับท่านผู้บริหารจากทาง OPPO โดยมีการอธิบายเกี่ยวกับแนวทางและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทาง OPPO จะผลิตออกมาในอนาคตอันใกล้ แต่ผลผลิตที่ทาง OPPO ภาคภูมิใจเป็นอย่างมากในตอนนี้นั่นก็คือ OPPO Find 3 สมาร์ทโฟนรุ่นเด็ดที่จัดจำหน่ายอยู่ในบ้านเราตอนนี้ โดย OPPO Find 3 ทำให้ OPPO เข้าสู้ตลาดสมาร์ทโฟนอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ OPPO ยังให้เหตุผลอีกว่า ที่ทาง OPPO มั่นใจ เพราะว่าทาง OPPO มีทีมงาน Product ของตนเองมากถึง 10 ทีม โดยทีมงานดังกล่าวจะถูกส่งกระจัดกระจายไปตามโรงงานของ OPPO เอง ไม่ว่าจะเป็นที่ เมือง ดงกวน, เซินเจิ้น, อเมริกา และรวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีคนไทยอยู่ในทีมงานของ OPPO ด้วย

สำหรับ OPPO นั้นเป็นแบรนด์ชั้นนำของประเทศจีน แต่บ้านเราเข้าใจว่าเป็นแบรนด์จากประเทศเกาหลี อาจจะเป็นเพราะว่าทาง OPPO ใช้ 2PM เป็นพรีเซ็นเตอร์ โดยทาง OPPO ไม่อยากให้เข้าใจผิด แต่อยากให้ทุกคนรู้จักว่า OPPO เป็นแบรนด์สินค้าที่มีคุณภาพ และการแก้ภาพลักษณ์ที่คนส่วนใหญ่มอง OPPO เป็นแบรนด์จากเกาหลี คือ OPPO ได้สร้างภาพยนตร์โฆษณาโดยใช้ ลีโอนาโด ดิคาปริโอ เป็นพระเอกโฆษณานั่นเอง และในประเทศไทยจะมีการเริ่มลดการโฆษณาจากดาราเกาหลีลงเรื่อยๆ คาดว่าภาพลักษณ์ของเกาหลีน่าจะหมดไปเร็วๆนี้ ถึงแม้จะมีแบรนด์อื่นชื่อดังมาขอให้ทาง OPPO ผลิตสินค้าให้ แต่ทาง OPPO ก็ได้บอกปัดไป เนื่องจากอยากที่จะมุ่งมั่นกันสินค้าของแบรนด์ OPPO เอง โดยทาง OPPO จดทะเบียนในปี 2001 และตั้งเป็นโรงงานเมื่อปี 2004 ซึ่ง OPPO มีโรงงานอยู่หลายแห่งด้วยกัน คือ ดงกวน, เซิ่นเจิ้น และเซี่ยงไฮ้ และจะไปตั้งที่อเมริกาด้วย รวมไปถึงคิดที่จะขยายตลาดไปต่างประเทศอื่นๆ อีกมากมายนอกจากประเทศไทยด้วย
โดยการประชุมทาง OPPO ได้กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการผลิตมือถือสักเครื่องหนึ่ง ทาง OPPO ต้องมีการวิจัยก่อน รวมถึงดูตลาดของแต่ละประเทศด้วย และมือถือแต่ละรุ่นที่ถูกผลิตออกมาต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอนก่อนที่จะถูกวางขาย หรือแม้จะถูกจัดจำหน่ายออกไป แล้ว OPPO ก็ยังดูแลด้วยบริการหลังการขายอยู่เสมอ เช่น ตัว Find 3 ก็จะมีเฟิร์มแวร์ออกมาอัพเดทให้อยู่เรื่อยๆนั่นเอง

นอกจากนี้ ที่ทาง OPPO เลือกที่จะมาทำตลาดในประเทศไทยก็เพราะว่า คนไทยมีรสนิยมความต้องการและการเลือกซื้อมือถือคร้ายกับคนจีน โดยทาง OPPO จึงได้นำรุ่น Find 3 มาทำตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย ซึ่งทาง OPPO ให้ความสำคัญมากๆ และทาง OPPO มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนทัศนคติที่คนทั่วไปมองแบรนด์จากประเทศจีนคือสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ให้มองเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง มีระดับ รวมถึงการบริการที่ยอดเยี่ยม โดยจะมีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ถูกในคนไทยมากที่สุดต่อไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ดี ทาง OPPO มีความตั้งใจที่จะก้าวไปข้างหน้า โดยจะพยายามให้ทุกคนเห็นว่าแม้จะเป็นบริษัทจากประเทศจีนก็มีมาตรฐานได้ โดยจะสร้างภาพลักษณ์ด้วยสินค้าที่มีคุณภาพ นอกจากจะมีความตั้งใจมองการณ์ไกลแล้ว ทาง OPPO ก็ยังมีนโยบายในการทำงานเป็นระบบอีกด้วย ซึ่งนโยบายการทำงานเป็นระบบทาง OPPO ใช้มาหลายปีแล้ว โดยเป้าหมายของทาง OPPO จะเป็นผู้ใช้ Lifestyle ทันสมัย โดยจะมีช่วงอายุประมาณวัยรุ่น และจะมีการออกแบบเน้นความสวยงามพร้อมทั้งใช้งานได้ง่าย และทาง OPPO หวังว่าจะได้การตอบรับเป็นอย่างดีเช่นกัน

นอกจากนี้ ทาง OPPO ยังได้พาเข้าชมพิพิธภัณฑ์ของ OPPO โดยจะมีสินค้าหลายๆ อย่างที่ทาง OPPO เคยจัดจำหน่าย รวมถึงสมาร์ทโฟนอย่าง Finder และ มือถือรุ่นใหม่ๆ ก็มีอยู่ในพิพิธภัณฑ์ เช่นกัน โดยทางทีมงานไทยโมบายเซ็นเตอร์ได้เก็บภาพพรีวิวสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่จะมาจัดจำหน่ายในเมืองไทยมาให้ชมกันด้วย ซึ่งจะมีรุ่นไหนกันบ้าง ไปชมพร้อมกันเลย
OPPO Finder
สำหรับ OPPO Finder ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความบางที่สุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว โดยมีความบางอยู่ที่ 6.65 มิลลิเมตร และมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว แบบ Super AMOLED Plus ความละเอียด 800x480 พิกเซล ซีพียู Qualcomm Dual-Core ความเร็วในการประมวลผล 1.5GHz พร้อมแรม 1GB และหน่วยความจำภายใน 16GB ไม่สามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ได้ โดยเจ้า OPPO Finder ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจเช่น ใช้นวัตกรรมการผลิตล่าสุดโดยมีการรวมลำโพงและเสาอากาศเป็นชิ้นเดียวกันเพื่อความบางของตัวเครื่อง และฝาหลังยังเป็นอลูมิเนียมเพื่อช่วยในการระบายความร้อนนั่นเอง

กล้องหลังมาพร้อมกับความละเอียด 8 ล้านพิกเซลบวกกับ ไฟแฟลชในตัว (Dual LED Flash) และ ระบบเลือกจุดโฟกัสภาพด้วยการสัมผัส (Touch Focus) ซึ่งสามารถ่ายภาพวิดีโอ (Full HD : 1080p : 1920x1080 Pixels) ได้ และกล้องหน้าความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล ซึ่งสามารถถ่ายภาพวิดีโอ (HD : 720p) ได้ พร้อมด้วยระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 4.0 (ICS : Ice Cream Sanwich) และแบตเตอรี่ 1500 mAh

นอกจากนี้ ตัวเครื่องด้านข้างยังมีการใช้โลหะเป็นส่วนประกอบเพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน และมีปุ่ม เพิ่ม/ลด เสียง โดยอีกฝั่งจะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด และตัวรับสัญญาณการชาร์ตแบตเตอรี่ผ่าน Wireless อีกด้วย โดยเจ้า OPPO Finder นั้นมีความบางอยู่ที่ 6.65 มิลลิเมตร คือบางมาก จึงทำให้ไม่มีช่องสำหรับเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร ทาง OPPO จึงใช้วิธีการต่อผ่าน microUSB แทน นอกจากนี้ OPPO Finder ยังมาพร้อมกับโปรแกรมที่เรียกว่า Visitor Mode สำหรับในกรณีที่เครื่องสูญหาย ด้วยโปรแกรมตัวนี้จะสามารถทำให้เราติดตามหาเครื่องได้ และยังสามารถสั่งลบข้อมูลทั้งหมดบนเครื่องได้ ในกรณีที่มีความลับอยู่ในเครื่องนั่นเอง และยังมีโปรแกรมที่เรียกว่า Private Zone สำหรับซ่อนข้อมูลหรือรูปที่เราไม่ต้องการให้คนอื่นที่ยืมเครื่องไปใช้เห็นได้ นอกจากนี้เจ้า OPPO Finder ยังจะมาพร้อมกับอุปกรณ์ที่น่าสนใจเช่น Case ที่ฝังแบตเตอรี่มาให้อีก 1,000 mAh
OPPO Find Gemini
มาต่อกันที่ OPPO Find Gemini สมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นจาก OPPO โดยเจ้า OPPO Find Gemini เป็นมือถือ 2 ซิม ที่มีสเปคเครื่องน่าสนใจมากๆ โดยมีขนาดหน้าจอ 4 นิ้ว แบบ IPS ความละเอียด 800x480 พิกเซล โดยตัวเครื่องมีสีขาวมุก และขอบตัวเครื่องเป็นโครเมี่ยม ซึ่งทาง OPPO ให้การยืนยันว่าไม่ลอกอย่างแน่นอน

OPPO Find Gemini มาพร้อมกับกล้องด้านหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมลูกเล่น Lomo Mode และ Rewind Mode เหมือนกับรุ่น Find 3 และกล้องหน้าขนาด 2 ล้านพิกเซล พร้อมกับ Skin Beauty Mode ทำให้ภาพที่ได้ออกมาดูขาวและสวยขึ้น จะช่วยให้การถ่ายรูปของคุณสาวๆ เพลิดเพลินอย่างแน่นอน โดยเจ้า OPPO Find Gemini พกพาแบตเตอรี่มาเต็มเปี่ยมถึง 1,710 mAh เลยทีเดียว

ส่วนของด้านข้างออกแบบมาได้สวยงามพอสมควร โดยปุ่มที่เห็นจะเป็นปุ่ม เพิ่ม/ลด เสียง และอีกฝั่งจะมีเพียงปุ่ม เปิด/ปิด เครื่อง ในส่วนสเปคเครื่องของ OPPO Find Gemini ยังไม่เปิดเผยออกมาในขณะนี้
OPPO Find Guitar
มาถึงรุ่นน้องสุดกันแล้ว โดยรุ่นนี้มีชื่อว่า OPPO Find Guitar โดยจุดเด่นของ OPPO Find Guitar คือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่มีราคาไม่ถึง 10,000 บาท ใช้งานได้ 2 ซิม แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถ และออกแบบมาได้น่ารักสวยงามไม่แพ้รุ่นอื่น โดย OPPO Find Guitar มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว แบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen ความละเอียด 480x320 พิกเซล พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะแบบ PowerVR SGX 531 และใช้ซีพียูแบบ Single-Core ความเร็วในการประมวลผล 1GHz พร้อมแรม 512MB และหน่วยความจำภายในขนาด 4GB และเพิ่มได้สูงสุดที่ 32GB ด้วย microSD Card

OPPO Find Guitar ยังมาพร้อมกับกล้องด้านหลังขนาด 5 ล้านพิกเซล และไฟแฟลชในตัว (LED Flash) พร้อมรองรับ ระบบเลือกจุดโฟกัสภาพด้วยการสัมผัส (Touch Focus) และมีโหมดถ่ายภาพแบบ LOMO และ Funny ด้วย ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดระดับ VGA เท่านั้น แต่ที่สำคัญ OPPO Find Guitar ยังมาพร้อมระบบเสียงแบบ Dolby Mobile และ Dirac HD Sound ซึ่งเป็นจุดเด่นของ OPPO Find Guitar นั่นเอง และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 2.3.6 (Gingerbread) โดยเจ้า OPPO Find Guitar สนนราคาอยู่ที่ 6,990 บาทเท่านั้น
ประมวลภาพ TMC พาชมโรงงานการผลิตของ OPPO
หลังจากประชุมเสร็จช่วงบ่ายเตรียมตัวชมโรงงาน
ก่อนเข้าพื้นที่ภายในต้องสวมถุงคลุมรองเท้าเพื่อความสะอาด

เมื่อสวมถุงคลุมรองเท้าแล้วก็ขึ้นไปชมส่วนต่างๆของโรงงาน OPPO ได้ ตรงนี้ทำให้รู้สึกถึงความใส่ใจในเรื่องของความสะอาดมากๆ

เป็นตู้สำหรับทดสอบเครื่องเกี่ยวกับการรับสัญญาณต่างๆ
ตู้ทดสอบความชื้น

ห้องทดสอบกล้อง

ห้องทดสอบแบตเตอรี่

ดูกันชัดๆ สำหรับการทดสอบแบตเตอรี่

มีการเอาแผงวงจรมาทดสอบความร้อนจนไหม้เลยทีเดียว
ห้องทดสอบเครื่อง

การทดสอบเครื่องตกด้วยตู้หมุนทำให้เครื่องตกแบบอิสระ โดยกำหนดการทดสอบให้ตก 150 ครั้ง/เครื่อง

นี่ก็คือเครื่องทดสอบการตกกระแทก โดยจะต่างกับเครื่องก่อนหน้านิดหน่อย คือ เครื่องนี้จะนำมือถือลอยสูงขึ้นไป แล้วพาเหวี่ยงกลับลงมาด้วยความเร็วเหมือนปาเครื่องลงพื้นเลยทีเดียว
เครื่องทดสอบการตกกระแทกหรือบิดเครื่อง ของมือถือรุ่นต่างๆ
เครื่องทดสอบการบิดตัวเครื่องมือถือ
เครื่องทดสอบการกดทับเครื่องมือถือ
เครื่องยกแล้วปล่อยเครื่องลงมากระแทก พร้อมกับกระแทกเข้ามาทั้ง 4 มุม แล้วยกขึ้นไปใหม่ทำซ้ำๆ

โดยเครื่องทดสอบทั้งหมดจะถูกตั้งค่าไว้ที่ 15,000 ครั้ง
คลิปวิดีโอการทดสอบเครื่อง
สรุป
เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับการพาชมโรงงาน OPPO ถึงเมืองจีน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย และคงจะช่วยให้ท่านผู้อ่านเชื่อมั่นใน OPPO มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะหันมาลุยตลาดสมาร์ทโฟนอย่างจริงจังแล้ว OPPO ยังมีโรงงานผลิตที่ได้คุณภาพอีกด้วย รวมถึงบริการหลังการขายที่เข้าถึงผู้ใช้อย่างเข้าใจ และจากการที่ได้รับโอกาสเข้าไปชมโรงงานของ OPPO ทำให้รู้สึกได้เลยว่าในอนาคตสมาร์ทโฟนจาก OPPO จะต้องเป็นเป้าหมายแรกของใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน และในส่วนของขั้นตอนการผลิต ทาง OPPO ไม่ให้ทำการเก็บภาพใดๆ เนื่องจากหลายๆ อย่างยังคงเป็นความลับไม่สามารถเปิดเผยได้ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ OPPO THAI ที่มอบโอกาสอันดี พาทีมงานเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์ ไปเยี่ยมชมโรงงานการผลิตถึงที่ประเทศจีน มาไว้ ณ ที่นี้ และขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกๆท่านด้วยเช่นกัน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ
วันที่ : 15/6/55
|