ในช่วงนี้ก็มีมหกรรมมือถือครั้งใหญ่ประจำปลายปี อย่างงาน Thailand Mobile Expo 2011 Showcase ซึ่งแน่นอนว่าบรรดา สมาร์ทโฟน รุ่นเด็ดๆ จากแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ก็ยกขบวนพากันมาออกงานอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา หนึ่งในนั้นก็เป็นกลุ่ม สมาร์ทโฟน จากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง โนเกีย ซึ่งนอกจากรุ่นไฮไลท์ที่ทุกคนจับตามองจะเป็น สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ Meego OS อย่าง Nokia N9 แล้ว ก็ยังมีกลุ่มของ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle OS ซึ่งน่าจับตามองไม่น้อยเช่นกัน โดย สมาร์ทโฟน รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Symbian Belle นั้นมีอยู่ทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ Nokia 701, Nokia 700 และ Nokia 600 ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีคุณสมบัติ มีจุดเด่น หรือมีรูปลักษณ์ของตัวเองที่แตกต่างกันออกไป และแน่นอนว่าแต่ละรุ่นก็จะมีราคาจำหน่ายที่แตกต่างกัน บางรุ่นอาจจะราคาสูงแต่ก็สามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีเป็นพิเศษ ส่วนรุ่นที่ราคารองๆ ลงมาก็ถือว่าใช้งานได้ดีในระดับหนึ่ง และช่วยประหยัดงบประมาณได้มากกว่า เรียกว่าน่าสนใจไปคนละแบบ โดยในวันนี้เราก็จะนำความสามารถแต่ละอย่างของ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle แต่ละรุ่นมาเจาะลึกให้ทุกท่านได้ทราบกัน พร้อมกับเปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆ ว่าคุณสมบัติแต่ละอย่างนั้นสามารถตอบสนองกับการใช้งานของท่านได้มากน้อยกว่ากันอย่างไร

วิดีโอพรีวิว (Video Preview) Nokia 701, Nokia 700, Nokia 600
ระบบเครือข่ายที่รองรับ
ประเด็นแรกที่จะพูดถึงก็คือ ระบบเครือข่ายที่รองรับ ซึ่งระยะหลังๆ บรรดาผู้ใช้นั้นให้ความสำคัญกับจุดนี้มากๆ เนื่องจากในบ้านเราขณะนี้ ระบบเครือข่าย 3G เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ผู้ให้บริการทุกค่ายต่างก็นำเสนอแพ็กเกจออกมาให้เลือกใช้กันมากมาย ซึ่งทั้ง Nokia 701, Nokia 700 และ Nokia 600 นั้นต่างก็สามารถรองรับการใช้งานได้ครบถ้วนเท่าเทียมกัน เรียกได้ว่ารองรับทุกคลื่นความถี่ที่มีอยู่เลยทีเดียว เพราะในฝั่งของ 3G หรือ WCDMA/HSDPA นั้นสามารถรองรับได้ถึง 5 คลื่นความถี่เลยทีเดียว ทั้ง 850/900/1700/1900/2100 MHz นั่นก็หมายความว่าหากเป็นผู้ใช้ระบบ 3G ของ AIS ก็จะใช้งานได้ทันทีเนื่องจากเป็นความถี่ 900 MHz และหากเป็นผู้ใช้ระบบ 3G ของ Truemove หรือ DTAC ก็จะใช้งานได้ทันทีเช่นกันเนื่องจากเป็นความถี่ 850 MHz นั่นเอง และในเรื่องของความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลนั้นก็เท่ากันทุกรุ่น คือมีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดที่ 14.4 Mbps และมีความเร็วในการอัพโหลดสูงสุดที่ 5.76 Mbps ส่วนทางด้านของระบบ GSM นั้น ก็รองรับได้ทั้งหมด 4 คลื่นความถี่ ทั้ง 850/900/1800/1900 MHz และรองรับระบบ EDGE/GPRS ได้ถึงระดับ Class 33 สรุปแล้ว ไม่ว่าจะเลือกรุ่นไหน ก็สามารถรองรับการใช้งานกับทุกระบบเครือข่ายได้ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่แตกต่างกันแต่อย่างใด
การออกแบบดีไซน์ ขนาด และน้ำหนัก
การออกแบบดีไซน์ หรือรูปลักษณ์ภายนอกของ สมาร์ทโฟน ทั้ง 3 รุ่นนี้นั้น มีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน เริ่มที่รุ่นแรกคือ Nokia 701 นั้นจะมีการออกแบบดีไซน์ออกไปในแนวเรียบหรูดูดี ดูเป็นงานเป็นการ มีวัสดุดีที่สุดในกลุ่มเช่นส่วนของบอดี้ตัวเครื่องเองก็มีโลหะเป็นองค์ประกอบ ออกแนวมือถือสำหรับนักธุรกิจ ด้วยรูปลักษณ์ที่คล้ายกับ สมาร์ทโฟน รุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Nokia C7 นั่นเอง แต่ด้วยองค์ประกอบที่ว่าก็ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักตัวที่มากที่สุดในกลุ่ม ซึ่งจะอยู่ที่ 131 กรัม รุ่นต่อมาก็คือ Nokia 700 ซึ่งรุ่นนี้แม้จะมีวัสดุเป็นพลาสติก แต่ก็เด่นที่สุดในกลุ่มในเรื่องของความบางเฉียบ เพราะบางเฉียบเพียงแค่ 9.7 มิลลิเมตรเท่านั้น ประกอบกับขนาดที่ความเล็กกะทัดรัด และน้ำหนักที่เบาที่สุดในกลุ่ม คือหนักเพียง 96 กรัม ดังนั้นหากถามว่ารุ่นไหนเหมาะแก่การพกพามากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น Nokia 700 รุ่นนี้นั่นเอง ส่วนรุ่นสุดท้ายอย่าง Nokia 600 ซึ่งแม้จะเป็นรุ่นที่ไม่ได้มีรูปลักษณ์ที่บางเฉียบ หรือมีวัสดุที่ดีเยี่ยม อย่างสองรุ่นแรก แต่ชิ้นงานก็ถือว่ามีความแข็งแรงแน่นหนาเป็นอย่างดี แม้วัสดุทั้งหมดจะเป็นพลาสติกก็ตาม และยังมีการออกแบบที่สวยทันสมัยพอตัวเลยทีเดียว แต่ในเรื่องของความหนา ก็นับว่าหนาที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากมีความหนาอยู่ที่ 13 มิลลิเมตร ส่วนน้ำหนักตัวนั้นก็จะอยู่ที่ 100 กรัมพอดิบพอดี
หน่วยประมวลผลกลาง
หากพูดถึงหน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียูก็นับว่าทั้ง 3 รุ่นนี้ เป็น สมาร์ทโฟน กลุ่มแรกของ โนเกีย ที่เลือกใช้ ซีพียู ความเร็วระดับ 1 GHz หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สมาร์ทโฟน ของ โนเกีย จะมีความเร็วของ ซีพียู ที่ค่อนข้างน้อย จึงตอบสนองต่อการใช้งานได้ไม่ราบรื่นเท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งในคราวนี้ ทั้ง Nokia 701, Nokia 700 และ Nokia 600 ก็ได้ใส่ซีพียูความเร็ว 1 GHz มาให้เท่าเทียมกันทั้ง 3 รุ่น เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเลือกรุ่นไหนก็มั่นใจได้ว่าจะมีพลังในการประมวลผลที่รวดเร็วไม่แพ้กันอย่างแน่นอน ซึ่งนอกจากจะมีความเร็วในการประมวลผลที่ระดับ 1 GHz แล้ว ในด้านของการประมวลผลด้านกราฟฟิคก็หายห่วงเช่นกัน ด้วยหน่วยประมวลผลด้านกราฟฟิคโดยเฉพาะ ที่รองรับทั้งการแสดงผล 2 มิติ และ 3 มิติ ซึ่งสนับสนุนเทคโนโลยีอย่าง OpenVG เวอร์ชัน 1.1 และ OpenGL ES เวอร์ชัน 2.0 โดยจะเห็นตัวอย่างของความลื่นไหลของการแสดงผลได้จากคลิปวิดีโอที่เราพรีวิวให้ชมกันข้างต้นนั่นเอง
จอแสดงผล
แม้ว่าคุณสมบัติหลายๆ อย่างของ สมาร์ทโฟน ทั้ง 3 รุ่นนี้จะอยู่ในระดับเดียวกัน แต่ในด้านคุณสมบัติของจอแสดงผลของ สมาร์ทโฟน ทั้ง 3 รุ่นนี้ถือว่าแตกต่างกันอย่างชัดเจน เรื่องที่ชัดเจนนั้นไม่ใช่เรื่องของความละเอียดของหน้าจอ เพราะทั้ง 3 รุ่นนั้นมีความละเอียดที่เท่ากันที่ระดับ nHD หรือ 360x640 พิกเซล แต่เป็นเรื่องของชนิดของหน้าจอ ในด้านของ Nokia 701 นั้นจะใช้เทคโนโลยีหน้าจอแบบ LED-Backlit IPS ซึ่งมีประสิทธิภาพในการแสดงผลดีที่สุดในกลุ่ม ส่วน Nokia 700 นั้นจะใช้เทคโนโลยีหน้าจอแบบ AMOLED ซึ่งจะมีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันที่สดใส และสำหรับรุ่นเล็กอย่าง Nokia 600 จะใช้เทคโนโลยีหน้าจอแบบเก่านั่นคือ TFT ซึ่งมีประสิทธิภาพในการแสดงผลที่ดีในระดับหนึ่ง ส่วนขนาดของหน้าจอนั้น Nokia 701 จะมีขนาดใหญ่ที่สุดคือ 3.5 นิ้ว ส่วนอีก 2 รุ่นจะมีขนาดเล็กลงมาคือ 3.2 นิ้ว และนอกเหนือไปจากนั้น ใน 2 รุ่นใหญ่อย่าง Nokia 701 และ Nokia 700 จะใช้กระจกหน้าจอแบบ Gorilla Glass ซึ่งมีคุณสมบัติในการทนทานต่อการขีดข่วน หรือแรงกระแทกอีกด้วย
หน่วยความจำภายใน
ในเรื่องขนาดของหน่วยความจำสำหรับเก็บบันทึกข้อมูล สำหรับ สมาร์ทโฟน รุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ด้วยรูปแบบของสื่อ ไฟล์มัลติมีเดียที่ค่อนข้างหลากหลาย และมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ หากหน่วยความจำมีขนาดใหญ่ ก็น่าจะทำให้สามารถใช้งานได้อย่างไม่อึดอัด ซึ่ง Nokia 701 นั้นมาพร้อมกับหน่วยความจำสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มคือ 8 GB มีหน่วยความจำ RAM ขนาด 512 MB และมีหน่วยความจำ ROM ขนาด 1 GB เรียกได้ว่าทั้งหมดนี้ก็จะช่วยให้สามารถใช้งานได้แบบสบายๆ ส่วนอีก 2 รุ่นอย่าง Nokia 700 และ Nokia 600 นั้นจะมีหน่วยความจำสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลอยู่ที่ 2 GB เท่าๆ กัน ซึ่งก็เพียงพอต่อการใช้งานในระดับหนึ่ง แต่ก็อาจจะไม่เต็มที่มากนัก แต่อย่างไรก็ดี ทั้ง 3 รุ่นก็สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ได้สูงสุดอีกถึง 32 GB เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องห่วงว่าหน่วยความจำจะไม่เพียงพอต่อการใช้งานอีกต่อไป
เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ
นอกจากการรองรับระบบเครือข่าย 3G และ GSM ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบไร้สาย รวมถึงการเชื่อมต่อแบบใช้สาย ซึ่งในส่วนแรกคือ Wi-Fi (Wireless LAN) นั้น สำหรับ Nokia 701 จะมีคุณสมบัติที่ดีที่สุด คือรองรับเทคโนโลยี 802.11 b/g/n ซึ่งก็นั่นก็หมายความว่าจะสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 100 Mbps ส่วนอีก 2 รุ่นจะรองรับเทคโนโลยี 802.11 b/g ซึ่งสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดเพียง 54 Mbps แต่อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริง เพียงแค่ 54 Mbps ก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานในบ้านเราแล้ว ส่วนเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบอื่นๆ นั้นถือว่าใส่มาให้เหมือนๆ กัน ทั้ง บลูทูธ เวอร์ชัน 3.0 หรือช่องเชื่อมต่อสายสัญญาณแบบ microUSB
วิทยุเอฟเอ็ม
จะว่าไปแล้ว โทรศัพท์มือถือ รุ่นแรกๆ ในวงการมือถือที่มีวิทยุ FM Radio ในตัว ก็คือ โทรศัพท์มือถือ จาก แบรนด์ โนเกีย นั่นเอง ซึ่ง สมาร์ทโฟน ทั้ง 3 รุ่นนี้ก็ได้ใส่ความสามารถนี้มาให้เช่นเดียวกัน โดยเป็นวิทยุ FM ระบบ Stereo รวมถึงรองรับฟังก์ชัน RDS (Radio Data System) ทั้ง 3 รุ่น แต่สำหรับฟังก์ชันเด็ดอย่าง FM Transmitter นั้นจะมีอยู่เพียง 2 รุ่นก็คือรุ่นใหญ่อย่าง Nokia 701 และ รุ่นเล็กอย่าง Nokia 600 และจะว่าไปแล้ว สำหรับ Nokia 600 นั้นจะโดดเด่นกว่าอีก 2 รุ่นใหญ่ด้วยซ้ำ ตรงที่มีเสารับสัญญาณในตัว ทำให้แม้ว่าไม่ได้เสียบหูฟัง ก็สามารถเปิดฟังวิทยุได้ทันทีนั่นเอง ต่างกับรุ่นทั่วๆ ไปที่ต้องเสียบหูฟังก่อนเพื่อใช้เป็นตัวรับสัญญาณวิทยุ
กล้องดิจิตอล
อีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือคุณสมบัติของกล้องดิจิตอล ซึ่งแน่นอนว่าทั้ง 3 รุ่นนี้ได้ใส่มาให้ในตัวทุกรุ่น โดยกล้องดิจิตอลของ Nokia 701 นั้นจะมีความละเอียดสูงที่สุดในกลุ่ม คือมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และมีไฟแฟลชแบบ Dual-LED ในตัว ส่วนรุ่นรองลงมาอย่าง Nokia 700 และ Nokia 600 นั้นจะมีความละเอียดเท่ากันที่ 5 ล้านพิกเซล และมีไฟแฟลชแบบ Single-LED ทั้งคู่ ส่วนในเรื่องของการถ่ายวิดีโอนั้น ทั้ง 3 รุ่นมีความสามารถที่เท่าเทียมกัน คือสามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 720p หรือ 1280x720 พิกเซล ด้วยความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที และยังมีจุดที่เหมือนกันอีกอย่างก็คือ มีระบบโฟกัสภาพแบบ Fixed Focus ไม่ใช่แบบ Auto Focus ซึ่งทาง โนเกีย ก็ได้ให้ข้อมูลไว้ว่าระบบโฟกัสภาพแบบนี้นั้นก็มีข้อดีของตัวเอง แต่อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริง ดูเหมือนผู้ใช้ส่วนใหญ่จะชื่นชอบระบบโฟกัสภาพแบบอัตโนมัติ หรือ Auto Focus เสียมากกว่า ส่วนในเรื่องของเลนส์กล้องตัวที่สอง ที่อยู่ด้านหน้าของตัวเครื่องนั้น จะมีอยู่ใน Nokia 701 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น
ระบบแผนที่และการนำทาง
เป็นคุณสมบัติที่เป็นจุดขายของ สมาร์ทโฟน ค่าย โนเกีย ได้เลยทีเดียว สำหรับโปรแกรมแผนที่ Nokia Maps และระบบนำทาง เพราะนอกจากจะสามารถรองรับการรับสัญญาณดาวเทียมด้วยระบบ GPS และมีตัวช่วยอย่างฟังก์ชัน A-GPS แล้ว โปรแกรมแผนที่ Nokia Maps และระบบนำทาง ของ โนเกีย นั้นก็ถือว่ามีประสิทธิภาพสูง สามารถใช้งานได้จริง แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือสามารถใช้งานได้ฟรีตลอดชีพอีกด้วย โดยคุณสมบัติเหล่านี้นั้นได้ใส่ไว้ใน สมาร์ทโฟน ทั้ง 3 รุ่นนี้ ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เทคโนโลยีการสื่อสารระยะใกล้แบบ NFC
ความสามารถแรกๆ ที่ทาง โนเกีย ยกให้เป็นไฮไลท์ของ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ก็คือความสามารถในการรองรับเทคโนโลยีการสื่อสารระยะใกล้แบบ NFC หรือ Near Field Communication นั่นเอง ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้งานได้อย่างหลากหลายกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับเทคโนโลยี NFC เพียงแค่แตะตัวเครื่อง สมาร์ทโฟน กับอุปกรณ์อื่นๆ เท่านั้น เช่น การส่งไฟล์เสียงออกทางลำโพงภายนอกที่รองรับ NFC, การแชร์รูปภาพ, การปลดล็อกด่านใหม่ในเกม, การเช็คอินเพื่อบอกตำแหน่งกับป้าย NFC ในสถานที่ต่างๆ หรือในอนาคตอันใกล้นี้ ก็น่าจะสามารถรองรับการใช้งานแทนบัตรรถไฟฟ้าได้อีกด้วย ซึ่งทั้ง Nokia 701, Nokia 701 และ Nokia 600 ต่างก็สามารถเปิดใช้งานระบบ NFC ได้ทันที
สรุปส่งท้าย
ทั้งหมดที่เห็นไปข้างต้นก็คือความสามารถเด่นๆ แต่ละอย่างที่เป็นไฮไลท์ ซึ่งมีอยู่ใน สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle รุ่นล่าสุดจาก โนเกีย ทั้ง 3 รุ่น โดยทั้ง 3 รุ่นนี้ก็มีความสามารถครบถ้วนไม่แพ้กัน โดยเฉพาะความสามารถพื้นฐานต่างๆ รวมถึงประสิทธิภาพในเรื่องของการประมวลผลโดยรวมที่ไม่แตกต่างกัน เพียงแต่ในคุณสมบัติแต่ละด้านนั้น อาจจะมีความโดดเด่นแตกต่างกัน หรือลดหลั่นกันไป ส่วนในเรื่องราคานั้น แน่นอนว่าด้วยคุณสมบัติของ Nokia 701 ที่สูงที่สุดในกลุ่ม ก็ทำให้มีราคาสูงที่สุดในกลุ่มเช่นกัน คือ 11,300 บาท ส่วนรุ่นที่มีราคารองลงมาก็คือ Nokia 700 ซึ่งมีราคา 9,990 บาท และรุ่นเล็กสุดอย่าง Nokia 600 นั้นยังไม่แน่ชัดว่าจะมีราคาอยู่ที่เท่าไหร่ ซึ่งหากมีข้อมูลที่แน่นอนเมื่อไหร่ ก็แวะนำมาอัพเดทให้ทุกท่านได้ทราบกันอีกครั้งอย่างแน่นอน สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านบทความของเรา พบกันได้ใหม่ในโอกาสต่อไป หากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่องไปก็ขออภัยไว้ล่วงหน้า สวัสดีครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม : Nokia 600 ข้อมูลเพิ่มเติม : Nokia 700 ข้อมูลเพิ่มเติม : Nokia 701
----------------------------------------- นำเสนอบทความโดย : TMC Editor
วันที่ : 30/9/54
|