เมื่อช่วงค่ำของวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 มิถุนายน 2544) ทีมงานเว็บไซต์ Thaimobilecenter ของเรา รวมถึงเว็บบล็อกในเครืออย่าง Techmoblog ได้รับเชิญจากทาง โนเกีย ให้เข้าร่วมสัมผัสแรกกับ สมาร์ทโฟน รุ่นล่าสุดของค่ายอย่าง Nokia E6 ในกิจกรรม Nokia E6 Exclusive First Touch ณ Nokia Experience Studio ชั้น 3 สยามพารากอน ซึ่งภายในงานก็มีเหล่าบรรดาทีมงานจากเว็บไซต์มือถือต่างๆ ที่ส่วนใหญ่ก็คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี รวมถึงบรรดาบล็อกเกอร์คอไอทีทั้งหลาย โดยไฮไลท์ของงานนี้ก็คือการให้สื่อมวลชนได้ลองสัมผัสกับตัวเป็นๆ ของ Nokia E6 เป็นครั้งแรก ได้ทำความรู้จักกับความโดดเด่นของ สมาร์ทโฟน ตัวนี้ไปพร้อมๆ กัน ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของแต่ละคนหลังจากการสัมผัสตัวจริง และได้ใช้งาน Nokia E6 กันแบบเต็มที่ โดยมีทีมงานของ โนเกีย ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง
ความสามารถของ Nokia E6 นั้นก็เรียกได้ว่าพัฒนามาจากรุ่นก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก อาจจะเรียกได้ว่าเป็นตัวที่สืบทอดรุ่นในตำนานตระกูล E ของ Nokia อย่าง Nokia E72 ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เป็นการสานต่อทั้งในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ที่สวยหรู รวมถึงคุณสมบัติที่ครบครันครอบคลุมทุกการใช้งาน โดยเฉพาะการใช้งานเชิงธุรกิจตามสไตล์ของบิซิเนสโฟน โดยคุณสมบัติเด่นๆ ของ Nokia E6 นั้น ก็เริ่มตั้งแต่ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดอย่าง Symbian Anna OS ที่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิมในหลายๆ จุด โดยประมวลผลด้วยซีพียู ARM 11 Processor ความเร็ว 600 MHz พร้อมจีพียูสำหรับการประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ มีหน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive ขนาด 2.46 นิ้ว ซึ่งมีความละเอียดมากถึง 640x480 พิกเซล ซึ่งถือว่าสูงมากหากเทียบกับขนาดของหน้าจอ ตามข้อมูลแล้วมีความละเอียดมากถึง 326 จุดต่อนิ้วเลยทีเดียว มีเซนเซอร์ตรวจจับครบครัน ทั้ง Orientation Sensor (Accelerometer), Proximity Sensor และ Ambient Light Sensor ซึ่งหน้าจอสัมผัสนี้ถือว่าเป็นการเพิ่มทางเลือกในการควบคุมการทำงานให้แก่ผู้ใช้ จากเดิมที่สามารถสั่งงานได้จากปุ่มกด หรือแป้นพิมพ์แบบ QWERTY เท่านั้น นอกจากนั้นก็ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ความจุมากถึง 1,500 มิลลิแอมป์ หน่วยความจำภายในสำหรับผู้ใช้ขนาด 8 GB หน่วยความจำรอมขนาด 1 GB หน่วยความจำแรมขนาด 256 MB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ได้สูงสุด 32 GB รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ครบถ้วน กล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดมากถึง 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED และรองรับการถ่ายภาพวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 720p และยังมีกล้องด้านหน้าความละเอียดระดับ VGA อีกด้วย อุปกรณ์รับสัญญาณจีพีเอส ซึ่งแน่นอนว่าสามารถใช้นำทางได้ดี และใช้ฟรีตลอดชีพเช่นเคย โดยความสามารถทั้งหมดนี้ถูกใส่ไว้ในตัวเครื่องที่ผลิตจากโลหะ Stainless Steel และบางเฉียบเพียงแค่ 10.5 มิลลิเมตรเท่านั้น
 ในประเทศไทยจะมี 3 สีมาตรฐานให้เลือกซื้อ ได้แก่ สีดำ, สีเงิน และสีขาว
 ใช้วัสดุคุณภาพสูงเช่น Stainless Steel ซึ่งมีความทนทานแข็งแรง และช่วยเพิ่มความสวยหรู
 แบตเตอรี่รุ่น BP-4L ความจุ 1,500 mAh ซึ่งก็น่าจะใช้งานได้ยาวนานเช่นเคย
 คุณหนึ่ง ศรัณย์ คล่องนักรบ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นแนะนำความโดดเด่นของ Nokia E6 ด้วยตนเอง
 นำ Nokia E6 ต่อออกจอใหญ่กันเลยทีเดียว
 คุณจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ มาคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่ด้วย
 สื่อมวลชน และบล็อกเกอร์มากันเพียบ
 มีโทรศัพท์มือถือโนเกียหลายๆ รุ่นอยู่ใน Nokia Experience Studio ใครสนใจก็ลองเดินมาสัมผัสตัวจริงกันได้
 ไม่ต้องถึงมือกล้องดิจิตอลตัวใหญ่ๆ เพราะใช้กล้องระดับเทพของ N8 ถ่ายในงานแทนได้แบบสบายๆ
 ด้วยความบางเบาของ Nokia E6 เมื่อมาอยู่ในมือของสุภาพสตรี ก็ถือว่ากำลังดีเลยทีเดียว
 เครื่องโนเกียที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian อีกหลายๆ รุ่น แต่ก็ยังไม่ใช่ Symbian Anna เหมือนกับ Nokia E6
 Nokia C3 มือถือสำหรับขาแชท พร้อมคีย์บอร์ดในตัว ที่มีราคาสุดคุ้ม
 Nokia E72 รุ่นในตำนาน ที่จะถูกสานต่อความสำเร็จด้วยรุ่นล่าสุดอย่าง Nokia E6
 เครื่องสีขาวสำหรับคนที่ชอบความสดใส สีดำสำหรับคนที่ชอบความเข้มขรึม และสีเงินสำหรับคนที่ชอบความหรู
 เครื่องสีเงินดูแล้วสวยหรู น่าจะเหมาะกับวัยทำงาน หรือผู้ใหญ่ๆ ขึ้นมาหน่อย
 เปรียบเทียบกับมือถือสไตล์เดียวกันอย่าง BlackBerry ใครดูดีกว่ากัน ก็คงแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน (ขอบคุณพี่เอก แห่ง pdamobiz ที่เอื้อเฟื้อเครื่อง BlackBerry ในภาพเป็นอย่างสูง)
 ดูด้านหลังของตัวเครื่องกันบ้าง ซึ่งจะมีเลนส์กล้อง 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED แบบคู่
 เปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Nokia E5 จะเห็นว่า Nokia E6 จะเล็กบาง และดูดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
 วัสดุของ Nokia E6 ก็จะใช้วัสดุที่ดีกว่า Nokia E5 ด้วยเช่นกัน
สรุปส่งท้ายหลังจากการที่ได้สัมผัสกับ Nokia E6 เป็นครั้งแรก
แม้ว่าจะไม่ได้มีโอกาสใช้งาน Nokia E6 กันเป็นวันๆ แต่ด้วยช่วงเวลาภายในกิจกรรมกว่า 2 ชั่วโมง ก็ถือว่าเพียงพอต่อการทดสอบการใช้งานในระดับหนึ่ง ซึ่งก็แน่นอนว่าได้สัมผัสถึงหลายๆ สิ่งที่น่าประทับใจของ Nokia E6 และก็แน่นอนว่ามีบางสิ่งที่อยากจะให้ทางโนเกียนำไปปรับปรุงด้วยเช่นกัน อาจจะเป็นการปรับปรุงตัว Nokia E6 เอง หรืออาจจะเป็นการนำไปปรับปรุงในรุ่นต่อๆ ไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอย่างไหน ก็ถือว่าดีต่อผู้บริโภคทั้งสิ้น โดยเราจะสรุปกันแบบพอสังเขป ให้ทุกท่านพอได้เห็นภาพรวมๆ จากที่เราได้สัมผัสกับ Nokia E6 กันเป็นครั้งแรก
จุดเด่นและสิ่งที่น่าประทับใจ
- นอกจากจะสามารถสั่งงานด้วยปุ่มกด หรือพิมพ์ด้วยคีย์บอร์ดได้แล้ว ก็ยังสามารถสั่งงานด้วยการสัมผัสที่หน้าจอได้ด้วย ช่วยให้การใช้งานใช้งานยืดหยุ่นขึ้นอีกมาก - ระบบสัมผัสกับการใช้งานทั่วไปถือว่ามีการตอบสนองที่ดี และมีความลื่นไหลพอสมควร - รองรับการซูมย่อขยายแบบ Pinch-to-Zoom - ตัวเครื่องออกแบบดีไซน์ได้สวยหรู วัสดุที่ใช้มีคุณภาพสูง เช่นฝาหลังที่เป็น Stainless Steel เป็นต้น - หน้าจอแสดงผลดูแล้วมีความละเอียดเนียนตา นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าด้วยความกว้างของหน้าจอที่ไม่ใหญ่มากนัก คือ 2.46 นิ้ว แต่มีความละเอียดมากถึง 640x480 พิกเซล นั่นเอง - มีเซนเซอร์ตรวจจับครบถ้วน ทั้ง Accelerometer Sensor, Proximity Sensor, Ambient Light Detector และ Magnetometer Sensor (เข็มทิศ) - ระบบปฏิบัติการ Symbian Anna มีการออกแบบที่ดูสวยงามน่าใช้งานมากขึ้น พร้อมกับฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น - มีหน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูล 8 GB พร้อมหน่วยความจำรอมขนาด 1 GB และหน่วยความจำรอมขนาด 256 MB - มีกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดมากถึง 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED แบบคู่ในตัว และรองรับการถ่ายภาพวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 720p - รองรับการใช้งานระบบ 3G หรือ WCDMA ได้ถึง 5 คลื่นความถี่ นั่นคือ 850/900/1700/1900/2100 MHz ทำให้สามารถนำไปใช้งานกับระบบ 3G ของเครือข่ายใดก็ได้ - รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายอย่างครบถ้วนทั้ง WiFi, HSDPA, EDGE หรือ GPRS พร้อมโปรแกรม Jaikuspot ที่รองรับการแชร์อินเทอร์ผ่านทางสัญญาณ WiFi - รองรับฟังก์ชัน USB On-the-Go - รองรับการใช้งานด้านอีเมล และเอกสารอย่างเต็มรูป ตามสไตล์ของบิซิเนสโฟน - ปุ่มกดหรือแป้นคีย์บอร์ดมีการสกรีนภาษาไทยเอาไว้ให้แล้วเรียบร้อย - มีแอพพลิเคชั่นเพื่อรองรับการใช้งานในเชิงธุรกิจติดตั้งมาให้อย่างเพียบพร้อม สมกับเป็น Nokia Eseries - สามารถรับสัญญาณจีพีเอสได้ในตัว พร้อมโปรแกรมแผนที่ Ovi Maps ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง และใช้งานได้จริง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบนำทางนั้นสามารถใช้งานได้ฟรีตลอดชีพ - โปรแกรม Web Browser รองรับการแสดงผลไฟล์ Flash
จุดที่น่าสังเกต
- การใช้งานระบบสัมผัสในการใช้งานบางประเภทที่ต้องอาศัยการประมวลผลสูงอย่างอาจจะยังตอบสนองได้ไม่ดีมากนัก รู้สึกยังไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร เช่นการซูมย่อขยายแบบ Pinch-to-Zoom การเลื่อนหน้าเว็บไซต์ขนาดใหญ่ หรือการแสดงผลไฟล์ Flash เป็นต้น - ระบบการโฟกัสภาพเป็นแบบคงที่ (Fixed Focus) ไม่สามารถเลือกจุดโฟกัสด้วยตนเองได้ - ด้วยหน้าจอที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก การใช้งานบางอย่างจึงอาจจะใช้งานได้ไม่ดีมากนัก เช่นการเปิดดูเว็บไซต์, การเปิดดูรูปภาพ หรือการเปิดดูภาพยนตร์เป็นต้น - จำนวนของแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ยังเป็นรองระบบปฏิบัติการยอดนิยมอื่นๆ ในปัจจุบัน - หน่วยประมวลผลมีความเร็วเพียง 600 MHz ซึ่งถือว่าไม่มากนักสำหรับโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน

ที่ผ่านไปก็เป็นการพรีวิวแบบคร่าวๆ จากการที่ได้สัมผัสกับ Nokia E6 เป็นครั้งแรก ซึ่งจากจุดเด่นจุดด้อยของ Nokia E6 ที่เห็นไปข้างต้น หลายๆ ท่านก็คงจะพอสรุปได้แล้วว่า Nokia E6 นั้นเหมาะกับท่านมากน้อยขนาดไหน ซึ่งจากความคิดเห็นส่วนตัว Nokia E6 นั้นเป็นโทรศัพท์มือถือที่น่าสนใจมากรุ่นหนึ่งในช่วงนี้เลยทีเดียว โดยเฉพาะสำหรับใครที่เน้นการใช้งานเชิงธุรกิจเป็นหลัก เช่นการใช้งานด้านเอกสาร ด้านอีเมล การใช้งานที่เกี่ยวกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือการใช้งานอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อความ เพราะ Nokia E6 นั้นมาพร้อมกับคีย์บอร์ดแบบ QWERTY ในตัว ที่ช่วยให้การพิมพ์ข้อความต่างๆ กลายเป็นเรื่องง่าย และยังตอบสนองต่อการใช้งานด้านมัลติมีเดียได้ดีพอสมควรอีกด้วย ประกอบกับการที่จอภาพเป็นจอสัมผัสก็ทำให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกมาก หากท่านใดที่สนใจในตัวของ Nokia E6 ก็สามารถไปสัมผัสกับตัวจริงก่อนได้ที่ศูนย์ของโนเกีย หรือตัวแทนจำหน่าย โดยมีวางจำหน่ายแล้วในราคา 11,900 บาท ทั้งสีดำ, สีเงิน และสีขาว สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมสัมผัสแรกกับ Nokia E6 ไปพร้อมๆ กับเราในครั้งนี้ด้วยครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม : Nokia E6 * ทุกท่านสามารถติดตามการพรีวิวในรูปแบบของคลิปวิดีโอได้ที่นี่เร็วๆ นี้ครับ
วันที่ : 13/6/54
|