ในที่สุด โนเกียหันมาปรับปรุงและชูระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยนใหม่อีกครั้ง หลังจากโดนกระแสของระบบปฏิบัติการน้องใหม่ที่มาแรงอย่างมากเมื่อปีที่ผ่านมา อย่างระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์กลบกระแสไปเสียหมด ถึงแม้ว่า โนเกียจะโดน Feedback เรื่องระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยน ที่ว่า ล้าสมัย ประกอบกับการร่วมมือกันระหว่าง โนเกีย กับ ไมโครซอฟท์ ที่จับมือกันพัฒนา Windows Phone ภายใต้ชื่อ โนเกีย ขึ้นมาใหม่ ทำให้หลายฝ่ายต่างคาดกันว่า โนเกีย คงจะหยุดระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยนไว้เพียงเท่านี้ แต่สุดท้ายแล้ว โนเกีย ก็ยังไม่หยุดพัฒนาระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยน ก่อนจะออกเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด นั่นคือ Symbian^4 หรือ Symbian Anna
เมื่อเดือนกันยายน ปี 2010 นั้น โนเกีย ได้เปิดตัว Nokia E7 สมาร์ทโฟนที่โนเกียตั้งใจเอาไว้ว่า จะให้เป็น ซิมเบี้ยนโฟนที่ทรงพลังและสมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อเอาไว้ต่อกรกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในขณะนั้น ลองมาดูกันว่า อะไรคือจุดที่ทำให้ Nokia E7 นั้นโดดเด่นกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ

Nokia E7 นั้น เป็นสมาร์ทโฟนขนาดหน้าจอ 4 นิ้วแบบสไลด์คีย์บอร์ด ซึ่งเมื่อสไลด์คีย์บอร์ดออกมาแล้ว หน้าจอจะยกตัวขึ้นและทำมุม 30 องศาเพื่อให้ง่ายต่อการอ่านและใช้งานเวลาวาง Nokia E7 บนโต๊ะ ส่วนขนาดของคีย์บอร์ดและระยะห่างของปุ่มแต่ละปุ่มนั้น เรียกได้ว่า เหมาะสมและสามารถพิมพ์ได้ถูกต้องมากขึ้น และเร็วกว่าคีย์บอร์ดแบบ On-screen นอกจากนี้ ช่องใส่ซิมที่อยู่ทางด้านขวาของตัวเครื่องนั้น สามารถเปลี่ยนซิมเข้า-ออก ได้เลยทันที โดยไม่ต้องถอดแบตเตอรี่ออก อีกทั้งถ้าซิมการ์ดถูกถอดออกในขณะที่เครื่องยังเปิดอยู่ ก็จะทำงานรีสตาร์ทให้อัตโนมัติเช่นกัน ซึ่งจากจุดนี้ เรียกได้ว่า สะดวกสบายอย่างมากเลยทีเดียว

ช่องใส่ซิมการ์ดที่อยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง สามารถใส่ได้ทันที โดยไม่ต้องถอดแบตเตอรี่
ในส่วนของระบบประมวลผลนั้น Nokia E7 ใช้ระบบประมวลผลแบบ ARM 11 Processor ความเร็วในการประมวลผล 680 MHz พร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 256 MB ถึงแม้ว่าจะเทียบเท่ากับระบบประมวลผลแบบ Dual-Core บน LG Optimus 2X ไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการใช้งานโดยรวมแล้ว ยังถือว่า อยู่ในระดับที่ใช้ได้อยู่

กล้องขนาด 8 ล้านพิกเซลที่ปรากฎบนด้านหลังตัวเครื่อง ถึงแม้จะไม่มีระบบ Auto Focus แต่ไฟแฟลชคู่แบบ Dual-LED Flash ช่วยทำให้ได้ภาพที่คมชัดได้อย่างมาก นอกจากนี้ Nokia E7 ยังรองรับการเชื่อมต่อต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น microUSB, mini-HDMI และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
ถึงแม้แอพพลิเคชั่นบน Ovi Store จะมีไม่มากเท่าบน Android Market หรือ Apple Store แต่แอพพลิเคชั่นที่จำเป็นอย่าง OviMaps หรือ Office Apps ก็สามารถใช้ได้บน Nokia E7 อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึง Browser บน Nokia E7 แล้ว ถือว่า ยังตอบสนองได้ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากช้า และบางทีก็ไม่สามารถเล่นแฟลชได้ รวมไปถึงเรื่องของการ Frame Text เมื่อซูมหน้าเว็บเพจเข้าไป

จุดเด่นของ Nokia E7 นั้น คือแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ยาวนาน ซึ่งจากการทดสอบการใช้งาน โดยการเปิดอีเมลไว้ตลอดวัน, เปิดเพลง 1 ชั่วโมงต่อวัน, สนทนาอีกวันละ 1 ชั่วโมง, ถ่ายรูป 100 รูป และใช้ GPS พบว่า แบตเตอรี่บน Nokia E7 นั้น สามารถใช้งานได้ต่อนานถึง 2 วันครึ่งเลยทีเดียว
ข้อดีบน Nokia E7
- ตัวเครื่องทำมาจากวัสดุที่แข็งแรงและทนทาน - เทคโนโลยี Nokia ClearBlack Display ทำให้หน้าจอมีความสว่างและใช้งานได้แม้ในที่มีแสงแดดจ้า - QWERTY keyboard - หน่วยความจำภายในขนาด 16GB - หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 4 นิ้ว - มี GPS และฟังก์ชั่น A-GPS - สามารถเชื่อมต่อกับ Accessories ได้มากมาย เช่น mini-HDMI
ข้อเสียบน Nokia E7
- ยังใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian^3 อยู่ - RAM ในตัวเครื่องน้อยเกินไป (256MB) - การควบคุมปุ่มปรับเสียงใช้งานไม่สะดวก
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับมินิรีวิว Nokia E7 ข้างต้น ถ้าพูดถึงในเรื่องของการใช้งานโดยรวมนั้น เรียกได้ว่า Nokia E7 ตอบสนองได้อย่างครอบคลุมเลยทีเดียว นอกจากจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 4 นิ้วแล้ว สไลด์คีย์บอร์ดยังช่วยให้ทำให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย สำหรับในไทยนั้น Nokia E7 เปิดจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 19,600 บาท อย่างไรก็ดี มินิรีวิวข้างต้นนี้ เป็นเพียงการแนะนำในเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งผลที่ได้นั้นจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการใช้งานของผู้ใช้เป็นสำคัญครับ
ที่มา : คลิ๊กที่นี่
วันที่ : 9/5/54
|