|
ส่งเครื่องซ่อมที่บริษัท ฟิวเจอร์ อิมเมจ.....(คนที่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนซ่อม Moto) จากปัญหา Main board เสียของเครื่องรุ่น V3 (ซึ่งใช้มานานหลายปี) เวลาอัดไฟ อัดไม่เข้า เปิดเครื่องได้ไม่ถึง 5 นาทีก็ดับเลยฝากเครื่องให้ช่างนำไปเช็ค และประเมินราคา โดยฝากแบตเตอรี่ และสายชาร์จไว้ด้วยเพื่อให้เขาตรวจเช็คว่าเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ ถ้าประเมินแล้วแพงมากก็จะไม่ซ่อม เขาประเมินว่า สามพันกว่าบาท เลยตัดสินใจไม่ซ่อม เพราะเครื่องก็ตกรุ่นแล้ว และยังไม่มีโอกาสไปรับเครื่องกลับเพราะสาขาที่พารากอนก็ปิดตัวไป ย้ายไปอยู่แถวพันธุ์ทิพย์ ล่าสุดมีพนักงานโทรมาให้ไปชำระค่าส่งดำเนินการซ่อม 200 บาทและให้ไปรับเครื่องกลับ สิ่งที่ได้รับกลับมามีแค่ตัวเครื่องที่ด้านหลังมีการเปิดสติ๊กเกอร์กลับคืนให้แบบไม่เรียบร้อย แบตเตอรี่ และสายชาร์จหายไป สอบถามจากพนักงานหน้าร้าน(ที่ซีคอน) ก็เดินเข้าหลังร้านไปค้นๆแล้วก็เอาใส่ถุงมาส่งคืนแต่แบตเตอรี่ และสายชาร์จก็ไม่ใช่ของเรา สภาพแบตเตอรี่ที่คืนให้เก่ามาก ทั้งๆที่ก้อนที่ให้ไปเพิ่งจะซื้อใหม่ พอถามหาของที่เป็นของเราเขาก็ทำเดินกลับเข้าไปหาๆก็คือหาของเราไม่เจอคุ้ยอันไหนได้ก็เอามาคืนไปก่อน (เพราะกลัวลูกค้าเอาเรื่อง) สภาพที่มองเข้าไปในห้องเก็บสินค้าก็คือ ถุงที่บรรจุเครื่องส่งซ่อมในแต่ละถุงจะมีกระดาษที่น่าจะเป็นรายละเอียดของเจ้าของเครื่อง ก็ถามซ้ำว่าน้องหาแล้วหรือยังแต่ละถุงมีใบที่ระบุชื่อเจ้าของอยู่ใช่ไหม เขาก็บอกว่าที่สำนักงานส่งมาให้มันเป็นแบบนี้ แล้วแบตอันนี้มันก็หลุดออกมานอกถุง(แปลว่าอะไร แปลว่าคุณสะเพร่าในการส่งสินค้าคืนลูกค้าใช่ไหม หรือคุณเห็นของลูกค้าใหม่กว่า เลยสับเปลี่ยนไปใช้ส่วนตัวหรือเปล่า เราไม่รู้) อะไรคือมาตรฐานการทำงานในระดับที่จะเป็นตัวแทนของ Motorola มันรับไม่ได้ และเสียความรู้สึกอย่างแรง ไม่โทษพนักงานหน้าร้านหรอกนะเข้าใจว่าต้องมาเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ ก็คงลำบากใจอยู่แล้ว เขาก็ใจดีสูเสือจะไม่เก็บค่าส่งเครื่องซ่อม 200บาท แต่เราเป็นลูกค้าที่มีความซื่อสัตย์ และมีจริยธรรม เราจึงชำระค่าบริการ 200 บาท และบอกพนักงานไปว่าไม่รับแบตเตอรี่กับสายชาร์จที่ไม่ใช่ของเรากลับไป เพราะถ้าเจ้าของแบตกับสายชาร์จเขามารับของเขาแล้วหาไม่เจอจะเกิดอะไรขึ้น คุณจะตอบเขาแบบที่ตอบเรา หรือจะบอกว่าให้ลูกค้าคนอื่นไปแล้ว(เท่ากับเราลักทรัพย์เลยนะ) เราเป็นลูกค้าที่มีจริยธรรม ความรับผิดชอบ และซื่อสัตย์ แล้วคุณล่ะมีไหม ใครที่ใช้ Motorola ก็อ่านไว้เป็นบทเรียนแล้วกันว่าเราจะไว้ใจใครได้อีกไหม
|