ศิลปะการออกแบบ บางครั้งก็สร้างความสะดวกสบาย มีสไตล์ แต่บางครั้งก็ดูน่าเกลียด และไม่น่านำมาใช้ แต่สำหรับ หูฟัง Bluetooth แล้วนอกจากจะสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้แล้ว ยังช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดี มีสไตล์ขึ้นได้ด้วย แถมยังทำงานแบบไร้สาย จึงยิ่งเพิ่มความเท่ห์ และเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้ขึ้นอีกระดับ
ในอุตสาหกรรมการผลิตหูฟัง หรือ Headset นั้น มักจะมีการเรียนรู้เทคนิคการออกแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งการออกแบบในยุคแรกๆ นั้นอาจจะไม่ประสบความสำเร็จนักทั้งด้านดีไซน์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่ Headset รุ่นใหม่ๆ นี้ได้รับการพัฒนา ปรับปรุงทั้งรูปลักษณ์ และความสามารถในการใช้งานให้ดีขึ้นกว่าเดิม
Bluetooth Headset มีราคาที่หลากหลายมาก บางรุ่นอาจจะมีราคาต่ำกว่า 1,500 บาท แต่บางรุ่นก็มีราคาสูงกว่า 10,000 บาทเลยทีเดียว ดังนั้น จึงควรเลือกซื้ออย่างระมัดระวัง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้น่าจะช่วยให้คุณไม่ต้องพบกับความผิดพลาดในการซื้อสินค้าที่แพงเกินจำเป็น อีกทั้งสามารถเลือกสินค้าได้เหมาะกับทั้งความต้องการ และงบประมาณที่มีอยู่ ความท้าทายในการดีไซน์ การออกแบบหูฟัง Bluetooth ดีๆ ขึ้นมาสักชิ้นหนึ่ง เป็นเรื่องยากอย่างน่าประหลาด แต่การออกแบบหูฟังแบบมีสายที่มีอยู่ทั่วไปเป็นเรื่องง่ายมาก โดยส่วนใหญ่แล้วจะออกแบบให้หูฟังที่ติดลำโพงขนาดเล็กมาในตัว มีที่ติดเสื้อ หรือไม่ก็ไมโครโฟนติดมาด้วย บางรุ่นก็เป็นหูฟังขนาดใหญ่ สวมระหว่างศีรษะ มีทั้งแบบน้ำหนักเบา และที่ค่อนข้างหนัก สามารถรองรับการใช้งานอย่างหนักแบบทั้งวันทั้งคืน ก็ไม่มีปัญหา
ในขณะที่หูฟัง Bluetooth จะไม่สามารถทำให้มีขนาดเล็กมากๆ หรือว่ามีน้ำหนักเบาเหมือนกับหูฟังแบบมีสายได้เลย เพราะว่า มันต้องมีแบตเตอรี่ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พิเศษใส่เข้าไปด้วย โดยขนาด และน้ำหนัก จะมีผลกับตัวหูฟังที่ติดอยู่รอบๆ หูของคุณ
หูฟัง Bluetooth ทุกวันนี้ส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับขนาดที่จะต้องให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจะต้องดีไซน์ให้ฟังก์ชั่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างอยู่รวมกันในชิ้นเดียว และด้วยความคิดนี้จึงทำให้ไม่มีใครที่ดีไซน์หูฟัง Bluetooth ที่มีสายคาดศีรษะออกมาให้เห็นกัน แต่ต่อไปอาจจะเห็นดีไซน์แบบใหม่ที่มีสายคล้องคอมาให้ด้วย
ดูเหมือนว่าจุดขายที่สำคัญของหูฟัง Bluetooth ก็คือ ความไร้สาย เป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียว และมีขนาดเล็ก บางทีนั่นอาจจะเป็นเพราะว่า ผู้ผลิตหูฟัง Bluetooth ต่างให้ต้องการออกแบบให้หูฟัง Bluetooth เป็นเหมือนกับหูฟังแบบมีสายทั่วไป แต่คุณสามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อหูฟังแบบธรรมดาด้วยราคาเพียง 120-1,000 บาท ในขณะที่ต้องเสียเงินเพื่อซื้อหูฟัง Bluetooth ในราคา 1,500-10,000 บาท
หัวใจการออกแบบหูฟัง Bluetooth คือ สะดวกสบาย และใช้งานง่าย โดยจะต้องคำนึงถึง พื้นที่สำหรับยึดเกาะ ที่อยู่รอบๆ หู ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว จะต้องมีความสะดวกในการใช้ แต่อาจจะมีความแน่นหนา ปลอดภัยน้อยหน่อย และลักษณะทางกายภาพของลำโพง ที่จะต้องเสียบเข้าไปที่หู ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว จะให้ความสะดวกสบายน้อย เพราะอาจจะรู้สึกแน่น หรือเจ็บหูถ้าลำโพงมีขนาดใหญ่เกินไป แต่จะให้ความรู้สึกมั่นใจเวลาใช้งานมากขึ้นว่าจะไม่หลุด ปัญหาทั่วไปของหูฟัง Bluetooth หูฟัง Bluetooth เป็นสิ่งที่ผู้ใช้จะต้องสวมใส่ตลอดเวลาเพื่อใช้รับสายและโทรออก ซึ่งทำให้คุณมีความสะดวก รวดเร็วในการใช้งานโทรศัพท์มากขึ้นถ้าคุณใส่หูฟัง Bluetooth ติดหูอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น พลังงานแบตเตอรี่ที่อยู่ในตัวของหูฟัง Bluetooth จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยทั่วไปจะใช้สนทนาต่อเนื่องได้ 2-10 ชั่วโมง หรือ 25-250 ชั่วโมงสำหรับการเปิดเครื่องรอรับสาย ซึ่งจริงๆ แล้ว หูฟัง Bluetooth เป็นอุปกรณ์ที่คุณจะเปิดเครื่องเมื่อต้องการใช้ และปิดเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งาน อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือถือได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมเสียง และใช้งานฟีเจอร์อื่นๆ ได้ง่าย ไม่ยุ่งยากต่อความเข้าใจ
คุณอาจจะได้พบหูฟัง Bluetooth ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี เหมาะสมกับคุณ ถูกใจคุณมาก แต่บางทีอาจจะเจอกับปัญหาทั่วๆ ที่ดูว่าแสนจะธรรมดาแต่ก็เป็นปัญหาใหญ่ก็คือ ความรู้สึกมั่นใจเวลาที่ใช้ ความสะดวก สบาย เวลาที่คุณสวมหูฟัง Bluetooth นี้ติดตัวไปในทุกที่ ซึ่งก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อมา ก็ต้องลองสวมดูก่อนว่า ใช้แล้วรู้สึกมั่นใจ สบายหูหรือไม่ ทำไมต้องใช้หูฟัง Bluetooth เมื่อพิจารณาให้ดีแล้วหูฟัง Bluetooth ถือว่ามีราคาแพงกว่าหูฟังมีสายทั่วไปมาก ซึ่งบางรุ่นก็มีความซับซ้อนในการติดตั้งใช้งาน หรือบางครั้งก็ต้องพบกับความซับซ้อนในการชาร์จแบตเตอรี่ให้กับหูฟัง Bluetooth ด้วยเช่นกัน
อันที่จริง ไม่ว่าหูฟังที่คุณเลือกใช้จะเป็นหูฟัง Bluetooth หรือไม่ก็ตาม คุณก็จำเป็นต้องเลือกใช้หูฟังชนิดใดชนิดหนึ่งเวลาที่คุณคุยโทรศัพท์อยู่ดี นั่นเป็นเพราะว่า หูฟังจะช่วยลดการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ออกมาจากเครื่องโทรศัพท์เวลาที่คุณใช้ได้อย่างมหาศาล ซึ่งถ้าคุณรับโทรศัพท์โดยใช้เครื่องโทรศัพท์โดยตรง เวลาที่คุณเอาโทรศัพท์แนบกับหู รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็จะพุ่งตรงเข้าสู่สมองของคุณโดยตรง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต่างเชื่อว่า คลื่นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้านี้มีอันตราย แม้ว่าทุกวันนี้จะยังไม่มีผลการศึกษา วิจัยที่สรุปออกมาอย่างชัดเจนก็ตาม
อีกทั้งทุกวันนี้ สังคมไทย รวมทั้งในต่างประเทศ ต่างก็ช่วยกันรณรงค์ให้คุณใช้หูฟังขณะที่ขับรถ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้เวลาที่คุณขับรถ ซึ่งบางประเทศได้ออกกฎหมาย ออกกฎบัญญัติให้ต้องใช้หูฟังชนิดใดก็ได้เวลาที่คุณขับรถขึ้นมาอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ถึงจะไม่ได้มีกฎหมายบังคับ แต่การขับรถโดยใช้หูฟังเพื่อพูดคุยโทรศัพท์ก็ยังมีความปลอดภัยมากกว่าใช้มือข้างนึงถือโทรศัพท์ มืออีกข้างจับพวงมาลัยรถอยู่ดี แม้ว่าทุกวันนี้หูฟังแบบมีสายยังจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้คนจำนวนมาก แต่สายที่โยงใย และต้องต่อเชื่อมกับโทรศัพท์อาจจะทำให้คุณยุ่งยากสักหน่อยเวลาที่ใช้
การใช้หูฟัง Bluetooth จะมีความสะดวกมากกว่า เพราะไม่มีสายเชื่อมต่อ และถึงแม้ว่าเครื่องโทรศัพท์ของคุณจะยังอยู่ในกระเป๋าเอกสารที่เบาะหลังรถ คุณก็ยังสามารถรับโทรศัพท์ ได้ทันที โดยกดปุ่มรับที่เครื่องหูฟัง Bluetooth ได้ทันที ไม่จำเป็นต้องควาญหาเครื่องให้ยุ่งยาก อีกทั้งยังป้องการลืมโทรศัพท์ในที่ต่างๆ ได้อีกด้วย เพราะไม่จำเป็นต้องพกติดติดไปตลอดเวลา แต่คุณสามารถวางโทรศัพท์ไว้ในที่ที่คุณสามารถจำได้ง่าย จุดที่คุณวางโทรศัพท์มือถืออยู่ประจำ แล้วพกเพียงหูฟัง Bluetooth ติดตัวไป เพื่อใช้รับสายเมื่อมีคนโทรเข้ามาหาคุณ
นอกจากนี้ หูฟัง Bluetooth ยังสามารถใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นได้ด้วย เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการติดตั้งเทคโนโลยี Bluetooth เอาไว้ เช่น ถ้าคุณใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อทำการประชุมทางโทรศัพท์ คุณสามารถใช้หูฟัง Bluetooth เพื่อพูดคุยในระหว่างที่ทำการประชุมแทนหูฟังแบบมีสายได้ ซึ่งจะสร้างความสะดวกให้กับคุณมากขึ้น เพราะคุณสามารถให้หูฟัง Bluetooth เพียงอันเดียวเพื่อใช้กับทั้งโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องสลับสับเปลี่ยนหูฟังไปมา เวลาที่มีสายเรียกเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของคุณ
ถ้าคุณมีโทรศัพท์มือถือที่รองรับเทคโนโลยี Bluetooth อยู่หลายเครื่อง หูฟัง Bluetooth เพียงอันเดียวก็สามารถทำงานร่วมกับโทรศัพท์เหล่านั้นได้เช่นกัน และถ้าคุณจะเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องใหม่ หูฟัง Bluetooth ของคุณก็ยังสามารถทำงานร่วมกับโทรศัพท์เครื่องใหม่ของคุณได้เหมือนกับที่คุณเคยใช้กับโทรศัพท์เครื่องเก่าอย่างไม่มีปัญหา
หูฟัง Bluetooth จะช่วยลดความฟุ่มเฟือย ลดปริมาณหูฟังที่อาจจะมีมากเกินไป เพราะหูฟังแบบมีสายแต่ละเครื่องจะออกแบบมาเพื่อรองรับกับโทรศัพท์บางรุ่นเท่านั้น ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือจากผู้ผลิตรายเดียวกันก็ตาม ความเข้ากันได้
ปัญหาเรื่องความสามารถในการรองรับการทำงานร่วมกันระหว่างหูฟัง Bluetooth กับอุปกรณ์อื่นๆ ถือว่าเป็นปัญหาที่น้อยมากๆ ในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามคุณก็ควรตรวจสอบดูว่า หูฟังที่คุณจะซื้อนั้นมีลักษณะเฉพาะ 2 ประการนี้หรือไม่ นั่นคือ สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี Bluetooth 1.1 หรือสูงกว่า เช่น Bluetooth 1.2 หรือ Bluetooth 2.0 และต้องเป็นหูฟังที่จำเป็นต้องใช้มือจับ
เป็นเวลานานมาแล้วที่หูฟัง Bluetooth จะต้องรองรับความต้องทั้ง 2 อย่างนี้ และคุณจะต้องตรวจสอบโทรศัพท์ของคุณด้วยว่ามีเทคโนโลยี Bluetooth 1.1 หรือสูงกว่า ติดตั้งมาด้วยหรือไม่ ซึ่งถ้าอุปกรณ์ที่คุณใช้มีการติดตั้งเทคโนโลยีนี้ไว้แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลกับความสามารถในการทำงานว่าจะใช้งานร่วมกันไม่ได้
ข่าวดีสำหรับการใช้หูฟัง Bluetooth ก็คือ คุณไม่ต้องกำลังว่าว่าหูฟังที่คุณใช้ จะใช้คู่กับโทรศัพท์มือถือรุ่นที่คุณใช้ได้หรือไม่ ซึ่งจะต่างจากการใช้หูฟังแบบมีสายที่ต้องใช้รุ่นที่ออกแบบมารองรับกันเท่านั้น การใช้งานในโลกของความเป็นจริง จุดสำคัญที่จะทำให้คุณตัดสินใจสวมหูฟังไว้ตลอดเวลา แน่นอนว่าต้องเกี่ยวกับการรับสายโทรศัพท์เมื่อมีคนโทรเข้ามาหาคุณ แต่บางครั้งคุณอาจจะเลือกที่จะสวมหูฟังเฉพาะเวลาที่คุณต้องออกไปนอกสถานที่ หรือสวมเฉพาะเวลาที่มีคนโทรเข้ามาคุณเท่านั้น
มีคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่ต้องการจะสวมหูฟังไว้ตลอดทั้งวัน นั่นก็เพราะว่า พวกเขาต้องการความสะดวก นั่นหมายความว่า พวกเขาต้องการที่จะเก็บหูฟังไว้ข้างกายตลอดเวลา เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และหูฟังอันนั้นจะต้องง่ายในการถอดเข้า ถอดออกจากใบหู เพื่อรับสายโทรศัพท์อีกด้วย
ความต้องการอันนี้ ได้กลายมาเป็นปัจจัยที่จะต้องออกแบบอุปกรณ์ให้มีความสะดวกในการเปิดใช้งานมากที่สุด รวมทั้งการเก็บหูฟัง หรือถอดเข้า ถอดออกจะต้องทำได้ง่าย ซึ่งคุณอาจจะเก็บหูฟังไว้ในกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง หรือกระเป๋าถือ หรืออาจจะต้องใช้สายร้อยรอบคอสำหรับแขวนหูฟัง นั่นก็แล้วแต่ความสะดวก ความชอบของแต่ละคน ขอบเขตการใช้งาน ตามทฤษฎีแล้ว อุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี Bluetooth ทุกประเภทที่ออกแบบมาส่วนใหญ่จะเป็นเทคโนโลยี Bluetooth Class 2 โดยจะรองรับการใช้งานในระยะ 10 เมตร หรือประมาณ 33 ฟุต แต่ขอบเขตการใช้งานจะขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อมด้วย โดยเทคโนโลยี Bluetooth ทำงานบนคลื่นความถี่ 2.4 GHz
ซึ่งถ้ามีการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างหูฟัง Bluetooth กับเครื่องโทรศัพท์ของคุณ โดยที่ไม่มีอะไรมากีดขวาง ก็อาจจะมีขอบเขตการใช้งานได้ตามทฤษฎี หรือบางทีอาจจะได้ระยะที่ไกลกว่า แต่ถ้าโทรศัพท์ของคุณอยู่อีกด้านหนึ่งของกำแพง หรืออยู่ที่ห้องอื่นซึ่งมีกำแพงขวางกั้น ขอบเขตการใช้งานก็จะลดลงไป
คุณควรที่จะตรวจวัดขอบเขตการใช้งานระหว่างหูฟัง กับเครื่องโทรศัพท์ในสภาวะแวดล้อมที่คุณอยู่ ทั้งที่บ้าน และที่ทำงานว่าสามารถรองรับการใช้งานได้ในระยะที่ห่างไกลกันได้มากแค่ไหน เพื่อให้การเชื่อมต่อไม่สะดุด หรือต้องพบกับสัญญาณหายระหว่างที่คุยโทรศัพท์
การตรวจสอบก็สามารถทำได้ง่ายๆ เช่น คุณอาจจะวางโทรศัพท์มือถือไว้ที่บนโต๊ะทำงาน จากนั้นคุณก็สวมหูฟัง Bluetooth แล้วเดินห่างจากเครื่องโทรศัพท์ที่คุณวางไว้ออกมาเรื่อยๆ จนกว่าสัญญาณจะหายไป หรืออาจจะวางโทรศัพท์ไว้ที่ใดที่หนึ่งของบ้าน แล้วสวมหูฟัง Bluetooth เดินไปรอบๆ บ้านคุณ แล้วดูว่าสัญญาณที่ได้รับหายไปในช่วงไหน ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นการตรวจวัดขอบเขตการใช้งานแบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ ปัจจัยการเลือกซื้อหูฟัง 1. ราคา แน่นอนว่าจะต้องเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งคุณควรจะเลือกหูฟัง Bluetooth ที่อาจจะมีราคาแพงสักหน่อย แต่มีคุณภาพดี ใช้งานได้สะดวกสบาย ใส่นานๆ แล้วไม่เจ็บหู ดีกว่าที่จะมุ่งหาแต่ของถูกเพียงอย่างเดียว เพราะจริงๆ แล้วของถูก ก็ไม่ใช่คำตอบที่ดีเสมอไป
2. ความสัมพันธ์ระหว่างอุปกรณ์กับผู้ใช้ * สามารถสวมใส่ ถอดเข้า ถอดออก และใช้งานได้ง่าย สะดวก รวดเร็วหรือไม่ * มีปุ่มควบคุมการทำงานของหูฟังที่ใช้ง่ายหรือไม่ * รู้สึกสบายเวลาที่สวมใส่เป็นเวลานานๆ หรือไม่ * สามารถใช้ติดกับขาแว่นตาได้มั้ย * คุณจะพกพาหูฟัง Bluetooth อย่างไร เวลาที่ไม่ได้สวมใส่มัน * น้ำหนักมากไปมั้ย * ตก หล่นง่ายหรือไม่
3. การใช้งาน * มีคำสั่ง หรือการควบคุมที่ง่ายต่อการจดจำ เช่น การสลับสายเรียกซ้อน, การโทรหมายเลขสุดท้ายซ้ำ, การโทรออกด้วยเสียง เป็นต้น * สามารถปรับระดับเสียงได้หรือไม่ * สามารถเปิดใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว * มีคู่มือการใช้งานที่อ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย * รองรับการโทรหมายเลขพิเศษเวลาที่คุณต้องการความช่วยเหลือแบบด่วนจี๋ได้หรือไม่
4. ลักษณะเฉพาะ * อายุการใช้งานของแบตเตอรี่เวลาที่ใช้พูดคุย และรอรับสาย * คุณจะรู้ได้อย่างไรเวลาที่แบตเตอรี่ใกล้หมด * ชนิดของแบตเตอรี่ * สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้หรือไม่ * วิธีการชาร์จแบตเตอรี่ และระยะเวลาที่จะต้องใช้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ * คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าชาร์จแบตเตอรี่เต็มแล้ว * รองรับจำนวนโวลต์ของระบบไฟฟ้าได้หลายแบบ เพื่อเวลาที่คุณเดินทางต่างประเทศจะได้มีมีปัญหา เพราะบางประเทศใช้ระบบไฟฟ้าแบบ 110V บางประเทศใช้ระบบไฟฟ้าแบ 220V * ขนาดและน้ำหนักของหูฟัง เล็กหรือใหญ่ เบาหรือหนัก เหมาะสมกับคุณหรือไม่ * สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากสาย USB หรือที่ชาร์จไฟในรถได้หรือไม่ * สามารถรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้กี่ชนิด * เป็นหูฟัง Bluetooth ที่ไม่ต้องใช้มือจับ * รองรับเทคโนโลยี Bluetooth 1.1 หรือมาตรฐานใหม่ล่าสุด * ระยะเวลาการรับประกันสินค้า * มีระบบการป้องกันเสียงรบกวน รวมทั้งมีไมโครโฟน และระบบเสียงที่ดี * ขอบเขตการใช้งานสามารถใช้งานได้ไกลแค่ไหน
5. ความสามารถในการทำงาน และการรองรับคำสั่งแบบ Hands-free * รองรับการโทรออกด้วยเสียง * การโทรซ้ำเลขหมายสุดท้าย * การสลับสายเรียกเข้า ในกรณีที่มีสายเรียกซ้อน * สามารถคุยพร้อมกันได้ 3 สาย * การรับสาย วางสาย และปฏิเสธการรับสาย * ปุ่มหยุดการใช้งาน
6. อื่นๆ * รูปลักษณ์ทันสมัย น่าดึงดูดใจหรือไม่ * มีขนาดเล็ก หรือใหญ่เกินไปหรือไม่
การใช้หูฟัง Bluetooth กับโทรศัพท์ที่ไม่มีเทคโนโลยี Bluetooth สำหรับกรณีนี้ คุณสามารถทำได้โดยการใช้ Bluetooth adapter เสียบเข้าไปที่โทรศัพท์ที่มีเทคโนโลยี Bluetooth ติดตั้งมาในตัว โดยตัว adapter จะทำหน้าที่ link สัญญาณไปให้ เวลาที่คุณสวมหูฟัง Bluetooth ซึ่งก็จะเหมือนกับที่คุณใช้หูฟังแบบมีสายนั่นแหล่ะ ต่างกันตรงที่ไม่มีสายเชื่อมต่อ แต่สามารถใช้งานได้สะดวกขึ้นอีกมาก หูฟัง Bluetooth จะมีการ adapter มาให้ด้วย ซึ่งก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าที่คุณจะไปหาซื้อตัว adapter แยกต่างหาก และก็ยังสามารถใช้ทดแทนกับหูฟังแบบมีสายอันเก่าได้ด้วย แต่ถ้าจะให้ง่ายกว่านั้น คุณไปซื้อโทรศัพท์มือถือที่ติดตั้งเทคโนโลยี Bluetooth ในตัว มาแทนโทรศัพท์เครื่องเก่าเลยดีกว่า สรุป หูฟัง Bluetooth สามารถสร้างความสะดวก สบาย และมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง แม้ว่าบางรุ่นจะมีราคาที่ค่อนข้างสูงก็ตาม ซึ่งหูฟัง Bluetooth ที่ดี ควรที่จะสามารถใช้งานได้ง่าย เข้าใจง่าย ติดตั้งง่าย เพราะนั่นจะทำให้ชีวิตคุณไม่ต้องพบกับความยุ่งยากซับซ้อนเพิ่มขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นัก ส่วนหูฟัง Bluetooth ที่ไม่ดีนั้น ก็จะมีคุณสมบัติที่ตรงกันข้ามกับที่กล่าวมาทุกอย่าง ซึ่งคุณควรหลีกเลี่ยงที่ซื้อมาใช้เป็นอย่างยิ่ง
และจากข้อมูลมากมายที่ได้กล่าวมาแล้ว คงจะช่วยให้คุณเข้าใจ และรู้วิธีการเลือกหูฟัง Bluetooth ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อมาเป็นของตัวเองได้มากขึ้น
ขอขอบคุณ แหล่งเนื้อหา จาก http://www.elitek.co.th/ecommerc_news.html
|