|
|
โฮเทล สตาร์, ไชน่า โมบายล์, แซดทีอี คว้ารางวัลด้านการผลิตอัจฉริยะ 5G จากจีเอสเอ็มเอ

|
แซดทีอี คอร์ปอเรชั่น (ZTE Corporation) (0763.HK / 000063.SZ) ผู้ให้บริการด้านโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารชั้นนำระดับโลก จับมือ โฮเทล สตาร์ (Hotel Star) และ ไชน่า โมบายล์ (China Mobile) คว้ารางวัลจีเอสเอ็มเอ 5จี สมาร์ท โปรดักชัน ชาลเลนจ์ อวอร์ด (GSMA 5G Smart Production Challenge Award) ในการแข่งขันจีเอสเอ็มเอ 5จี อินดัสทรี ชาลเลนจ์ ประจำปี 2566 (2023 GSMA 5G Industry Challenge) จากผลงาน "เทคโนโลยี 5G ช่วยเปลี่ยนผ่านภาคการผลิตสู่ระบบดิจิทัล" (5G Enables Digital Transformation of Manufacturing)
รางวัล GSMA 5G เป็นหนึ่งในรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม รางวัลนี้ยกย่องความสำเร็จและคุณูปการของแซดทีอีในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และเป็นเครื่องยืนยันว่าแซดทีอีก้าวมาไกลขนาดไหนในการช่วยให้อุตสาหกรรมแนวตั้งได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ส่วนตัวที่ล้ำสมัย
องค์กรส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมแนวตั้งล้วนเป็นธุรกิจ SME (วิสาหกิจขนาดลางและขนาดย่อม) อย่างเช่นในอุตสาหกรรมการผลิต โดยบรรดา SME มีความกระตือรือร้นในการปรับปรุงธุรกิจให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายมือถือ แต่มักเผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าที่องค์กรขนาดใหญ่เผชิญ เนื่องจากขนาดเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยทั้งในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากรบุคคล และงบประมาณ ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงที่ SME ต้องพยายามเอาชนะเสมอก่อนที่จะประสบความสำเร็จทางธุรกิจมากขึ้น
แซดทีอีและไชน่า โมบายล์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย มีความมุ่งมั่นที่จะรับมือกับปัญหาเหล่านี้ร่วมกับลูกค้าและพันธมิตร คุณไป๋ กัง (Bai Gang) รองประธานของแซดทีอี กล่าวว่า "การนำ 5G มาใช้สนับสนุนการผลิตอัจฉริยะ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของเราในการช่วยเหลืออุตสาหกรรมแนวตั้งเสมอมา ธุรกิจ SME มีความท้าทายเป็นพิเศษในการใช้งาน 5G ที่ทรงพลังและยั่งยืน เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นว่านวัตกรรม 5G ส่วนตัวที่ใช้โหนดเอนจิ้น (NodeEngine) ช่วยได้จริง ๆ โดยช่วยให้ SME ใช้งาน 5G ส่วนตัวที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้งานง่าย เพื่อให้องค์กรสามารถบูรณาการและเปลี่ยนแปลงการผลิตหลักสู่ระบบดิจิทัล"
"ความสามารถในการประมวลผลแบบเอดจ์ (Edge Computing) ที่บูรณาการเข้ากับสถานีฐาน 5G ที่มีอยู่เดิมได้โดยตรง ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่สามารถรับมือกับความท้าทายหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของบรรดา SME โดยนำเสนอโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นมากสำหรับการใช้งานรูปแบบต่าง ๆ เช่น แมชชีนวิชัน (Machine Vision) และการลำเลียงสินค้าอัตโนมัติ (AGV) ด้วยขนาดเครือข่ายที่เล็กที่สุด มีความยืดหยุ่น และบูรณาการเข้ากับแอปและระบบที่มีอยู่เดิมได้อย่างง่ายดาย" คุณไป๋ กัง กล่าวเสริม
คุณเติ้ง เว่ย (Deng Wei) ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารไร้สายและเทคโนโลยีเทอร์มินัล สถาบันวิจัยไชน่า โมบายล์ (China Mobile Research Institute) กล่าวว่า "ไชน่า โมบายล์ เร่งสร้างระบบบริการสารสนเทศรูปแบบใหม่ที่บูรณาการ "การเชื่อมต่อ + พลังการประมวลผล + ความสามารถ" เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมโซลูชันเครือข่าย 5G ส่วนตัวที่ชาญฉลาดและเรียบง่าย การใช้สถานีฐานระบบคลาวด์อุตสาหกรรมอัจฉริยะช่วยให้การใช้ระบบคลาวด์ เครือข่าย และบริการอุตสาหกรรมที่คล่องตัว และการประสานงานเครือข่ายและบริการอย่างชาญฉลาดเกิดขึ้นได้จริง นอกจากนั้นยังร่นเวลาการทดสอบเครือข่ายส่วนตัวและการใช้บริการให้สั้นลงเหลือเป็นหน่วยชั่วโมง และเวลาแฝงของบริการสามารถคงที่ภายใน 10 มิลลิวินาที ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการพัฒนาระบบดิจิทัลอุตสาหกรรม ในอนาคต ไชน่า โมบายล์ จะยังคงทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของสถานีฐานระบบคลาวด์อุตสาหกรรมอัจฉริยะ ขยายขอบเขตของสถานการณ์การใช้งาน ตลอดจนบรรลุผลสำเร็จในการบูรณาการเชิงลึกและการประยุกต์ใช้ในวงกว้างทั่วทั้งอุตสาหกรรม 5G+"
อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thaipr.net/it/3308025
|
| |
|
โพสต์เมื่อ : 28/02/2023 11:49:00
ส่งข้อความหา iqpress
โหวตให้ โหวตลบ
ให้ mob ขอบคุณ
|
 |
|
|
|