ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม Forum >> TMC Member Zone : พื้นที่พิเศษสำหรับสมาชิก >> หน้ารายละเอียดหัวข้อ
iqpress
  
TMC point : 4590
 
เดวิด หวัง แห่งหัวเว่ยชูนวัตกรรมจุดประกายยุค 5.5G
 

ภายในงาน "วิน-วิน: หัวเว่ย อินโนเวชัน วีค" (Win-Win-Huawei Innovation Week) เดวิด หวัง (David Wang) กรรมการบริหารและประธานคณะกรรมการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน ICT ของหัวเว่ย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "นวัตกรรม จุดประกายยุค 5.5G" โดยในปาฐกถาครั้งนี้ นายหวังพูดถึงวิวัฒนาการถัดไปของเทคโนโลยี 5G ซึ่งบริษัทเรียกว่า 5.5G ตลอดจนโรดแมปนวัตกรรมของอุตสาหกรรมในอีก 5-10 ปีข้างหน้า

เดวิด หวัง กรรมการบริหารและประธานคณะกรรมการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน ICT ของหัวเว่ย กล่าวปาฐกถาพิเศษ

"เมื่อมองไปข้างหน้าถึงปี 2568 ความต้องการบริการเครือข่ายขนาดใหญ่ที่หลากหลายจะสร้างศักยภาพทางการตลาดใหม่อย่างมหาศาล" นายหวังกล่าว "เรามาที่นี่เพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสเหล่านี้กับผู้ให้บริการและพันธมิตรในอุตสาหกรรม รวมถึงสำรวจนวัตกรรมที่เราต้องมีเพื่อช่วยปูทางไปสู่ 5.5G"

หัวเว่ยเสนอ 5.5G เป็นครั้งแรกในการประชุมบรอดแบนด์เคลื่อนที่โลก (Global Mobile Broadband Forum) ครั้งที่ 11 ปี 2563 และ F5.5G (หรือ 5.5G แบบคงที่) ในการประชุมสุดยอดนักวิเคราะห์โลก (Global Analyst Summit) ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอุตสาหกรรมนี้ก็เต็มไปด้วยไอเดียใหม่ ๆ และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด

ความต้องการใหม่ ๆ มากมายจะเป็นตัวยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐาน ICT ยุคใหม่

ตามที่นายหวังกล่าว การพัฒนาใหม่ ๆ ในเทคโนโลยีดิจิทัลนั้นจำเป็นต้องสนับสนุนประสบการณ์ที่น่าสนใจและดื่มด่ำกับโลกดิจิทัลมากยิ่งขึ้นแบบเรียลไทม์อย่างแท้จริง ตลอดจนค่อย ๆ สร้างประสบการณ์เครือข่าย 10 Gbps ให้พร้อมใช้งานได้ทุกหนแห่งบนโลก

ในด้านอุตสาหกรรม กระแสการแปลงเป็นดิจิทัลได้เกิดขึ้นแล้วอย่างรวดเร็ว โดย AI จะบูรณาการเข้ากับกระบวนการผลิตระดับองค์กรอย่างสมบูรณ์ และขนาดของตลาด IoT 5.5G จะเติบโตอย่างรวดเร็ว การทำงานร่วมกันระหว่างหุ่นยนต์กับคนในสถานการณ์ซับซ้อนจะกำหนดความต้องการได้มากขึ้นสำหรับเครือข่ายภาคสนามของอุตสาหกรรมยุคใหม่

ในปัจจุบัน ปัญหาคอขวดในการประมวลผล เช่น เมมโมรีวอลล์ (memory wall), การใช้ทรัพยากรศูนย์ข้อมูลอย่างไม่สมดุล และประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่ำ เป็นตัวขัดขวางไม่ให้ดีมานด์การประมวลผลแบบใหม่ปรากฏขึ้นได้ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ อุตสาหกรรมจำเป็นต้องคิดค้นนวัตกรรมในระดับสถาปัตยกรรมและในระดับระบบเพื่อเพิ่มซัพพลายการประมวลผล

6 ฟีเจอร์ของ 5.5G - ค่านิยมใหม่สำหรับการพัฒนาและชีวิตดิจิทัล

ประการแรกคือประสบการณ์ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ความเร็ว 10 Gbps โดย 5.5G จะมอบประสบการณ์แบบเร็ว 10 Gbps ผ่านเทคโนโลยี MIMO ที่มีแบนด์วิดท์ใหญ่ขึ้น ประสิทธิภาพสเปกตรัมสูงขึ้น และการมอดูเลตขั้นสูงยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ เช่น FTTR, Wi-Fi 7, 50G PON และ 800G นั้น F5.5G จะมอบประสบการณ์แบบเร็ว 10 Gbps ได้ทุกที่

ในงานนี้ นายหวังได้เสนอ Net5.5G เป็นครั้งแรก โดยให้นิยามวิวัฒนาการเครือข่าย IP เพื่อตอบสนองความต้องการพลังการประมวลผลด้วยแอปพลิเคชันอัจฉริยะ "เมื่อกระแสการแปลงเป็นดิจิทัลแพร่หลายอย่างมั่นคงแล้ว แอปพลิเคชันอัจฉริยะจะถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์กันขนานใหญ่ และทรัพยากรการประมวลผลจะกระจายไปตามระบบคลาวด์ต่าง ๆ" นายหวังกล่าว "องค์กรจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากพลังการประมวลผลจากคลาวด์หลายแห่งด้วยต้นทุนที่ต่ำลง พร้อมความคล่องตัวและความยืดหยุ่นที่เพิ่มสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องสร้างสรรค์นวัตกรรมต่อไปโดยอิงจาก IPv6 เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมรุดหน้า นี่คือเหตุผลที่เราเสนอ Net5.5G"

ประการที่สอง ขอบเขตธุรกิจจะขยายออกไปไกลกว่าเรื่องความสามารถในการเชื่อมต่อ 5.5G จะก้าวไปไกลกว่าเรื่องความสามารถในการเชื่อมต่อ โดยจะรวมการตรวจจับด้วยเซ็นเซอร์ ซึ่งจะก่อให้เกิดรูปแบบการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ และแอปพลิเคชันใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมากมาย เทคโนโลยีการตรวจจับแบบไร้สายและการตรวจจับด้วยเซนเซอร์ผ่านไฟเบอร์จะนำมาใช้ในการทำงานร่วมกันระหว่างยานพาหนะ-ถนนและการตรวจสอบสภาพแวดล้อม โดยพาสซีฟ ไอโอที (Passive IoT) จะบูรณาการการใช้งานเทคโนโลยีเซลลูลาร์และพาสซีฟแท็กเข้าด้วยกันเพื่อสร้างการเชื่อมต่อที่มีศักยภาพถึง 1 แสนล้านครั้ง โดยเครือข่ายหลัก 5.5G จะกำหนดรูปแบบสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีพื้นฐานขึ้นใหม่ เพื่อรองรับสถานการณ์การให้บริการใหม่ ๆ เช่น เครือข่ายส่วนบุคคลในอุตสาหกรรม, เครือข่ายภาคสนามในอุตสาหกรรม และการโทรมิติใหม่

ประการที่สาม ความหลากหลายในการประมวลผลจะช่วยให้สามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ในยุค 5.5G สถาปัตยกรรมการประมวลผลจะถูกนิยามขึ้นมาใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลมากถึง 10 เท่า ผ่านวิศวกรรมชิปและสถาปัตยกรรมการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์เต็มรูปแบบ

ประการที่สี่ ระบบจัดเก็บที่เน้นข้อมูลเป็นศูนย์กลางจะทลายขีดจำกัดของสถาปัตยกรรมการจัดเก็บข้อมูลแบบที่เป็นอยู่ การจัดเก็บข้อมูลในอนาคตจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูลได้ถึง 10 เท่า โดยใช้สถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เน้นข้อมูลเป็นศูนย์กลาง รวมถึงกลไกที่ช่วยเร่งความเร็วในการทำงานของแอปพลิเคชันข้อมูลที่หลากหลาย

ประการที่ห้า เนทีฟ AI แบบฟูลสแต็กจะทำให้เครือข่ายการขับขี่อัตโนมัติ (ADN) ขั้นสูงระดับ L4 เป็นจริงได้ ADN ได้กลายเป็นเป้าหมายร่วมกันของอุตสาหกรรมนี้ โดยเนทีฟ AI แบบฟูลสแต็กตั้งแต่ในระดับองค์ประกอบเครือข่ายไปจนถึงเครือข่ายและบริการต่าง ๆ จะช่วยเร่งความก้าวหน้าในเทคโนโลยี ADN ผลสำเร็จต่าง ๆ ที่มาจากนวัตกรรมจะถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในยุค 5.5G อาทิ อัลกอริทึมการบีบอัดสำหรับตัวบ่งชี้เครือข่ายหลายร้อยตัว และการระบุข้อผิดพลาดที่ไม่รู้จักด้วยโมเดล AI พื้นฐาน

ประการสุดท้าย การพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียวและนวัตกรรมระดับระบบจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน โดย ITU-T (ITU's Telecommunication Standardization Sector) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ซึ่งมีหน้าที่กำหนดมาตรฐานโทรคมนาคม ได้นำข้อมูลเน็ตเวิร์กคาร์บอน/ความเข้มของพลังงาน (Network Carbon data/energy Intensity: NCIe) มาใช้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพพลังงานแบบครบวงจรเพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำโรดแมปการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรม หัวเว่ยได้พัฒนาโซลูชันนวัตกรรมสำหรับเว็บไซต์, เครือข่าย และการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มความจุของเครือข่ายและลดการใช้พลังงานต่อบิตลง ซึ่งโซลูชันเหล่านี้จะช่วยเสริมศักยภาพผู้ให้บริการในยุค 5.5G

"ขณะที่เราก้าวไปสู่ยุค 5.5G ผู้เล่นทุกรายในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับ พร้อมทั้งบ่มเพาะอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง" นายหวังกล่าว และกล่าวสรุปปิดท้ายปาฐกถาด้วยคำแนะนำ 3 ประการ

อุตสาหกรรมจำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดวิสัยทัศน์และโรดแมปสำหรับ 5.5G
อุตสาหกรรมควรกำหนดมาตรฐานเทคโนโลยี โดยยึดตามกรอบมาตรฐานที่ตั้งขึ้นโดย 3GPP, ETSI และ ITU
ผู้เล่นทุกรายในอุตสาหกรรมควรทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมอีโคซิสเต็มอุตสาหกรรมที่กำลังเฟื่องฟู โดยบ่มเพาะกรณีการใช้งานให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเร่งการพลิกโฉมสู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ
ทั้งนี้ งานกิจกรรม "วิน-วิน: หัวเว่ย อินโนเวชัน วีค" จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-21 กรกฎาคม ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน โดยร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และผู้นำทางความคิด พร้อมทั้งเจาะลึกในประเด็นต่าง ๆ เช่น 5.5G, การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพลิกโฉมเข้าสู่ยุคดิจิทัล เพื่อเปิดจินตนาการถึงความสำเร็จร่วมกันในเศรษฐกิจดิจิทัล ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://carrier.huawei.com/en/events/winwin-innovation-week

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1861258/Huawei.jpg
 
โพสต์เมื่อ : 19/07/2022 16:25:00      ส่งข้อความหา iqpress    โหวตให้   โหวตลบ   ให้ mob ขอบคุณ


       แสดงความคิดเห็นที่นี่่
  ชื่อของคุณ   (สมาชิกlogin ที่นี่)  /  สมัครสมาชิก
  
  ข้อความ
 
 
           Tags | More Smiles
  ใส่ปี พ.ศ. ปัจจุบัน   ใส่เฉพาะปี พ.ศ. 4 ตัวเท่านั้น
 
   





    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com