ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม Forum >> TMC Member Zone : พื้นที่พิเศษสำหรับสมาชิก >> หน้ารายละเอียดหัวข้อ
iqpress
  
TMC point : 4590
 
เมอร์ค เร่งขยายฐานการผลิตแบบ single use ในยุโรป รองรับการผลิตวัคซีนและตัวยาสำคัญ

- ทุ่มลงทุน 25 ล้านยูโรในเมืองมอลไซม์ ประเทศฝรั่งเศส สร้างงานใหม่ 350 ตำแหน่ง
- ตอบสนองความต้องการเทคโนโลยีการผลิตแบบ single use ของทั่วโลก
- คาดว่าจะผลิตเต็มรูปแบบได้ภายในสิ้นปี 2564
เมอร์ค (Merck) บริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ เตรียมเพิ่มฐานการผลิตแบบ single use ที่ศูนย์ชีววิทยาศาสตร์ในเมืองมอลไซม์ ประเทศฝรั่งเศส ด้วยเงินลงทุน 25 ล้านยูโร โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และตัวยาสำคัญอื่น ๆ ทั้งนี้ เมืองมอลไซม์จะเป็นที่แรกในยุโรปที่เมอร์คเปิดฐานการผลิตดังกล่าว เพิ่มเติมจากฐานการผลิตในเมืองแดนเวอร์ส รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา และเมืองอู๋ซี ประเทศจีน
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับการประกาศที่เมืองมอลไซม์ โดยมี Thierry Breton สมาชิกคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป และ Agns Pannier-Runacher รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฝรั่งเศส ร่วมเป็นสักขีพยาน
"การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ทั่วโลกเผชิญกับความท้าทายที่คาดไม่ถึง ความพยายามของเมอร์คในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประโยชน์อย่างมากนับตั้งแต่เริ่มเกิดการระบาด และฐานการผลิตใหม่ในยุโรปของเราจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตแบบ single use ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างเร่งด่วนของผู้ผลิตวัคซีนและยาทั่วโลก การประกาศขยายการผลิตในยุโรปสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมอร์คทั้งในสถานการณ์โรคระบาดและต่อไปในอนาคต" Belen Garijo รองประธานคณะกรรมการบริหารและรองซีอีโอของเมอร์ค กล่าว
การลงทุนในเมืองมอลไซม์จะสร้างงานใหม่กว่า 350 ตำแหน่ง โดยฐานการผลิตแห่งใหม่จะมีคลีนรูมขนาด 1,700 ตารางเมตรที่ได้มาตรฐาน ISO7 หรือ ISO5 และใช้ดีไซน์อาคารแบบโมดูลาร์ร่วมกับโครงสร้างที่มีอยู่เดิม เพื่อรองรับการขยายขนาดในอนาคตโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ฐานแห่งใหม่นี้จะผลิต Mobius(R) Single-Use Assemblies ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Mobius(R) MyWay Program โดยคาดว่าจะผลิตได้ภายในสิ้นปี 2564
ศูนย์ในเมืองมอลไซม์มีพนักงานกว่า 1,700 คน รวม 32 เชื้อชาติ และผลิตสินค้ากว่า 10,000 รายการ นอกจากนั้นยังเป็นศูนย์ของเมอร์คที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามในโลก และกว่า 85% ของสินค้าที่ผลิตถูกส่งออกเพื่อป้อนตลาดทั่วโลก ศูนย์แห่งนี้มีฐานการผลิต 3 แห่งที่ทำหน้าที่ผลิตและประกอบผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่รองรับกระบวนการผลิตยา รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับการวิเคราะห์ในสภาพแวดล้อมทางคลินิกและอุตสาหกรรม และระบบทำน้ำให้บริสุทธิ์
"ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ผู้ผลิตชีวเภสัชภัณฑ์จำนวนมากหันมาใช้เทคโนโลยี single use เพราะมีความยืดหยุ่น รวดเร็ว ประหยัดต้นทุน และความเสี่ยงน้อย ส่งผลให้ภาคส่วนนี้เติบโตแบบเลขสองหลัก ยิ่งไปกว่านั้น การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนายังทำให้เทรนด์นี้เติบโตรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีการผลิตแบบ single use กันอย่างแพร่หลาย" Chris Ross รักษาการหัวหน้าแผนกชีววิทยาศาสตร์ของเมอร์ค กล่าว "ศูนย์ในเมืองมอลไซม์คือศูนย์ความเป็นเลิศระดับโลกด้าน BioMonitoring และการทำน้ำให้บริสุทธิ์มานานหลายปีแล้ว และฐานการผลิตแบบ single use ที่เพิ่มเข้ามาจะช่วยให้เรามีศักยภาพมากขึ้นในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า พร้อมกับสร้างตำแหน่งงานใหม่ในชุมชนด้วย"
เมื่อไม่นานมานี้ เมอร์คได้ประกาศขยายธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ในหลายพื้นที่ ได้แก่ เมืองดาร์มสตัดต์ ประเทศเยอรมนี, เมืองคอร์ก ประเทศไอร์แลนด์, เมืองบูคส์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, เมืองคาร์ลส์บัด รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา, เมืองแมดิสัน รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา, เมืองแจฟฟรีย์ รัฐนิวแฮมป์เชียร์ สหรัฐอเมริกา รวมถึงเมืองแดนเวอร์ส รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งที่หลังสุดนี้ เมอร์คกำลังดำเนินการเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตแบบ single use เป็นสองเท่าภายในสิ้นปี 2564 โดยการขยายการดำเนินงานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่ระยะเวลาหลายปีเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเชิงอุตสาหกรรมและศักยภาพของธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ของเมอร์ค เพื่อตอบสนองความต้องการตัวยาสำคัญที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกและทำประโยชน์ให้กับแวดวงสาธารณสุขทั่วโลก
ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาเข้าไปที่ www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้
เกี่ยวกับ เมอร์ค
เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ โดยมีการดำเนินงานครอบคลุมด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และอิเล็กทรอนิกส์ พนักงานประมาณ 58,000 คนของบริษัทต่างทุ่มเทในการสร้างความแตกต่างที่ดีต่อชีวิตของผู้คนหลายล้านคนในทุก ๆ วัน ด้วยการนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตที่มีความสุขและยั่งยืนยิ่งขึ้น เมอร์คเป็นทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยีตัดต่อยีน ไปจนถึงการเสาะหากลวิธีใหม่ ๆ ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บที่ท้าทายที่สุด ตลอดจนการคิดค้นอุปกรณ์อัจฉริยะ โดยในปี 2563 เมอร์คทำยอดขายได้ 1.75 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ
การสำรวจทางวิทยาศาสตร์และการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ คือหัวใจหลักในความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเมอร์ค ทั้งยังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเมอร์คนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2211 ปัจจุบัน ครอบครัวผู้ก่อตั้งยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมอร์คครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งหน่วยธุรกิจต่าง ๆ ของเมอร์คดำเนินงานภายใต้ชื่อ อีเอ็มดี เซโรโน ในวงการดูแลสุขภาพ, มิลลิพอร์ซิกมา ในวงการชีววิทยาศาสตร์ และอีเอ็มดี อิเล็กทรอนิกส์
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1457722/Merk_European_Expansion.jpg
 
โพสต์เมื่อ : 19/03/2021 13:26:00      ส่งข้อความหา iqpress    โหวตให้   โหวตลบ   ให้ mob ขอบคุณ


       แสดงความคิดเห็นที่นี่่
  ชื่อของคุณ   (สมาชิกlogin ที่นี่)  /  สมัครสมาชิก
  
  ข้อความ
 
 
           Tags | More Smiles
  ใส่ปี พ.ศ. ปัจจุบัน   ใส่เฉพาะปี พ.ศ. 4 ตัวเท่านั้น
 
   





    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com