ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม Forum >> TMC Member Zone : พื้นที่พิเศษสำหรับสมาชิก >> หน้ารายละเอียดหัวข้อ
iqpress
  
TMC point : 4590
 
หัวเว่ย ช่วยลูกค้าภาคการเงินทั่วโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล
- หัวเว่ย จัดงาน Global FSI Summit 2020 ทางออนไลน์

หัวเว่ย จัดงาน Global FSI Summit 2020 (แบบออนไลน์สำหรับต่างประเทศ) ภายใต้แนวคิด “Thrive Digitally in a Mobile Future” โดยสถาบันและบริษัทในภาคอุตสาหกรรมการเงินได้รับเชิญให้มาแบ่งปันประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึกในการรับมือกับ “ชีวิตวิถีใหม่” (New Normal) ในยุคหลังโรคระบาด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผลักดันกลยุทธ์ Mobile First หรือการที่มือถือเป็นศูนย์กลางของโลกยุคดิจิทัล และใช้ฟินเทคเพื่อสร้างหลักประกันด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจและปรับรูปแบบบริการทางการเงิน หัวเว่ยเชื่อว่า ขีดความสามารถด้านมือถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับธนาคารในอนาคต ซึ่งการสนับสนุนธุรกิจที่ดำเนินงานและให้บริการผ่านมือถือเป็นหลักนั้น จะต้องอาศัยสถาปัตยกรรมไอทีใหม่ ตลอดจนใช้ขีดความสามารถหลัก ๆ ของคลาวด์, AI และ 5G ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ หัวเว่ยได้นำเสนอโซลูชั่น ICT ทางการเงินแก่ลูกค้าในภาคการเงินทั่วโลก และทำงานร่วมกับพันธมิตรชั้นนำของโลกเพื่อพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน

งานซัมมิตดังกล่าวมีสถาบันการเงินชั้นนำของโลกเข้าร่วม เช่น Shanghai Pudong Development (SPD) Bank, China Construction Bank, Singapore DBS Bank, Sberbank, BBVA, Isbank รวมไปถึงผู้ให้บริการโซลูชั่นทางการเงินระดับแนวหน้าอย่าง Temenos และสถาบันวิเคราะห์ เช่น IDC ตลอดจนผู้เล่นระดับโลกรายอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม

สถาบันการเงินที่ยึดกลยุทธ์ Mobile First และก้าวไปสู่การเป็นดิจิทัลอย่างเต็มตัว จะประสบความสำเร็จมากกว่า

โรคระบาดโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้อุตสาหกรรมการเงินเดินหน้าผลักดันการดำเนินงานในรูปแบบดิจิทัลด้วยความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่นที่มากขึ้น นอกจากนี้อุตสาหกรรมยังแสดงให้เห็นข้อได้เปรียบและคุณค่าของการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาปรับใช้ในการดำเนินงานทางดิจิทัล

Peng Zhongyang สมาชิกคณะกรรมการบริหาร และประธานกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ของหัวเว่ย กล่าวว่า “อุตสาหกรรมฟินเทคจะมาพร้อมโอกาสใหม่ ๆ และการยกระดับบริการทางการเงิน ด้วยคลาวด์คอมพิวติง, บิ๊กดาต้า, AI, 5G และเทคโนโลยี ICT อื่น ๆ เรานำประสบการณ์ด้านเทคนิคที่สั่งสมมานาน 30 ปี รวมถึงความสามารถและความรู้ความเข้าใจเชิงลึกในอุตสาหกรรม มาเชื่อมโยงเข้ากับความต้องการของลูกค้า เพื่อมอบผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น ICT ทางการเงินที่ได้เปรียบในการแข่งขัน พร้อมขยายไปยังขอบข่ายอื่น ๆ นอกจากนี้ เรายังร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่หลากหลายเพื่อพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน เราเชื่อว่าสถาบันการเงินที่พร้อมก้าวไปสู่การเป็นดิจิทัลอย่างเต็มตัวจะเห็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่า”

Jason Cao ประธาน Global Financial Services Business Unit กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ของหัวเว่ย กล่าวว่า การยึดหลักการ “Mobile First” เพื่อสร้างประสบการณ์อัจฉริยะ นับเป็นรากฐานสำคัญสำหรับกลยุทธ์ของสถาบันการเงินที่ดำเนินธุรกิจโดยเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง “เราเชื่อว่าขีดความสามารถทางมือถือจะเป็นแกนหลักของอุตสาหกรรมธนาคารในอนาคต ไม่เพียงอินเทอร์เฟซที่ใช้เชื่อมต่อกับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดำเนินงานภายในและความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ การสนับสนุนธุรกิจที่ดำเนินงานและให้บริการผ่านมือถือเป็นหลักนั้น จำเป็นต้องอาศัยสถาปัตยกรรมไอทีใหม่ ตลอดจนใช้ขีดความสามารถของ 5G, AI และคลาวด์ ซึ่งในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเหล่านี้ หัวเว่ยจึงมีความได้เปรียบอย่างโดดเด่นในการสนับสนุนการใช้คลาวด์ของสถาบันการเงิน สร้างการเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ ๆ และช่วยสถาบันการเงินยกระดับความคล่องตัวและขีดความสามารถด้านนวัตกรรม”

ประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงของธนาคารในจีน ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมบริการทางการเงินทั่วโลก

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา หัวเว่ยสั่งสมประสบการณ์ที่กว้างขวางทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดจีน ซึ่งหัวเว่ยได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการช่วยให้ธนาคารชั้นนำเปลี่ยนแปลงและประสบความสำเร็จในยุคแห่งแอปมือถือ โดยภาคธุรกิจธนาคารได้ใช้ชุดมาตรการต่างๆ เพื่อรับประกันความต่อเนื่องของธุรกิจในแต่ละระยะของโรคระบาด และในยุคหลังโรคระบาดนี้ ธนาคารต่าง ๆ จำเป็นต้องดำเนินธุรกิจในเชิงรุกอย่างมั่นใจ และเตรียมพร้อมสำหรับความไม่แน่นอนต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจจะเดินหน้าต่อไปได้

Shanghai Pudong Development (SPD) ใช้เทคโนโลยี เช่น 5G, IoT, AI และคลาวด์คอมพิวติงมาตั้งแต่ปี 2561 โดยช่วงต้นปีนี้ ธนาคารได้จัดทำแผนปฏิบัติการระยะ 3 ปี เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบธนาคารแบบเปิด ส่งเสริมการปฏิรูปดิจิทัลอย่างเต็มตัว และสร้างตัวขับเคลื่อนการพัฒนาใหม่ ๆ ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ลูกค้าและเทคโนโลยีดิจิทัล จากมุมมองเชิงกลยุทธ์นี้ เราจะส่งเสริมการดำเนินงานด้วยดาต้า การอัปเกรดเทคโนโลยี และความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างเช่น SPD Bank ได้พัฒนา Xiaopu พนักงานเสมือนจริงที่ขับเคลื่อนด้วย AI และผ่านการฝึกอบรมอย่างมืออาชีพ ทำให้ Xiaopu สามารถประเมินความเสี่ยง ให้คำปรึกษาทางการเงิน แนะนำการลงทุน ตลอดจนบริการเผยแพร่ข่าวสารออนไลน์ โดยในสภาพแวดล้อม 5G นี้ Xiaopu สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบบนอุปกรณ์ที่หลากหลาย เช่น โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทวอทช์ และรถยนต์ ส่งผลให้บริการอัจฉริยะคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการส่วนบุคคลมีความสะดวกสบายและทั่วถึงมากขึ้น

Pan Weidong ประธาน SPD Bank กล่าวว่า “SPD Bank ยึดนโยบายลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และด้วยเหตุนี้ เราจึงใช้ 5G และเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า โมเดลธุรกิจ และอิโคซิสเต็มแบบเปิดอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนขยายขอบเขต ความลึกและความกว้างของบริการทางการเงิน เราจะเสริมสร้างความร่วมมือและนวัตกรรมข้ามอุตสาหกรรม เราต้องการสร้างความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุดผ่านทางการเชื่อมต่อ รวมทั้งกระตุ้นแรงผลักดันที่ไม่มีวันหมดด้วยระบบอัจฉริยะ ให้บริการระบบนิเวศอุตสาหกรรมด้วยฟินเทค และร่วมส่งเสริมการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพเพื่ออนาคตที่ดีกว่า”

ด้าน China Construction Bank (CCB) ได้ออกแผนกลยุทธ์ “TOP+” สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลทางการเงินตั้งแต่ปี 2554 โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นพวงมาลัยขับเคลื่อน พร้อมนำทางการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น AI, บล็อกเชน, คลาวด์คอมพิวติง และ 5G ตลอดจนวางบริการทางการเงินใน 4 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ได้แก่ เสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย และการขนส่ง โดยในช่วงที่เกิดโรคระบาด การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ช่วยให้ CCB สามารถให้บริการลูกค้าได้ 'โดยไม่ต้องสัมผัส’ ยกตัวอย่างเช่น ช่องทางสินเชื่อออนไลน์ที่มีการวางระบบทันท่วงทีเพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินของลูกค้า โดยในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทางธนาคารได้เปิดตัวบริการที่ครบวงจรผ่านระบบโมบายแบงกิ้งและ WeChat Bank ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดแบบเรียลไทม์ การสมัครเพื่อขอชำระคืนเงินกู้ส่วนบุคคลล่าช้า การบริจาคเพื่อการกุศล และบริการอื่นๆ

Niu Wenchao วิศวกรอาวุโสของ China Construction Bank กล่าวในงานซัมมิตว่า “ในช่วงที่เกิดโรคระบาด ถึงแม้การทำธุรกรรมผ่านเคาน์เตอร์จะลดลงอย่างมาก แต่ธุรกรรมออนไลน์ของ CCB กลับเพิ่มขึ้น เนื่องด้วยกลยุทธ์ Dual Cloud ของ CCB ซึ่งประกอบด้วยคลาวด์ส่วนตัวที่ทำให้การดำเนินงานมีความมั่นคง และคลาวด์สาธารณะที่ช่วยในด้านนวัตกรรมและการพัฒนา แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เราพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์อัจฉริยะและเครือข่ายระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่หัวเว่ยและ CCB ร่วมกันสร้างขึ้น การเปลี่ยนเป็นดิจิทัลได้วางรากฐานให้เราสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้รวดเร็ว และรักษาความต่อเนื่องของบริการลูกค้าไว้ได้”

โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของหัวเว่ย ช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในภาคการเงินเพื่อรับมือความท้าทายในโลกมือถือ

การเชื่อมต่อแบบเรียลไทม์ที่เสถียรและทรงพลังเป็นสิ่งสำคัญในยามที่ภาคธนาคารเข้าสู่โลกดิจิทัล ขณะที่ 5G, IoT และเครือข่ายที่ยืดหยุ่นเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญ

Joy Huang ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ กลุ่มธุรกิจ Cloud & AI ของหัวเว่ย แสดงความเห็นว่า โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเป็นขุมพลังให้กับระบบธนาคารในอนาคต การที่ธนาคารบางแห่งเติบโตอย่างมั่นคงได้นั้น เป็นเพราะมีเทคโนโลยีดิจิทัล บริษัทที่เติบโตเหล่านี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ขีดความสามารถด้านบริการออนไลน์ที่ดีบนคลาวด์ ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงมีความคล่องตัวสูงในด้านนวัตกรรม หัวเว่ยเรียนรู้จากลูกค้าว่าวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือการใช้มัลติคลาวด์ ด้วยการแบ่งคลาวด์สำหรับผู้ใช้ที่ต่างกัน ขณะเดียวกันก็ใส่ใจกับประสบการณ์ปลายทางของลูกค้าสำหรับบริการบนมือถือและอุปกรณ์อัจริยะต่าง ๆ

แอปการเงินที่ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ถือเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ซึ่ง Siri Borsum รองประธานฝ่าย Finance Vertical, Global Partnerships & Eco-Development กลุ่มธุรกิจคอนซูมเมอร์ของหัวเว่ย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ฐานผู้ใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก บวกกับขีดความสามารถด้าน HMS ที่เข้มแข็ง ทรัพยากรตลาดมากมาย รวมถึงทรัพยากรค้าปลีกออฟไลน์ และทรัพยากรมนุษย์ทั่วโลก จะช่วยให้พาร์ทเนอร์ของเราสามารถให้บริการผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้แอปมือถือ”

การเชื่อมต่อเครือข่ายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลทางการเงิน โดย Daniel Tang ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี กลุ่มผลิตภัณฑ์การสื่อสารข้อมูลของหัวเว่ย กล่าวว่า “หัวเว่ยอัปเกรดโซลูชั่นเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์ CloudFabric 2.0 อย่างครอบคลุม ผ่านทางการเชื่อมต่ออัจฉริยะ 400GE ที่มีความหนาแน่นสูงและกว้างเป็นพิเศษ รวมถึงสนับสนุนศักยภาพที่ต่างกัน เช่น การดำเนินงานอัจฉริยะ และการบำรุงรักษาเครือข่ายการขับขี่อัตโนมัติ นำเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์เข้าสู่ยุคอัจฉริยะ ช่วยสถาบันการเงินสร้างบริการทางการเงินเต็มรูปแบบ และยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้มือถือ”

หัวเว่ยช่วยให้สถาบันการเงินเปลี่ยนเป็นดิจิทัลในแง่ของการขยายบริการทางการเงินอย่างทั่วถึ่ง การสร้างสรรค์นวัตกรรมทางธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ระบบธนาคารแบบเปิด ตลอดจนมอบบริการทางการเงินที่สะดวกสบาย ครบวงจร เสถียร และปลอดภัยแก่ลูกค้า นับจนถึงปัจจุบัน หัวเว่ยให้บริการสถาบันการเงินกว่า 1,600 แห่งทั่วโลก ซึ่งรวมถึงธนาคาร 100 อันดับแรกของโลก 45 แห่ง นอกจากนี้ ยังได้สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ครอบคลุมกับธนาคาร บริษัทประกันภัย และบริษัทหลักทรัพย์ขนาดใหญ่รวม 20 แห่งทั่วโลก และเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ที่ไว้ใจได้สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของลูกค้า

Global FSI Summit เป็นอีเวนต์ด้าน ICT ระดับโลกที่หัวเว่ยจัดขึ้นเพื่ออุตสาหกรรมบริการทางการเงิน โดยจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2556 และผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดล้วนเป็นผู้นำระดับสูงจากสถาบันการเงินต่าง ๆ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Huawei Global FSI Summit ประจำปี 2563 ได้ที่ https://e.huawei.com/topic/finance2020/en/
 
โพสต์เมื่อ : 11/06/2020 15:21:00      ส่งข้อความหา iqpress    โหวตให้   โหวตลบ   ให้ mob ขอบคุณ


       แสดงความคิดเห็นที่นี่่
  ชื่อของคุณ   (สมาชิกlogin ที่นี่)  /  สมัครสมาชิก
  
  ข้อความ
 
 
           Tags | More Smiles
  ใส่ปี พ.ศ. ปัจจุบัน   ใส่เฉพาะปี พ.ศ. 4 ตัวเท่านั้น
 
   





    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com