ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม Forum >> TMC Member Zone : พื้นที่พิเศษสำหรับสมาชิก >> หน้ารายละเอียดหัวข้อ
iqpress
  
TMC point : 4590
 
ไมโครซอฟท์ เปิดตัว Experience Center แห่งแรกของโลกที่สิงคโปร์
 


ไมโครซอฟท์เผยรูปแบบสถานที่ทำงานแห่งอนาคต เพื่อเป็นแม่แบบสำหรับองค์กรต่าง ๆ ในภูมิภาค ทั้งในด้านผลิตภาพ ประสิทธิภาพ การเข้าถึง ความยืดหยุ่น และความร่วมมือ


ในโลกที่มีแนวโน้มว่าอุปกรณ์กว่า 4 หมื่นล้านเครื่องจะสร้างข้อมูลเกือบ 80 เซตตะไบต์ (ZB) ภายในปี 2025 องค์กรและอุตสาหกรรมต่าง ๆ จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้อย่างรวดเร็วและเสริมสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยี เพื่อรับประกันความสำเร็จในอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม คลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์


ไมโครซอฟท์ต้องการสร้างประสบการณ์ทางเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและสมจริงให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจในเอเชียแปซิฟิก เพื่อช่วยให้เห็นภาพ เรียนรู้ และสามารถใช้นวัตกรรมรองรับการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลและวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้ ไมโครซอฟท์จึงเปิดตัว "The Experience Center Asia" ภายในสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคแห่งใหม่ของบริษัท ซึ่งอยู่ในอาคาร Frasers Tower ประเทศสิงคโปร์ โดยมีการรวบรวมเทคโนโลยีและพาร์ทเนอร์เพื่อมอบพลังให้กับทุกองค์กรในทุกอุตสาหกรรมในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัล ปฏิรูปองค์กร สร้างสรรค์นวัตกรรม และพลิกโฉมธุรกิจ


Andrea Della Mattea ประธานไมโครซอฟท์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า "เราเชื่อว่าทุกบริษัทจะกลายเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลและความเข้มข้นทางเทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่แพร่หลายในทุกองค์กร The Experience Center Asia จะเปิดทางให้ธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกได้เรียนรู้เกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วนของการพลิกโฉมธุรกิจและแสวงหาโซลูชันอุตสาหกรรมที่สร้างความเป็นไปได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ผ่านการจับมือเป็นพันธมิตรกับไมโครซอฟท์"


"สำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคแห่งใหม่ของของเราคือสถานที่ทำงานแห่งอนาคต เราทำให้องค์กรต่าง ๆ ในภูมิภาคได้เห็นรูปแบบการทำงานแห่งอนาคต บนพื้นฐานของคลาวด์คอมพิวติง การวิเคราะห์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลง ดิฉันรู้สึกยินดีที่ได้มาทำงาน เพื่อนร่วมงานก็ช่วยสนับสนุนภารกิจในทุก ๆ วันด้วยการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ความเป็นอยู่ที่ดี ความยั่งยืน ความเป็นมิตร และการเข้าถึงสำหรับทุกคน"


ส่วนต่าง ๆ ของ The Experience Center Asia ประกอบด้วย


- The Experience Zone มีการสาธิตเทคโนโลยีและตัวอย่างการใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะพาลูกค้าไปสัมผัสกับโซลูชันเทคโนโลยีที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ และช่วยให้ลูกค้ามองเห็นความเป็นไปได้ในอนาคต

- The Microsoft Technology Center (MTC) นำเสนอความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีที่ช่วยในการตัดสินใจ โดยนำทรัพยากรที่เหมาะสมมาช่วยให้ลูกค้าสามารถขยายขนาดดีลและปิดดีลได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า

- The Cybersecurity Center แสดงผลวิเคราะห์ภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างชาญฉลาด สร้างการรับรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับแพลตฟอร์มดิจิทัลและคลาวด์คอมพิวติงที่เชื่อถือได้

- The Innovation Factory นำเสนอแนวคิดและไอเดียเกี่ยวกับแฮกกาธอน


Rebecca Hick ผู้อำนวยการ Microsoft Experience Center Asia กล่าวว่า "สิงคโปร์เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก ที่นี่มีระบบนิเวศสำหรับผู้ประกอบการที่ทรงพลัง และเป็นปลายทางความร่วมมือระหว่างประเทศสำหรับบรรดาผู้เชี่ยวชาญชั้นนำและหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เราเปิด Experience Center แห่งแรกของโลกที่สิงคโปร์เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรต่าง ๆ เข้าถึงนวัตกรรมและประสบการณ์จากผู้นำและเทคโนโลยีของเรา ไมโครซอฟท์เป็นผู้นำด้านการนำเสนอประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าเสมอมา ลูกค้าจำนวนมากเคยไปเยี่ยมเยือน Executive Briefing Center ในซีแอตเทิลมาแล้ว และมองหาประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกันเพราะต้องการสร้างมูลค่าของธุรกิจให้เร็วขึ้น"


สถานที่ทำงานแห่งอนาคต

เอเชียแปซิฟิกเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดของไมโครซอฟท์ และมีความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เพราะมอบโอกาสมหาศาลในการพลิกโฉมประเทศ อุตสาหกรรม และชุมชนต่าง ๆ ไปสู่ระบบดิจิทัล ไมโครซอฟท์เป็นแม่แบบให้กับองค์กรต่าง ๆ ในการนำวัฒนธรรม พื้นที่ และเทคโนโลยีมาใช้สร้างสรรค์สถานที่ทำงานแห่งอนาคต


สำนักงานแห่งใหม่ของไมโครซอฟท์มี 6 ชั้น ครอบคลุมพื้นที่ 12,500 ตารางเมตร โดยเป็นที่ทำงานของพนักงาน 1,400 คน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เชื่อมโลกดิจิทัลและโลกแห่งความเป็นจริงอย่างกลมกลืน ภายในสำนักงานมีกล้องสแกนใบหน้าระบบ AI ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยและให้พนักงานขึ้นลงทั้ง 6 ชั้นได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนั้นยังมีตู้ล็อกเกอร์อัจฉริยะและตู้จ่ายสินค้าอัตโนมัติที่ช่วยเติมเต็มบริการด้านไอทีของบริษัท เมื่อพนักงานต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์อย่างคีย์บอร์ด เมาส์ หูฟัง สายไฟ ฯลฯ ก็สามารถใช้บริการตู้จ่ายสินค้าอัตโนมัติได้ โดยบัตรพนักงานจะบันทึกรายการสินค้า ซึ่งมอบความสะดวกสบายในการติดตามสินค้า


พนักงานและเจ้าหน้าที่ของไมโครซอฟท์ใช้แอปพลิเคชัน Smart Building CampusLink ที่ทำงานร่วมกับ Microsoft Outlook และ Microsoft Office 365 เพื่อช่วยนำทาง ดูข้อมูลห้องว่าง และจองห้องแบบเรียลไทม์ สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของไมโครซอฟท์ใช้ Azure App Services, Azure Data Lake และ Office 365 Graph API และเป็นสำนักงานแห่งแรกนอกเหนือจากสำนักงานในเรดมอนด์ รัฐวอชิงตัน ที่ใช้ Smart Building CampusLink


การมีส่วนร่วมของพนักงาน

พนักงานมีบทบาทสำคัญในการวางแผนย้ายสำนักงานมาที่อาคาร Frasers Tower ตั้งแต่การเลือกเฟอร์นิเจอร์ ผลงานศิลปะสำหรับตกแต่ง และการออกแบบภายในอื่น ๆ ไปจนถึงการโหวตเลือกยี่ห้อกาแฟ และการนำภาพถ่ายของตนเองมาตกแต่งผนัง นอกจากนี้ พนักงานยังมีมุมสงบสำหรับโฟกัสกับงาน ตู้โทรศัพท์ รวมถึงพื้นที่รับประทานอาหารรวมขนาดใหญ่ ซึ่งมีคาเฟ่ บาริสตา และเมนูอาหารหลากหลายสำหรับทุกคน ภายในสำนักงานมีการจัดรูปแบบที่นั่งหลากหลายตามลักษณะการทำงานที่แตกต่างกันไป ทั้งโต๊ะยืน ห้องประชุมเล็ก และพื้นที่เปิดสำหรับทำงานเป็นทีม


เข้าถึง เสมอภาค และยั่งยืน

ไมโครซอฟท์ฉลองวัฒนธรรมอันหลากหลายในสิงคโปร์และภูมิภาค ด้วยจิตรกรรมฝาผนังโดยฝีมือของศิลปินท้องถิ่น May Lim และการตกแต่งสไตล์เปอรานากันทั่วออฟฟิศ นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังให้ความสำคัญกับความเสมอภาค และรับประกันว่าทุกคนสามารถเข้าถึงได้ สำนักงานของไมโครซอฟท์ทุกแห่งยึดมั่นในมาตรฐานการเข้าถึงระดับโลก และสำนักงานสิงคโปร์ก็ปฏิบัติตามกฎ Accessibility code in the built environment (2013) ของ Building and Construction Authority of Singapore


ห้องประชุมทุกห้องและพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดมีป้ายอักษรเบรลล์ ขณะที่แปลนของชั้นต่าง ๆ ตู้เก็บของ และข้าวของเครื่องใช้ในครัวออกแบบมาให้เคลื่อนย้ายสะดวกและใช้งานง่ายสำหรับผู้ใช้วีลแชร์ ส่วนการประชุมก็เริ่มได้เพียงปลายนิ้ว นอกจากนั้นยังมีโต๊ะปรับระดับความสูงได้ตามความต้องการของพนักงาน จอบอกทาง จุดสแกนบัตร กล้องสแกนใบหน้าด้วยระบบ AI ห้องน้ำที่ใช้ได้ทุกเพศ และพื้นที่ส่วนกลางสำหรับทุกคน ซึ่งทั้งหมดล้วนสนับสนุนพันธกิจของไมโครซอฟท์ในการสร้างสถานที่ทำงานที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัยในการเป็นตัวของตัวเอง


ไมโครซอฟท์บริจาคเฟอร์นิเจอร์ พรม รวมถึงอุปกรณ์ภาพและเสียงจากสำนักงานเก่าให้แก่ Base of Pyramid Hub (BoP Hub) องค์กรไม่แสวงผลกำไรในสิงคโปร์ที่ก่อตั้งโดย Jack Sim ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมธุรกิจในระดับรากหญ้า เพื่อทลายวงจรความยากจนด้วยการสร้างผู้ประกอบการ เชื่อมโยงหุ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงให้คำปรึกษาและจัดหาทรัพยากรที่จำเป็น นอกจากนั้นยังเป็นประตูที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจร่วมทุน นักเทคโนโลยี และผู้ผลิตได้เข้าถึงตลาดในภูมิภาค และทำหน้าที่เป็นโคเวิร์กกิ้งสเปซด้วย


Jack Sim ผู้ก่อตั้ง Base of Pyramid Hub กล่าวว่า "ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นวัฒนธรรมของไมโครซอฟท์ด้วยตาตัวเอง ทุกคนที่ผมได้พบเจอต่างต้องการมีส่วนร่วมในการขจัดความยากจนทั่วโลก ผมได้เจอพนักงานจากไมโครซอฟท์ ไฮเดอราบัด เขาแนะนำให้ผมรู้จักเพื่อนร่วมงานในสิงคโปร์ จากนั้นก็แนะนำให้รู้จักเพื่อนร่วมงานที่เรดมอนด์ หลังจากนั้นไมโครซอฟท์ได้มอบเก้าอี้สำหรับสำนักงานใหม่ขนาด 65,000 ตารางฟุตของเรา นอกจากนั้นยังช่วยจ่ายค่าขนส่งและนำพนักงานกว่า 100 คนมาช่วยปูพรมและติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ด้วย เราพร้อมแล้วที่จะรองรับสตาร์ทอัพและองค์กรเพื่อสังคมอย่างน้อย 50 รายในปีแรก"


สำนักงานใหญ่ประจำเอเชียแปซิฟิกแห่งใหม่ของไมโครซอฟท์มีสิ่งที่น่าสนใจดังนี้

- การเดินสายไฟยาวเกือบ 145,000 เมตร ซึ่งสูงกว่ายอดเขาเอเวอเรสต์ 16 เท่าครึ่ง หรือยาวกว่าสนามฟุตบอล 1,500 เท่า

- จอภาพขนาดต่าง ๆ เกือบ 200 จอในห้องประชุมและพื้นที่ส่วนกลาง

- พื้นที่มีโซฟาสำหรับจับกลุ่มกว่า 30 จุด และตู้กันเสียง 50 ตู้สำหรับประชุมเล็กหรือโทรศัพท์

- อุปกรณ์ส่งสัญญาณบลูทูธ 179 ตัวในห้องประชุม และเซนเซอร์ 900 ตัวสำหรับควบคุมไฟส่องสว่าง คุณภาพอากาศ และอุณหภูมิ โดยจุดปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตเกือบ 2,100 จุดในอาคาร Frasers Tower เชื่อมกับคลาวด์บน Microsoft Azure ทั้งนี้ เซนเซอร์และตัวส่งข้อมูลทางไกลทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้สิ่งอำนวยความสะดวก พลังงาน และสาธารณูปโภค เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้พื้นที่ การปรับอากาศ และการปรับแสงไฟ

- ในอนาคต เซนเซอร์เหล่านี้สามารถวัดระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อประสิทธิภาพการทำงานและการทำกิจกรรม รวมถึงวัดระดับเสียงในหน่วยเดซิเบล และวัดการใช้พลังงาน ซึ่งช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากถึง 25% เช่นเดียวกับที่สำนักงานใหญ่ของไมโครซอฟท์ในเรดมอนด์ รัฐวอชิงตัน


ศูนย์ปฏิบัติงานของไมโครซอฟท์ในเอเชียแปซิฟิก ประกอบด้วย


- Microsoft Research Lab 2 แห่ง
- Azure Region 17 แห่ง
- Innovation Center 67 แห่ง
- Microsoft Technology Center 6 แห่ง
- Cybersecurity Center 5 แห่ง
- Transparency Center 2 แห่ง
- ICT Center กว่า 590 แห่ง
- ไมโครซอฟท์ดำเนินงานในเอเชียแปซิฟิกมานานกว่า 30 ปี โดยดำเนินงานในตลาด 20 แห่ง มีพนักงานกว่า 20,000 คน และพาร์ทเนอร์ 100,000 ราย


รับชมภาพประกอบข่าวได้ที่ https://edelmanftp.app.box.com/s/wpoq1bppy391qss9speoyuwnw1t38hx1
 
โพสต์เมื่อ : 14/11/2019 13:52:00      ส่งข้อความหา iqpress    โหวตให้   โหวตลบ   ให้ mob ขอบคุณ


       แสดงความคิดเห็นที่นี่่
  ชื่อของคุณ   (สมาชิกlogin ที่นี่)  /  สมัครสมาชิก
  
  ข้อความ
 
 
           Tags | More Smiles
  ใส่ปี พ.ศ. ปัจจุบัน   ใส่เฉพาะปี พ.ศ. 4 ตัวเท่านั้น
 
   





    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com